สืบเนื่องจากกรณีที่นายยิ่งชีพได้แถลงข่าวการยื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้านฯ) เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เพื่อเรียกร้องให้ฝ่ายค้านใช้อำนาจหน้าที่เข้าตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เมื่อปี 2567 เนื่องจากมีบุคคลหลายคนในคณะรัฐมนตรี รวมถึงนายอนุทิน ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในบุคคลที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
ในการแถลงข่าวครั้งดังกล่าว iLaw ได้ส่งมอบข้อมูลส่วนหนึ่งให้ฝ่ายค้านนำไปตรวจสอบต่อ พร้อมกับแถลงข่าวเปิดเผยข้อสงสัยที่เชื่อมโยงนายอนุทินกับกระบวนการเลือก สว. โดยระบุถึงข้อมูลจากพยานซึ่งเป็นผู้สมัคร สว. ที่ให้ข้อมูลว่าเคยขอให้นายอนุทินช่วยเหลือ และนายอนุทินได้ให้หมายเลขโทรศัพท์ของ สส.คนหนึ่ง ไว้เพื่อติดต่อพูดคุยต่อ
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจากพยานที่พบเห็นนายอนุทินนั่งร่วมโต๊ะกับ นายเนวิน ชิดชอบ และ สว. อีกหลายคน ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ ในวันที่มีผู้ได้รับเลือกเป็น สว. จำนวนหนึ่งไปประชุมหารือเรื่องการเลือกประธานและรองประธานวุฒิสภา
ชี้ข้อมูลมาจากสำนวนรัฐ ยันทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ
ในหนังสือที่ยื่นต่อศาลอาญาระบุเน้นย้ำว่า ข้อมูลที่นำมาเปิดเผยในการแถลงข่าวนั้นมีที่มาจากสำนวนการสอบสวนของหน่วยงานรัฐ ไม่ใช่ข้อกล่าวอ้างที่ไม่มีแหล่งที่มาแต่อย่างใด และเป้าหมายสำคัญของการแถลงข่าวก็เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เพื่อมิให้การสืบสวนสอบสวนล่าช้าไปกว่านี้
ภายหลังได้รับหมายนัดจากศาลอาญา นายยิ่งชีพจึงได้ยื่นหนังสือเพื่อขอให้ศาลพิจารณาว่าการฟ้องคดีนี้เข้าข่ายการฟ้องโดยไม่สุจริตตาม “คำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา พ.ศ. 2569” หรือไม่ โดยเฉพาะตามคำแนะนำฯ ข้อ 2 (2) ซึ่งกล่าวถึงการฟ้องเพราะจำเลยเรียกร้องหรือแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ และข้อ 2 (3) ซึ่งกล่าวถึงการฟ้องเพราะจำเลยเปิดเผยข้อมูลการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ
งดไต่สวนมูลฟ้อง-ยกฟ้องทันที ป้องกันกฎหมายถูกใช้คุกคามประชาชน
นายยิ่งชีพ เห็นว่า การเรียกร้องให้ตรวจสอบข้อสงสัยเกี่ยวกับความสุจริตในการเลือก สว. เป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างชัดเจน ขณะที่ข้อมูลที่นำมาเปิดเผยก็มีที่มาจากสำนวนการสอบสวนของหน่วยงานรัฐ ดังนั้น การฟ้องคดีนี้จึงมีลักษณะเป็นการก่อกวน ข่มขู่ คุกคาม หรือสร้างภาระและความเดือดร้อนแก่จำเลยเกินสมควร ตามข้อ 1 (1) ของคำแนะนำประธานศาลฎีกา
ด้วยเหตุนี้ จึงขอให้ศาลอาญาพิจารณาใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161/1 มีคำสั่งยกฟ้องโดยไม่ต้องดำเนินกระบวนการไต่สวนมูลฟ้องต่อไป เพื่อช่วยรักษามาตรฐานการบังคับใช้กฎหมาย และป้องกันไม่ให้นักการเมืองใช้กระบวนการยุติธรรมสร้างภาระ
หรือความหวาดกลัวแก่ประชาชนที่พยายามตรวจสอบการกระทำอันไม่ชอบด้วยกฎหมายของนักการเมือง