4 วัน แต่ "รบ. - ฝ่ายค้าน" นับไม่เท่ากัน นายกฯ ปิดประตูซักฟอก พ.ย.
25 ต.ค. 2569 | prisana_tha

ซักฟอกอลเวง 4 วันเหมือนกัน แต่ รัฐบาล - ฝ่ายค้าน นับนิ้วไม่เท่ากัน นายกฯ ยันติดภารกิจปิดประตูซักฟอกในเดือน พ.ย.
ข่าว
25 ต.ค. 2569 | prisana_tha

ซักฟอกอลเวง 4 วันเหมือนกัน แต่ รัฐบาล - ฝ่ายค้าน นับนิ้วไม่เท่ากัน นายกฯ ยันติดภารกิจปิดประตูซักฟอกในเดือน พ.ย.
KEY
POINTS
25 ตุลาคม 2569 จากกรณีเมื่อวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม ที่แม้เป็นวันหยุดราชการ แต่ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ก็มีสัมภาษณ์อย่างน้อยๆ 2 รอบ ทั้งในและนอกรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” เฉพาะประเด็นการเมือง นายกฯอนุทิน พูด 2 เรื่องสำคัญ คือ
1.เรื่องกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ และ 2.ความเป็นไปได้ในการดึงพรรคกล้าธรรม เข้าร่วมรัฐบาล
การกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่าทีล่าสุดของ นายกฯอนุทิน สรุปง่ายๆ คือ ยืนกราน ห้วงเวลาที่เหมาะสมกับการเปิดซักฟอก คือ สัปดาห์ปลายเดือนตุลาคม คือ สัปดาห์หน้า เหตุผลเนื่องจาก รัฐมนตรีทุกคนเลื่อนภารกิจให้หมดแล้ว เพื่อรับฟังการอภิปรายในสัปดาห์หน้า โดยย้ำว่า “สัปดาห์หน้าสะดวกที่สุด” แต่ฝ่ายค้านไม่ตกลง
ส่วน เดือนพฤศจิกายน “ไม่สะดวก” และ “ยาก” หากจะอภิปราย คำตอบสุดท้ายโยนให้ประธานสภาตัดสิน
จากคำตอบของ นายกฯอนุทิน หากไม่เป็นการเล่นมุก หรือ เล่นบทพลิ้วทางการเมือง ต้องบอกว่า ถ้าเป็นการส่งสัญญาณ ก็เป็นสัญญาณแรงชัดว่า ไม่อยากให้มีอภิปรายอีกแล้ว เพราะเดือนหน้าไม่ว่างเลย
โดยเมื่อถามว่า มีเวลาในเดือนหน้าหรือไม่ ท่านนายกฯยังตอบว่า “ยาก”
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของฝ่ายค้านยอมถอย เหลือ 4 วัน ในเดือนหน้า(พ.ย.) แต่ถ้าอภิปรายเดือนนี้(ต.ค.) ไม่ยอมถอย ต้อง 5 วัน และหากไปย้อนเทียบดู “ปฏิทินการเมือง” จะพบว่า ยังมีห้วงเวลา 4 วันต่อเนื่องกัน ซึ่งน่าจะอภิปรายได้ในเดือนพฤศจิกายน คือ วันที่ 9-12 พฤศจิกายน
แต่ยังมีข้อสงสัย เมื่อมีเวลา 4 วันชัดๆในปฏิทิน เหตุใดจึงไม่ตกลงเลือก 4 วันนี้ เพราะฝ่ายค้านก็ยอมถอยเหลือ 4 วันแล้ว คำตอบคือ 4 วันที่ว่านี้ คือ 4 วันอภิปราย แล้วบวก 1 วันลงมติด้วยหรือไม่
เพราะ 4 วันของฝ่ายค้าน คือ อภิปราย 4 วัน + 1 วันลงมติ แปลว่ากิจกรรมซักฟอก จะเกิดขึ้น 5 วัน หากนับในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนพฤศจิกายน คือ 9-13 พฤศจิกายน
ส่วน 4 วันของรัฐบาล คือ อภิปราย 3 วัน + ลงมติ 1 วัน โดยรัฐบาลจะขยับเวลาประชุม ครม.ให้ในวันจันทร์ หรือไปประชุมที่อาคารรัฐสภาเลย ฉะนั้น ถ้าเป็นสูตรรัฐบาล จะจบที่ 9-12 พฤศจิกายน รวมลงมติ
หากเป็นเช่นนี้ ก็ต้องอภิปรายจบ เที่ยงคืนวันที่ 11 พฤศจิกายน คือวันพุธ ก็แปลว่าได้อภิปรายเนื้อๆ 3 วันเท่านั้น เพื่อลงมติในวันรุ่งขึ้น
สาเหตุที่ล้นมาอภิปรายวันที่ 12 พฤศจิกายน และลงมติวันที่ 13 พฤศจิกายนไม่ได้ เพราะในวันที่ 13 พฤศจิกายน นายกฯจีน จะเดินทางเยือนไทย รัฐบาลจัดพิธีต้อนรับยิ่งใหญ่ ทั้งนายกฯอนุทิน และรัฐมนตรีหลายคน ต้องมารอต้อนรับ และเตรียมตัวหารือ คงไม่เหมาะถ้าเช้าวันนั้น ยังมาโหวตไม่ไว้วางใจกันอยู่ ถ้าจับพลัดจับผลู คุมเสียงพลาด เสียงไม่ไว้วางใจเกินกึ่งหนึ่ง ถึงขั้นตกเก้าอี้ ขายหน้ากันเลยทีเดียว
นี่คือสาเหตุที่นายกฯอนุทิน ยืนกรานว่า ถ้าจะอภิปรายต้องสัปดาห์หน้า(ปลายเดือน ต.ค.) ถ้าเป็นเดือนพฤศจิกายน ย้ำว่า “ยากจริงๆ”
ส่วนสัปดาห์หน้า(ปลายเดือน ต.ค.) ก็น่าจะยากแล้ว เพราะประธานสภา โสภณ ซารัมย์ บรรจุระเบียบวาระปกติไปแล้ว และหากจะนัดวิป 3 ฝ่ายประชุมวันจันทร์(26 ต.ค.69) ก็ต้องเริ่มอภิปรายเร็วที่สุดวันอังคาร(27 ต.ค.69) อภิปราย 4 วัน ก็ต้องไปโหวตวันเสาร์ ที่ 31 ตุลาคม ยกเว้นฝ่ายค้านจะยอมถอยสุดซอย เหลืออภิปราย 3 วัน ถ้าแบบนั้นก็ยังพอเป็นไปได้
งานนี้ต้องรอดูกันไป วันจันทร์(26 ต.ค. 69) ก็น่าจะมีคำตอบ!!