เนชั่นทีวี

ข่าว

"สองมุมมอง หนึ่งสมรภูมิ" ถอดรหัส "ทูตพิศาล vs ศุภจี" กับ "ภาษีทรัมป์-การแข่งขันระหว่างอาเซียน"

23 ก.ย. 2569 | natthanan_chu

"สองมุมมอง หนึ่งสมรภูมิ" ถอดรหัส "ทูตพิศาล vs ศุภจี" กับ "ภาษีทรัมป์-การแข่งขันระหว่างอาเซียน"

"สองมุมมอง หนึ่งสมรภูมิ" ถอดรหัส "ทูตพิศาล vs ศุภจี" กับ "ภาษีทรัมป์-การแข่งขันระหว่างอาเซียน" ใครคือคำตอบตัวจริงเศรษฐกิจไทย

"สองมุมมอง หนึ่งสมรภูมิ" ถอดรหัส "ทูตพิศาล vs ศุภจี" กับ "ภาษีทรัมป์-การแข่งขันระหว่างอาเซียน" ใครคือคำตอบตัวจริงเศรษฐกิจไทย

KEY

POINTS

  • อ.กฤษฎา วิเคราะห์ศึกภาษี "ทูตพิศาล vs ศุภจี" ชี้ไม่ใช่ความผิด/ถูกแบบขาว-ดำ แต่เป็นความย้อนแย้งเชิงโครงสร้าง
  • ชำแหละปม "บาร์ 12.5%" ฝ่ายค้านชน "เพดาน 19%" รัฐบาล ระหว่างผลลัพธ์ในตลาดจริงกับข้อจำกัดทางกฎหมาย
  • ฟันธงบทสรุปวัดผลความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่วาทกรรม แต่ตัดสินกันที่ "อัตราภาษีสุทธิที่แท้จริง" ของผู้ส่งออกไทย
     

23 กันยายน 2569 อ.กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระ ซึ่งพำนักอยู่ที่รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ข้อถกเถียงเรื่องอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา (ภาษีทรัมป์) ภายใต้มาตรา 301 (Section 301, Trade Act 1974) ระหว่าง ท่านทูตพิศาล มาณวพัฒน์ ครม.เงา พรรคประชาชน และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลอนุทิน 

 

โดย อ.กฤษฎา มองว่าไม่ใช่การปะทะกันแบบขาว-ดำ แต่เป็นการสะท้อนถึง ความย้อนแย้งเชิงโครงสร้างทางการค้าและการทูต (Structural Dilemma) ที่ใช้บรรทัดฐานและมาตรวัดความสำเร็จคนละมิติ

 

"สองมุมมอง หนึ่งสมรภูมิ" ถอดรหัส "ทูตพิศาล vs ศุภจี" กับ "ภาษีทรัมป์-การแข่งขันระหว่างอาเซียน" "สองมุมมอง หนึ่งสมรภูมิ" ถอดรหัส "ทูตพิศาล vs ศุภจี" กับ "ภาษีทรัมป์-การแข่งขันระหว่างอาเซียน" ใครคือคำตอบตัวจริงเศรษฐกิจไทย

 

 

🔵ชำแหละปมภาษีมาตรา 301: เมื่อ “บาร์ 12.5%” ชน “เพดาน 19%”

 

1. มิติท่านทูตพิศาล: ยึดผลลัพธ์ในตลาดจริงและแรงกดดันเชิงธรรมาภิบาล

 

  • ตรรกะเชิงการแข่งขัน (Price Competitiveness): ในโลกการค้าระหว่างประเทศ ตลาดตัดสินที่ "ราคาต้นทุนสุทธิ ณ ท่าเรือ" (Effective Landed Cost) หากคู่แข่งอย่างเวียดนาม มาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย จบภาษีสุทธิที่ 10%–12.5% แต่ไทยต้องจ่ายสูงกว่า ย่อมหมายถึงการสูญเสียส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) การกำหนดเกณฑ์ "เกิน 12.5% คือสอบตก" จึงประเมินจากความอยู่รอดจริงของภาคส่งออกไทยมูลค่ากว่า 2.5 ล้านล้านบาท
  • ต้นตอเชิงธรรมาภิบาล (Governance & Systemic Risk): ฝ่ายค้านมองว่าการเสี่ยงโดนภาษีสูงเกิดจากความหย่อนยานในบ้าน เช่น ปัญหาแรงงานบังคับและการปล่อยให้ทุนเทาใช้ไทยสวมสิทธิ์ส่งออก (Transshipment/Origin Evasion) หลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้จีน สหรัฐฯ จึงใช้ธรรมาภิบาลและนิติธรรมบีบไทยอย่างตรงไปตรงมา

