“ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ขึ้นในหลายจังหวัด โดยเฉพาะปราจีนบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ที่มีความเสี่ยงสูง โดยมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาเป็นระยะ และเจ้าหน้าที่ได้ออกไปตรวจสอบ รวมถึง มีการบังคับใช้กฎหมาย
พร้อมทั้งให้ตรวจสอบลึกไปถึงโครงสร้างผู้ถือหุ้น บางบริษัทพบคนไทย 1 คน เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ใช้ชื่อภาษาต่างประเทศ เกือบ 18 บริษัท ซึ่งกำลังให้ตรวจสอบอยู่ว่า บุคคลนี้ทำไมถึงมีชื่อในบริษัทเยอะขนาดนี้ และมีความเกี่ยวโยงอะไรกันหรือไม่ แม้อาจจะเป็นเรื่อง แต่เพื่อความไม่ประมาท รวมถึง หากบริษัทใดมีความผิดเกิดขึ้นแล้ว และเป็นความผิดร้ายแรง เช่น การทิ้งกากอุตสาหกรรม หรือทิ้งสายไฟต่าง ๆ
จึงได้ประสานไปยังธนาคารตรวจสอบเส้นทางการเงิน ว่า มีการเป็นนอมินีหรืออะไร ถ้ามีผู้ถือหุ้นเป็นชาวต่างชาติ อยากให้ตรวจสอบสถานะการเดินทางไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม. พร้อมเฝ้าระวังไม่ให้ออกนอกประเทศ เผื่อเข้าข่ายบุคคลต้องสงสัย” นายวราวุธ ระบุ
เดินหน้ากวาดล้างโรงงานผิดกฎหมาย ตั้ง 50 ทีม ตรวจสอบโรงงานเสี่ยง 5 จังหวัด กว่า 1,500 แห่ง เริ่ม 2 พฤศจิกายนนี้
ส่วนกรณีที่กรมศุลกากร พบตู้คอนเทนเนอร์ลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ และของเสียอันตราย นายวราวุธ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องเข้าไปตรวจสอบว่า ปลายทาง เป็นโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมโรงงานหรือไม่ หากได้รับอนุญาตก็ต้องตรวจสอบต่อว่า ขยะที่นำเข้ามาตรงกับที่สำแดงในจำนวน และปริมาณหรือไม่ เพราะบางครั้งมีการอ้างว่าจะนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปทำลายที่ปลายทาง แต่ปลายทางไม่มีอยู่จริง พร้อมขอบคุณกรมศุลกากรที่ได้ตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ก่อนออกจากท่าเรือ ซึ่งจะช่วยลดปริมาณความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้ เพราะถ้าออกจากพื้นที่ท่าเรือแล้ว เหมือนปล่อยยักษ์ออกจากขวดแก้ว เมื่อจะให้กลับไปใหม่ก็ยาก
ส่วนจะต้องกำชับกรมโรงงานให้ดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ตนเองได้ขอให้กระทรวงอุตสาหกรรม ผ่านไปยังปลัดกระทรวง ตั้งทีมขึ้นมา 50 ทีม ประกอบไปด้วย อุตสาหกรรมจังหวัด และเจ้าหน้าที่จากทั่วประเทศ ลงไปในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง 5 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ และปราจีนบุรี ซึ่งปัจจุบันประเทศไทย มีโรงงานลำดับที่ 105 , 106 ประมาณ 3,049 โรงงาน โดยอยู่ใน 5 จังหวัดเสี่ยง ประมาณ 1,500 โรงงาน และวันที่ 2 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ จะลงไปตรวจทุกโรงงาน หากไม่ได้มาตรฐานจะดำเนินการตามกฎหมาย และให้ทีมที่ลงไปประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย เชื่อว่า ภายในสิ้นปีนี้จะเริ่มเห็น โรงงานที่ผิดกฎหมายทยอยปิดตัว และปี 2570 จะพยายามกำจัดโรงงานเหล่านี้ให้หมดไปจากประเทศไทย รวมถึง ให้ช่วยกันสอดส่อง หากมีคนต่างถิ่นที่เข้ามาทำกิจกรรมใด ๆ หรือ แจ้งมายัง กระทรวงอุตสาหกรรม สายด่วน 1564 ซึ่งเราจะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ
นายวราวุธ ยังย้ำว่า โรงงานที่ดีก็มีเยอะ แต่ที่ผิดกฎหมาย ก็มีพอสมควร ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรมจะร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้กำชับในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในสัปดาห์ที่ผ่านมา และทุกครั้งที่มีโอกาสเจอ คาดว่า ภายในสัปดาห์นี้ น่าจะมีคำสั่งจากสำนักนายกรัฐมนตรีเพิ่มเติม
ส่วนการระงับการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ จะกระทบกับอุตสาหกรรมการรีไซเคิลของไทยหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า คงยังไม่ได้ระงับ ต้องหารือกันก่อน เพราะประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า ไม่ได้จะระงับสิ่งใดเข้ามา แต่เชื่อว่า เป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่ต้องร่วมกันตรวจไม่ให้มีการสำแดงเท็จเข้ามา และสิ่งสำคัญ คือ การตรวจว่าเอาอะไรเข้ามา และสำแดงหรือไม่