เนชั่นทีวี

ข่าว

"เอกภพ" ตีเก๊ สลิป 7 ล้าน! ยันข่าวปลอม "ดีอี" เร่งล่าเพจปั่น เตือน สส. แชร์เสี่ยงคุก-จริยธรรม"

26 ต.ค. 2569 | thunchanok_kul

"เอกภพ" ตีเก๊ สลิป 7 ล้าน! ยันข่าวปลอม "ดีอี" เร่งล่าเพจปั่น เตือน สส. แชร์เสี่ยงคุก-จริยธรรม"

“เอกภพ” ตีเก๊ ข่าวโอนเงินเข้าบัญชี “อนุทิน” ยันเฟกนิวส์ จับตาเพจปล่อยข่าวปลอม ลบโพสต์ - ปิดเพจหนี เผยกระทรวงดิจิทัลฯ เร่งตามถึงเครือข่าย เตือนนักการเมืองแชร์ข่าวบิดเบือน เสี่ยงโดนทั้งคดีอาญา - จริยธรรม

“เอกภพ” ตีเก๊ ข่าวโอนเงินเข้าบัญชี “อนุทิน” ยันเฟกนิวส์ จับตาเพจปล่อยข่าวปลอม ลบโพสต์ - ปิดเพจหนี เผยกระทรวงดิจิทัลฯ เร่งตามถึงเครือข่าย เตือนนักการเมืองแชร์ข่าวบิดเบือน เสี่ยงโดนทั้งคดีอาญา - จริยธรรม

KEY

POINTS

  • ยันสลิปโอนเงินอนุทินเป็นข่าวปลอม: "เอกภพ" กาง 3 เหตุผลตีเก๊สลิปโอนเงินนายกฯ ชี้แอปติดลิมิต 5 ล้านและตัดต่อได้
  • ดิจิทัลฯ ล่าขบวนการ Fake News: กระทรวงดีอีเร่งแกะรอยเพจปล่อยข่าวปิดๆ เปิดๆ หนี ยันใช้ VPN ต่างประเทศก็ไม่รอด
  • เตือนนักการเมืองแชร์โดนอาญา-จริยธรรม: จวกนักการเมืองมักง่ายร่วมปั่นยอด เตือนโดนดำเนินคดีอาญาและฟันจริยธรรม

26 ตุลาคม 2569 นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้เห็นสิ่งที่มีคนแชร์ต่อและมีคนส่งมาให้ว่า มีการแชร์ข้อมูล ที่มีการโอนเงินเข้า บัญชีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอยืนยันว่าข้อมูลนี้สามารถ “ตีเก๊” หรือเป็น “เฟกนิวส์” ได้ทันที

 

ซึ่งเหตุผลข้อแรก คือ จะไม่มีนักการเมืองคนไหนที่จะรับเงินหลักล้านบาทโดยไม่มีที่มาที่ไป ซึ่งเป็นจุดที่ต้องระวังในฐานะนักการเมือง เพราะหากรับเงินหรือผลประโยชน์เกิน 3,000 บาท ก็จะกลายเป็นข้อกล่าวหาที่ผิดหลัก 


เหตุผลที่ 2 คือ บัญชีที่มีสลิปการโอน สามารถตัดต่อได้หรือทำขึ้นมาได้ ซึ่งบัญชีที่เรียกว่าบัญชี Wisdom ต้องมีเงินในบัญชีพอสมควร และการโอนแต่ละครั้งจะจำกัดการโอนไม่เกินครั้งละ 5 ล้านบาท หากเกินจะต้องไปขยายวงเงินกับธนาคาร แต่ก็มักไม่ค่อยมีใครทำกัน เพราะเป็นหลักฐานกับทางธนาคาร  


และเหตุผลที่ 3 เป็นที่รู้กันดีว่านายอนุทินไม่ใช่เป็นคนที่มีเงินน้อย และไม่ต้องการเงินแบบนั้น จึงเป็นเหตุผล 3 ข้อที่ "ตีเก๊" เรื่องนี้ได้เลย 

