ฝ่ายค้านเดินเกมพลาด น้ำเงินผงาดคุมเกมซักฟอก - ทีมยุทธศาสตร์ พรรคส้ม แนะสอยนอกสภา
27 ต.ค. 2569 | prisana_tha

ฝ่ายค้านเดินเกมพลาด น้ำเงินผงาดคุมเกมซักฟอก “ทีมยุทธศาสตร์ส้ม” เห็นแย้งที่ฝ่ายค้านยอมถอย แนะเปลี่ยนทาง สอยนอกสภา
ข่าว
27 ต.ค. 2569 | prisana_tha

ฝ่ายค้านเดินเกมพลาด น้ำเงินผงาดคุมเกมซักฟอก “ทีมยุทธศาสตร์ส้ม” เห็นแย้งที่ฝ่ายค้านยอมถอย แนะเปลี่ยนทาง สอยนอกสภา
KEY
POINTS
แค่กำหนดวันซักฟอกก็ดึงกันยาว ลากกันจนดูเหนื่อยหน่าย ล่าสุดจากแนวโน้มสล็อตเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่เป็นไปได้มากที่สุด จะยื้อยาวไปถึงเดือนธันวาคม ถามว่าเกมดึงเวลาซักฟอก ใครได้เปรียบ ใครเสียเปรียบ ระหว่างฝ่ายค้านกับรัฐบาล
ถ้าวัดระหว่างความเก๋าทางการเมือง และข่าวในหน้าสื่อ ต้องยอมรับว่ารัฐบาลคุมเกมอภิปรายได้ทั้งหมด เป็นคนกำหนดเวลาให้ฝ่ายค้านอภิปราย สะท้อนความเก๋าทางการเมือง และเล่นกันเป็นระบบ รับลูกเป็นทอดๆ ในเครือข่ายน้ำเงินทั้งเครือข่าย แม้จะอยู่คนละหน้าที่
ทั้งน้ำเงินในรัฐบาล คือ รมต.แบด ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , น้ำเงินในวิปรัฐบาล คือ ประธานแชมป์ กรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปฝ่ายค้าน , น้ำเงินในสภา ประธานโสภณ ซารัมย์ ประธานสภา , รองประธานสภา มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช และ น้ำเงินในฝ่ายค้าน คือ พรรคกล้าธรรม ป่วนขอเวลาอภิปราย ทั้งๆ ที่ไม่ได้ยื่นญัตติ
ด้านฝ่ายค้าน ถูกมองว่าเสียรังวัด และไม่มีศักยภาพพอที่จะกดดันรัฐบาลได้เลย จะเห็นได้ว่ารัฐบาลคุมเกมตั้งแต่ต้นจนจบ และได้ห้วงเวลาที่ตัวเองพอใจ และจำนวนวันที่ตัวเองต้องการ รวมทั้งมีการพูดคล้ายทวงบุญคุณฝ่ายค้าน ได้อภิปรายเพราะรัฐบาลรอมชอมให้ ขณะที่ฝ่ายค้านกลายเป็น “ฝ่ายถอย” หรือ “ฝ่ายคอย” แต่เป็น “คอยอภิปราย” รอรัฐบาลเขี่ยลูกมาให้
จากแรกเริ่มเดิมทีฝ่ายค้านเล่นใหญ่ ขู่กลับรัฐบาล โดย ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) กับ รังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน พูดชัด เป็นญัตติของฝ่ายค้าน รัฐบาลไม่มีสิทธิกำหนด ฝ่ายค้านรู้ดีว่ามีข้อมูลเท่าไร จึงเป็นคนกำหนดเวลาอภิปราย ไม่ใช่รัฐบาล และยังเตือนประธานสภา ให้คำนึงถึงศักดิ์ศรีฝ่ายนิติบัญญัติ รัฐบาลไม่ควรแทรกแซง แต่สุดท้ายกลับทำอะไรไม่ได้เลย ยอมทุกเรื่องที่อ้างมาทั้งหมดไม่เป็นจริง
ขณะที่ การดึงเวลาอภิปรายออกไป ทำให้ความร้อนแรง สดใหม่ ลดน้อยลง กลายเป็นความเบื่อ ชาวบ้านเบื่อรอ กองเชียร์เบื่อลุ้น
และในห้วงเวลาเดียวกันก็เกิดปมร้อน “สลิปค่าน้ำชา” ที่เดินเกมพลาดเรื่อง โดนรัฐสวนกลับ ดิสเครดิตฝ่ายค้านล่วงหน้า เหตุเพราะแอดมินเพจที่แชร์ข่าว เป็นอดีตคนพรรคส้ม แถม สส.ส้มแชร์เร็ว ทำให้แก้ตัวลำบาก และอาจถูกจับโยงเรื่องความน่าเชื่อถือของหลักฐานที่นำมาแฉในศึกซักฟอก
หนึ่งใน ทีมยุทธศาสตร์ ของพรรคส้ม ประเมินว่า การปล่อยให้รัฐบาลดึงเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจออกไป ทำให้รัฐบาลได้เปรียบ เพราะประเด็นไม่ร้อน ไม่ฮอต กระแสซา รวมทั้งเมื่อยังไม่มีอภิปราย เงื่อนไขการดึงกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล ก็จะยื้อยาวไปด้วย เพราะได้รับการส่งสัญญาณว่า “หลังอภิปรายแล้วค่อยว่ากัน” งานนี้รัฐบาลก็ได้ประโยชน์
แหล่งข่าว ซึ่งเป็นทีมยุทธศาสตร์พรรคส้ม ย้ำว่า มีการเสนอในวงหารือแบบไม่เป็นทางการว่า พรรคน่าจะยืนหลักการ “ไม่ยอมอภิปราย” หากไม่ได้เวลาที่เหมาะสม เพราะญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นญัตติของฝ่ายค้าน เป็นงานนิติบัญญัติ จึงไม่ควรปล่อยให้รัฐบาลมากำหนดแบบนี้
ที่สำคัญ ภาระต้องอยู่ที่ประธานสภา เมื่อรับญัตติไปแล้ว ย่อมมีหน้าที่จัดเวลาให้ได้อภิปราย ต้องแจ้งให้รัฐบาลจัดเวลามา ไม่ใช่ปล่อยให้รัฐบาลอ้างว่าไม่มีเวลา เพราะรัฐบาลต้องรับผิดชอบต่อฝ่ายนิติบัญญัติ
วงหารือยังมีการเสนอว่า หากไม่ได้ตามที่ยื่นญัตติไปจริงๆ โดยที่ไม่ได้ขอเวลามากเกินเหตุ เช่น 10 วัน หรือ 7 วัน 7 คืน ฝ่ายค้านควรยืนหลักการ ไม่ยอมทำตามที่รัฐบาลกำหนด และควรโยนให้เป็นความรับผิดชอบของประธานสภาด้วย
และหากสุดท้ายไม่ได้อภิปรายจริงๆ ก็ต้องเดินหน้าเปิดอภิปรายนอกสภา สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ทางการเมืองไปเลย ภาพจะดูดีกว่า และรัฐบาลจะกลายเป็น “เผด็จการรัฐสภา - ไม่กล้าถูกตรวจสอบ” แถม “ครอบงำประธาน” ด้วย