มือมืดร้องสอบจริยธรรม "พริษฐ์" ปมเปิดข้อมูลคดีเลือก สว. กดดัน กกต.
19 ต.ค. 2569 | titayu_pur

คณะบุคคลนิรนามยื่นร้องเรียน "พริษฐ์ วัชรสินธุ" ฝ่าฝืนจริยธรรม สส. เหตุเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูล กกต. ในคดีเลือก สว. พร้อมคัดค้านนั่งกรรมการจริยธรรมฯ
ข่าว
19 ต.ค. 2569 | titayu_pur

คณะบุคคลนิรนามยื่นร้องเรียน "พริษฐ์ วัชรสินธุ" ฝ่าฝืนจริยธรรม สส. เหตุเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูล กกต. ในคดีเลือก สว. พร้อมคัดค้านนั่งกรรมการจริยธรรมฯ
KEY
POINTS
19 ตุลาคม 2569 มีคณะบุคคลได้ยื่นคำร้องถึงประธานคณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบ ไอติม พริษฐ์ ฝ่าฝืนจริยธรรม จากกรณีการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลและเอกสารชั้นสอบสวนของ กกต. เกี่ยวกับคดี เลือก สว. ผ่านสื่อออนไลน์ โดยระบุว่าเป็นการ กดดัน กกต. และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง พร้อมคัดค้านไม่ให้เจ้าตัวในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านเข้าร่วมพิจารณาใน คณะกรรมการจริยธรรม สส. ในฐานะคู่กรณี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีคณะบุคคลร่วมกันทำคำร้องถึงประธานคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ว่ามีการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. 2563 หรือไม่ โดยเป็นผลสืบเนื่องมาจากการเผยแพร่ข้อความและคลิปวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
คำร้องดังกล่าวระบุว่า ระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน ถึงหลังวันที่ 14 กันยายน 2569 นายพริษฐ์ได้เผยแพร่ข้อความเกี่ยวกับคดีการเลือก สว. ผ่านเพจเฟซบุ๊กและยูทูบของตนเอง
ผู้ร้องชี้ว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายการกระทำที่ต้องขอให้คณะกรรมการวินิจฉัยใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
นอกจากประเด็นข้อกล่าวหาแล้ว คำร้องยังระบุถึงสถานะของนายพริษฐ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (ประธานวิปฝ่ายค้าน) ทำให้มีสถานะเป็นกรรมการจริยธรรมโดยตำแหน่ง
ผู้ร้องจึงขอใช้สิทธิคัดค้านกรรมการ และขอให้สั่งการให้นายพริษฐ์งดเว้นการเข้าร่วมประชุม พิจารณา และลงมติในเรื่องนี้ในทุกขั้นตอน เพื่อให้เป็นไปตามหลักการที่บุคคลจะพิจารณาเรื่องที่ตนเป็นคู่กรณีไม่ได้ รวมทั้งขอสงวนสิทธิคัดค้าน หากนายพริษฐ์มีการมอบหมายให้สมาชิกวิปฝ่ายค้านคนอื่นมาทำหน้าที่แทน
ในส่วนของพยานหลักฐาน ผู้ร้องได้แนบเอกสารภาพโพสต์เฟซบุ๊กและคลิปวิดีโอรวม 168 หน้า ซึ่งระบุว่ามีข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามอยู่เป็นจำนวนมาก จึงมีคำขอให้คณะกรรมการเก็บรักษาเอกสารเหล่านี้ไว้เป็นความลับ และใช้เพื่อการพิจารณาหรือตรวจดูตามข้อบังคับเท่านั้น
ในตอนท้ายของคำร้อง ผู้ร้องได้ขอให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัย หากพบว่ามีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนอันเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ขอให้เสนอความเห็นต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา แต่หากเห็นว่าการกระทำไม่ถึงขั้นร้ายแรง ขอให้คณะกรรมการใช้อำนาจลงโทษด้วยการตักเตือน ตำหนิ ให้ขอโทษต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร หรือประณามให้เป็นที่ประจักษ์ตามที่เห็นสมควร
ทั้งนี้ เอกสารคำร้องดังกล่าวมีช่องว่างสำหรับลงชื่อผู้ร้องจำนวน 6 คน อีกทั้งยังไม่ปรากฏว่ามีการลงเลขรับตามระบบสารบรรณของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. 2563 (ข้อ 23) ได้กำหนดให้ “คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร” ประกอบด้วยกรรมการจำนวนทั้งสิ้น 15 คน โดยมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้