ในขณะที่ฝ่ายไทย การดำเนินการกดดันทางการทูตต่อเนื่อง ตลอดจนการสื่อสารกับเวทีโลก ดูจะลดน้อยและถอยหลังลงไป
อดีตทูตพิศาล มาณวพัฒน์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา เสนอแนวคิดว่า จุดที่ควรเป็นภาพบวกที่สุดที่ไทยควรเดินหน้าทางการทูตอย่างต่อเนื่อง คือ
1.ตอกย้ำว่ากัมพูชาเป็น “ฮับ” ของอาชญากรรมไซเบอร์
2.ตอกย้ำอย่างต่อเนื่องว่า กัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา ว่าด้วยการใช้ทุ่นระเบิดสังหาร
อดีตทูตพิศาล มาณวพัฒน์
แต่ในมุมมองของ อดีตทูตพิศาล เห็นว่า ในข้อแรก คือการตอกย้ำความเป็น “ฮับ” อาชญากรรมไซเบอร์ของกัมพูชา ปรากฏว่า กระทรวงการต่างประเทศของไทยจัดประชุมระดับนานาชาติครั้งเดียวแล้วจบไปเลย ไม่มีข่าวการสร้างการสนับสนุนทางการทูตใดๆ เพื่อกดดันกัมพูชาตามมาอีก
เช่นเดียวกับในข้อ 2 เรื่องที่กัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา แม้ไทยจะประท้วงไป แต่ยังไม่มีถึงขั้นที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางนโยบายของกัมพูชา หรือก่อผลกระทบกับกัมพูชาในแง่ของเงินทุนสนับสนุนจากนานาชาติเรื่องการกวาดล้างทุ่นระเบิด และจนถึงขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยก็ดูจะนิ่งไปแล้วในเวทีอนุสัญญาออตตาวา
“ที่ผ่านมากัมพูชาเปลี่ยน narrative หรือเรื่องเล่าทั้ง 2 เรื่อง จากภาพลบเป็นข่าวบวกให้กับตัวเองมาตลอด เช่น ออกข่าวทุกสัปดาห์ว่าได้ทลายแหล่งซ่องสุมของอาชญากรรมไซเบอร์ จับกุม เนรเทศ และออกกฎหมายต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์มากมาย ทั้งๆ ที่ไทยเองก็ทราบดีว่าเป็นเรื่องเกินจริงไปมาก”
อดีตทูตพิศาล ซึ่งมอนิเตอร์เรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ให้ข้อมูลด้วยว่า อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ ท่ามกลางข่าวสารสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งสหรัฐฯ อิสราเอล รบกับอิหร่าน สร้างความตื่นตกใจและความกังวลไปทั่วโลก
แต่ฝ่ายกัมพูชายังสามารถสร้างข่าวแทรกในสื่อหลักของ BBC News เพื่อแก้ภาพลักษณ์ของตัวเองเรื่องทุ่นระเบิดได้อีก ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่ต้องจับตา และดูเหมือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยยังตกเป็นรองในเรื่องการสื้่อสารอยู่มากทีเดียว หนำซ้ำยังแทบไม่ขยับอะไรเลย
#สงครามข่าวสาร #ไทยกัมพูชา #พิศาลมาณวพัฒน์ #อาชญากรรมไซเบอร์ #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #อนุสัญญาออตตาวา #BBC #ความมั่นคง #การทูตไทย