 

2. มิติคุณศุภจี: ยึดกลไกทางกฎหมายและข้อจำกัดในทางปฏิบัติ

 

  • ความซับซ้อนตามขั้นตอนกฎหมาย (Multi-layered Process): ฝ่ายรัฐบาลชี้ว่ามาตรา 301 มีการไต่สวนหลายหมวด อัตรา 12.5% แรกเป็นเพียงกรอบประเด็นแรงงานบังคับ แต่ยังมีหมวด "กำลังการผลิตส่วนเกิน" (Excess Capacity) ที่คู่แข่งในอาเซียนก็เสี่ยงโดนประกาศเก็บเพิ่มในลำดับถัดไปเช่นกัน
  • ยุทธศาสตร์การเจรจา (Strategic Tradeoff): การคุมอัตราภาษีรวมไม่เกิน 19% พร้อมยกร่างกฎหมายขจัดแรงงานบังคับ อยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่ไทยไม่สามารถรับข้อตกลงต่างตอบแทนที่กระทบความมั่นคงทางอาหาร เกษตรกร หรือสิ่งแวดล้อมได้ การรักษาสมดุลจึงซับซ้อนกว่าการลดตัวเลขภาษีเพียวๆ

 

🔵การวิเคราะห์เปรียบเทียบเชิงลึก

 

  • กรอบการมอง: ทูตพิศาลเน้นผลลัพธ์ปลายทางในตลาด (Market-Outcome Centric) VS คุณศุภจีเน้นกลไกและขั้นตอนกฎหมาย (Legal & Technical Process)
  • บรรทัดฐาน: ทูตพิศาลใช้คู่แข่งในอาเซียนเป็นดัชนีวัด (<= 12.5%) VS คุณศุภจีใช้กรอบเพดานและยกเว้นรายสินค้า (<= 19%)
  • ต้นตอปัญหา: ทูตพิศาลมองว่ามาจากความยืดหยุ่นต่ำและธรรมาภิบาลภายใน VS คุณศุภจีมองว่าเป็นมาตรการกีดกันตามเกมภูมิรัฐศาสตร์โลก
  • ยุทธศาสตร์: ทูตพิศาลใช้ไพ่ความมั่นคงกวาดล้างทุนเทาเพื่อสร้างความชอบธรรม VS คุณศุภจีเดินสายเจรจาเป็นรายหมวดเพื่อขอยกเว้นภาษี

 

"สองมุมมอง หนึ่งสมรภูมิ" ถอดรหัส "ทูตพิศาล vs ศุภจี" กับ "ภาษีทรัมป์-การแข่งขันระหว่างอาเซียน"

🔵พ้นจากตัวเลข สู่ความเป็นจริงทางการค้า

 

อ.กฤษฎา สรุปทิ้งท้ายว่า ข้อถกเถียงนี้เป็นการทำหน้าที่ต่างบทบาทบนฐานความจริงชุดเดียวกัน ฝ่ายค้านทำหน้าที่สร้าง "เป้าหมายเชิงกดดัน" ไม่ให้รัฐบาลใช้ตัวเลข 19% เป็นข้ออ้างความสำเร็จ ขณะที่ฝ่ายบริหารทำหน้าที่บริหาร "ความเป็นจริงในห้องเจรจา" ท่ามกลางมรสุมการเมืองสหรัฐฯ และสงครามการค้า US-China

บทสรุปสุดท้ายว่ารัฐบาลจะ "สอบผ่าน" หรือ "สอบตก" ไม่ได้วัดที่วาทกรรมโต้ตอบกัน แต่ "วัดกันที่อัตราภาษีสุทธิที่แท้จริง" (Effective Tariff Rate) ที่ผู้ส่งออกไทยต้องจ่ายจริงเทียบกับเพื่อนบ้าน หากสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญจนเกิดการย้ายคำสั่งซื้อ ภาคเศรษฐกิจจริงจะเป็นผู้ให้คำตอบที่เด็ดขาดที่สุด
 

 

 

ข่าวล่าสุด