“ศุภจี” แจงข้ามทวีป ปมภาษีสหรัฐฯ ยันไทยปิดดีลหลักการ ART แล้ว
22 ก.ย. 2569 | titayu_pur

“ศุภจี” แจงข้ามทวีป ปมภาษีสหรัฐฯ มาตรา 301 ยันไทยบรรลุหลักการ ART แล้ว เร่งตรวจข้อเสนอคงภาษี 19% เท่าคู่แข่ง รักษาการส่งออกไทย
Business
22 ก.ย. 2569 | titayu_pur

“ศุภจี” แจงข้ามทวีป ปมภาษีสหรัฐฯ มาตรา 301 ยันไทยบรรลุหลักการ ART แล้ว เร่งตรวจข้อเสนอคงภาษี 19% เท่าคู่แข่ง รักษาการส่งออกไทย
KEY
POINTS
22 กันยายน 2569 นางสาวศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ออกมาชี้แจงโต้ข้อมูลของอดีตทูตพิศาลที่คลาดเคลื่อน เกี่ยวกับแนวทางการ เจรจาภาษีสหรัฐ โดยยืนยันว่าประเทศไทยได้บรรลุข้อตกลงหลักการ ความตกลง ART ภายใต้กรอบ ภาษีสหรัฐ ตามมาตรา 301 เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างเก็บรายละเอียดข้อความ เพื่อควบคุมอัตราภาษีรวมให้อยู่ที่ 19% เท่าเทียมคู่แข่งในภูมิภาค หวังปกป้องผลประโยชน์ชาติและเร่งรักษาขีดความสามารถการส่งออกไทยอย่างยั่งยืน
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การเจรจาอัตราภาษีกับประเทศสหรัฐอเมริกา หลังได้รับฟังคลิปของนายพิศาล มาณวพัฒน์ อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่ได้ออกมาพูดถึงประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่า เนื้อหาที่ปรากฏยังมีข้อความที่อาจคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า หากผลการเจรจาทำให้สินค้าส่งออกของไทย เผชิญภาษีสูงกว่าร้อยละ 12.5 ครม.เงา จะถือว่ารัฐบาลสอบตกในการเจรจาครั้งนี้ เนื่องจากจะทำให้สินค้าไทยเสียเปรียบประเทศคู่แข่งในภูมิภาค
โดย นางศุภจี ชี้แจงถึงสถานการณ์การเจรจาภาษีของสหรัฐอเมริกา ดังต่อไปนี้
1. อัตราภาษีที่สหรัฐอเมริกาจะเรียกเก็บจากประเทศคู่ค้าสำคัญ รวมถึงไทย ภายใต้มาตรา 301 มาจาก 2 กรณีรวมกัน คือ การไต่สวนเรื่องแรงงานบังคับ และการผลิตส่วนเกิน (บางประเทศ เช่น เวียดนาม จะถูกเรียกเก็บ 3 กรณี)
2. จากผลการไต่สวนกรณีแรงงานบังคับ ไทยถูกเรียกเก็บภาษีจากการที่สหรัฐอเมริกาอ้างว่าไทยไม่มีกฎหมายบังคับใช้กับการนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับในอัตรา 12.5% ซึ่งสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศที่ได้รับอัตรา 10% เนื่องจากได้ลงนามความตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade หรือ ART ซึ่งครอบคลุมทั้งเรื่องการลดภาษีและมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี) กับสหรัฐอเมริกาไปก่อนหน้านี้แล้ว แม้จะยังไม่มีกฎหมายบังคับใช้กับการนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับก็ตาม
3. เห็นได้ชัดว่าสหรัฐอเมริกาใช้ ART เป็นเครื่องมือหลักในการกำหนดอัตราภาษี ซึ่งจากการเจรจา สหรัฐอเมริการะบุชัดเจนว่าต้องการกลับไปเก็บภาษีประเทศต่างๆ ตามกรอบภาษีที่สหรัฐอเมริกาเคยเรียกเก็บภายใต้ IEEPA ซึ่งไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ถูกเรียกเก็บภาษีอยู่ที่ 19% ส่วนเวียดนามอยู่ที่ 20%
4. เป้าหมายของไทย คือ การเจรจา ART ให้เสร็จสิ้นเพื่อกลับไปอยู่ที่ 19% หรืออัตราที่ไม่สูงกว่าคู่แข่ง (หมายถึง ผลรวมของมาตรา 301 จากแรงงานบังคับที่ 12.5% บวกกับผลของมาตรา 301 อีกตัวคือผลผลิตส่วนเกินที่กำลังจะประกาศ) โดยจากการหารือกับภาคเอกชน คือ ขอให้ไทยได้รับอัตราที่ไม่สูงกว่าประเทศในภูมิภาคหรือคู่แข่ง
5. ดังนั้น ประเทศต่างๆ จะกลับไปอยู่ในกรอบภาษีเดิมทั้งสิ้น รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านที่ขณะนี้ถูกเรียกเก็บภาษีน้อยกว่าไทย ก็จะถูกบวกเพิ่มจากมาตรา 301 อีกตัวที่กำลังจะประกาศ
6. กรณีที่ท่านทูตพิศาลกล่าวว่า หากไทยได้อัตราเกิน 12.5% จะสูงเกินกว่าเพื่อนบ้านมาก ทำให้แข่งขันไม่ได้นั้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริง และท่านอาจไม่ทราบถึงกระบวนการไต่สวนมาตรา 301 และสถานะของประเทศต่างๆ
7. ความตั้งใจของเรา คือ การเจรจา ART ให้เสร็จสิ้นก่อนการประกาศมาตรา 301 กรณีผลผลิตส่วนเกินซึ่งจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้
8. ขณะนี้ในส่วนของสาระสำคัญและหลักการ เราเจรจาเสร็จสิ้นแล้ว เหลือเพียงรายละเอียดของร่างข้อตกลง (Text) ที่ทีมเทคนิคกำลังเร่งดำเนินการด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของประเทศให้มากที่สุด ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกาแจ้งว่าหากไทยสามารถสรุป ART ได้ ไทยจะได้รับอัตราภาษีรวมที่ใกล้เคียงกับประเทศในภูมิภาค ซึ่งจะเป็นการรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยไว้ได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของการดำเนินการของรัฐบาลไทย รวมถึงสอดคล้องกับความต้องการของภาคเอกชนที่ไม่ต้องการให้ภาษีของไทยแตกต่างจากประเทศคู่แข่ง