"เอกภพ" ตีเก๊ สลิป 7 ล้าน! ยันข่าวปลอม "ดีอี" เร่งล่าเพจปั่น เตือน สส. แชร์เสี่ยงคุก-จริยธรรม"

สำหรับประเด็นที่จะต้องติดตามกันต่อ คือ เพจนี้มีพฤติการณ์อย่างไร ซึ่งไม่ใช่เป็นครั้งแรก เคยมีเหตุการณ์ลักษณะการปล่อยข่าวปลอม ข่าวไม่จริงหลายเรื่องอยู่ตลอด โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ติดตามเรื่องนี้ ซึ่งเพจดังกล่าวมีการปล่อยข่าว ลบโพสต์ และปิดเพจบ้างก่อนจะเปิดเพจขึ้นมาใหม่ ข้อสังเกต คือเพจไหนที่ปลิว หรือถูก Report ไม่ง่ายที่จะกลับมาเปิดใหม่และใช้ชื่อเดิม อย่างเพจที่ใช้ชื่อ V1 V2 ไปถึง V10 แต่เพจนี้จะมีลักษณะปล่อยข่าวบางอย่างมาและปิดเพจไปก่อนจะเปิดเพจใหม่ ซึ่งประเด็นนี้บอกเลยว่าไม่รอดครับ ทางกระทรวงดิจิทัลฯ กำลังดำเนินการติดตามเครือข่ายเหล่านี้ 

 

ทั้งนี้ สิ่งที่น่าตกใจ คือ การแชร์ข้อความข้อมูล และส่งต่อโดยนักการเมือง ซึ่งนักการเมืองควรเป็นกลุ่มคนที่มีการตรวจสอบข้อมูลข่าวสารก่อน โดยมีข้อสังเกตสองอย่าง 

  • ข้อแรก คือ พฤติการณ์การเห็นข่าวที่มีความน่าสนใจและนำมาแชร์ต่อโดยไม่มีการตรวจสอบ 
  • ข้อสอง อยู่ในเครือข่ายและรู้ว่าเพจนี้จะมีการโพสต์ จึงเตรียมรอเวลาที่จะไปแชร์ต่อ เพื่อให้เครือข่ายไปแชร์ข้อมูลต่ออีกทอดหนึ่ง เป็นการดันยอดเอนเกจเมนต์ 

 

โดยกระทรวงดิจิทัลฯ มีการปรึกษากันว่า ตอนนี้กำลังดำเนินการ แม้ว่าเพจ หรือตัวผู้โพสต์จะอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ หรือใช้ VPN แสดงตัวตนว่าอยู่ต่างประเทศ หรือโพสต์ในต่างประเทศก็จะดำเนินการติดตามไปทุกที่ โดยจะดำเนินการเพื่อให้ไปถึงตัวเครือข่าย และสำหรับผู้ที่แชร์ข้อมูลที่บิดเบือนก็ไม่รอด โดยเฉพาะนักการเมือง ที่ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมที่สูงกว่าคนปกติ 

นายเอกภพ กล่าวว่า การที่เอาข่าวที่บิดเบือน เอาข่าวที่โจมตีคนอื่น และไม่เป็นข้อมูลจริงนำไปเผยแพร่ต่อ คดีจะต้องถูกดำเนินคดีไม่ว่าจะเป็นคดีอาญาหรือคดีทางจริยธรรม ขอเรียกร้องว่ามาตรฐานทางการเมืองจะต้องไม่ตกต่ำ และมาตรฐานจะต้องถูกยกขึ้น และคำนึงถึงผลประโยชน์ ประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ แม้วันนี้จะเป็นการโจมตีข้อมูลส่วนบุคคล แต่หากเพจเหล่านี้ไปใช้ข้อมูลที่เป็นความมั่นคงของประเทศ หรือ สถาบันหลักของชาติ และนักการเมืองไปสนับสนุนข้อมูลเหล่านี้จะเกิดอะไรขึ้น

ข่าวล่าสุด