ส่วนที่มีการคาดการณ์จะเริ่มการเปิดอภิปรายในวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคมนี้นั้น นายโสภณ ระบุว่า ยังไม่เป็นข้อสรุป เพราะจะต้องรอมติจากการหารือ 3 ฝ่ายก่อนว่า จะเริ่มวันใด ซึ่งอยู่ที่การเจรจาหาข้อสรุปว่า จะเริ่มในวันใด และจะใช้ระยะเวลากี่วัน
ส่วนตามเนื้อหาในญัตติข้อกล่าวหา ฝ่ายค้านสามารถอภิปรายได้ทั้งหมดตามข้อกล่าวหาหรือไม่นั้น นายโสภณ ชี้แจงว่า การอภิปราย เป็นการกล่าวหารัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย หรือมีหลักฐานยืนยันการทุจริต แต่ไม่ใช่คำด่า ซึ่งคำกล่าวหานั้น รัฐมนตรี จะต้องแก้ข้อกล่าวหา หาหลักฐานมาพิสูจน์ และมีผู้กังวลว่า การอภิปรายจะวุ่นวายหรือไม่ แต่ตนก็มั่นใจว่า จะไม่วุ่นวาย หากทุกฝ่ายปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุม หรือเจตนารมณ์การอภิปรายไม่ไว้วางใจ
"ดังนั้น ตนจึงอยากเห็นว่า หากต้องการให้สภาฯ สร้างสรรค์ ฝ่ายค้าน ควรกล่าวหาอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่หลอกด่า เพราะประชาชนไม่ได้ต้องการให้เกิดการหลอกด่าในสภา เพราะประชาชน เบื่อเห็นสภาทะเลาะกัน และฝ่ายรัฐบาล จะต้องชี้แจง ไม่ใช่กล่าวหาเพิ่ม หรือเอาคืน ซึ่งก็จะเกิดความวุ่นวาย หากแต่ละฝ่ายปฏิบัติด้วยความสุภาพ ตามเนื้อหาการอภิปราย ซึ่งบางครั้งคำสุภาพ อาจมีผลมากกว่าคำหยาบ หรือคำบูลลี่ และประชาชนอาจรับฟัง และเห็นด้วยมากกว่า เพราะตนเชื่อว่า ในสังคมคนที่มีใจเป็นธรรม หรือสุภาพชนนั้น มีมากกว่า" นายโสภณ ระบุ
ไขข้อข้องใจปมฮั้ว สว. ซักฟอกได้แค่ไหน ย้ำต้องเกี่ยวกับการทำหน้าที่รัฐบาลชุดนี้
ส่วนข้อกล่าวหาคดีฮั้ว สว.ที่รัฐมนตรีที่ถูกกล่าวหาไม่ได้ถูก กกต.ส่งคำร้องไปยังศาลฎีกาเพื่อดำเนินการต่อ ฝ่ายค้านก็ยังคงสามารถอภิปรายได้หรือไม่นั้น นายโสภณ ชี้แจงว่า จะต้องดูว่าอภิปรายประเด็นใด เกี่ยวข้องอย่างไร และเรื่องอะไร แต่จะต้องไม่ใช่การอภิปรายการทำหน้าที่ของ กกต.เว้นแต่รัฐมนตรี จะมีส่วนอย่างไร เพราะเรื่องดังกล่าว จบในกระบวนการของหน่วยงานที่รับผิดชอบแล้ว
"แต่ควรจะต้องเป็นเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ในรัฐบาลชุดนี้ หรือเป็นไปตามบรรทัดฐาน พร้อมยกตัวอย่างกรณี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ถูกอภิปรายเกี่ยวกับวุฒิการศึกษา ดังนั้น จะต้องรอพิจารณาว่า จะเป็นการนำเรื่องใดมาอภิปราย และพิจารณาว่า เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมฯ รวมถึงการทำงานที่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ แต่หากไปย้อนการทำงานที่ไม่ใช่การทำหน้าที่ในรัฐบาลชุดนี้ ก็ไม่สามารถอภิปรายได้" นายโสภณ ระบุ