เนชั่นทีวี

ข่าว

อนุทิน ย้ำรัฐบาลไม่เกี่ยว ฮั้ว สว. ลั่น 'ภูมิใจไทย' ไม่เกี่ยวข้อง

18 ก.ย. 2569 | titayu_pur

อนุทิน ย้ำรัฐบาลไม่เกี่ยว ฮั้ว สว. ลั่น 'ภูมิใจไทย' ไม่เกี่ยวข้อง

อนุทิน โต้กระแสฮั้ว สว. ยันรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยไม่เกี่ยวข้อง ชี้ผู้ฝ่าฝืนคำสั่งพรรคต้องรับผิดชอบส่วนตัว ชี้เป็นเรื่องการเมืองตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว

อนุทิน โต้กระแสฮั้ว สว. ยันรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยไม่เกี่ยวข้อง ชี้ผู้ฝ่าฝืนคำสั่งพรรคต้องรับผิดชอบส่วนตัว ชี้เป็นเรื่องการเมืองตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว

KEY

POINTS

  • อนุทิน ยันรัฐบาลไร้ส่วนเกี่ยวข้อง: นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีการฮั้ว สว. หรือการตัดสินของ กกต.
  • ผู้ฝ่าฝืนต้องรับผิดชอบส่วนตัว: พรรคมีคำสั่งห้ามยุ่งเกี่ยวชัดเจน หากมีบุคคลใดฝ่าฝืนถือเป็นการกระทำส่วนตัว ต้องรับผิดชอบเอง ไม่ใช่ในนามพรรค
  • เคารพมติเสียงข้างมาก-ชี้เป็นเกมการเมือง: ย้ำหลักประชาธิปไตยต้องเคารพเสียงข้างมากขององค์กรอิสระ พร้อมระบุเรื่องนี้เป็นประเด็นการเมืองมาตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว

18 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมาชี้แจงกรณีข้อครหากระบวนการ ฮั้ว สว. ที่กำลังเป็นกระแสสังคม โดยยืนยันว่า รัฐบาลและพรรคไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินของ กกต. หรือการดำเนินคดีใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมย้ำผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่งพรรคต้องรับผิดชอบตัวเอง ชี้ชัดชนวนเหตุทั้งหมดเป็นเรื่องการเมืองที่ตั้งต้นมาตั้งแต่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีคดีฮั้ว สว. หากยังมีการโจมตีต่อเนื่อง จะมีมาตรการมากกว่าการฟ้องร้องดำเนินคดีที่เกิดขึ้นไปแล้วหรือไม่ โดยนายอนุทินยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องดังกล่าว การตัดสินใจหรือการส่งดำเนินคดีใดๆ ก็ตาม ในส่วนที่ตนรับผิดชอบอยู่ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนั้นตนไม่มีข้อมูลที่จะให้ความเห็นใดๆ ได้

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

 

เมื่อถามถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติวินิจฉัยคดีฮั้ว สว. แล้ว แต่ กกต. เสียงข้างมากกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ ขณะที่ กกต. เสียงข้างน้อยออกมาเปิดเผยข้อมูลและแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว นายอนุทินกล่าวว่า ตนไม่ได้มองอะไร เพราะเรื่องนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับรัฐบาลหรืองานที่ตนรับผิดชอบ

นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างมีหลักของมัน โดยหลักประชาธิปไตย การวินิจฉัยคดีความต่างๆ ขององค์กรอิสระ ตนเคยเห็นทั้งการลงมติเป็นเอกฉันท์ เสียงข้างมาก คะแนนเสียงก้ำกึ่ง และบางครั้งประธานต้องลงคะแนนถึง 2 ครั้ง แต่สิ่งสำคัญคือ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

“เขามีเขียนหรือไม่ว่าเสียงข้างน้อยต้องชนะ ถ้าไม่มี ก็แสดงว่าเสียงข้างมากวินิจฉัยอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามเสียงข้างมาก”

นายอนุทิน กล่าวว่า หลักดังกล่าวไม่ได้ใช้เฉพาะกับ กกต. แต่รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ด้วย เช่น การประชุมคณะรัฐมนตรี หากมีวาระที่เห็นไม่ตรงกัน เมื่อถึงจุดที่ต้องตัดสินใจก็ต้องลงมติ และเมื่อมติเสียงข้างมากออกมาอย่างไร ทุกคนก็ต้องปฏิบัติตาม อย่างตนเคยเป็นมติเสียงข้างน้อยครั้งหนึ่ง ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ขอให้บันทึกความเห็นของรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยว่าเห็นเช่นนี้ แต่เมื่อเสียงส่วนใหญ่เห็นเป็นอย่างนั้น ชอบหรือไม่ชอบ เราก็ต้องทำตาม

 

ส่วนกรณีมีการกลับคำให้การของบุคคลบางราย จนทำให้ถูกมองว่าพรรคภูมิใจไทยได้รับผลกระทบในทางลบ และพรรคจะดำเนินการเอาผิดผู้ที่ให้ข้อมูลแล้วกลับคำให้การภายหลังหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นผลลบต่อพรรคภูมิใจไทย แต่มีคนพยายามลากพรรคภูมิใจไทยเข้าไปเกี่ยวข้อง “พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการฮั้ว สว.”

 

นายอนุทินย้ำว่า ขอให้ยึดถือประกาศและคำสั่งของหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งออกเป็นข้อปฏิบัติสำหรับผู้ที่มีตำแหน่งทางการเมืองในสังกัดพรรค โดยห้ามไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการได้มาซึ่ง สว.

“ตนไม่มีอะไรข้องใจ เพราะได้ทำหน้าที่ของตนไปแล้ว ส่วนคนที่ไม่ปฏิบัติตามก็ต้องไปรับผิดชอบในสิ่งที่เขาได้ทำ ในเมื่อมีข้อห้ามแล้วยังทำ ก็ต้องไปแก้ต่างในความเป็นส่วนตัวของเขา เพราะถือว่าไม่ได้ทำในนามพรรค”

เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรให้ข้อครหาดังกล่าวหมดไปจากพรรคภูมิใจไทย และไม่ให้ถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีก นายอนุทิน กล่าวว่า

“คนที่ครหาก็เห็นหน้าอยู่ ส่วนคนที่ไม่ติดใจก็เห็นหน้าอยู่”

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่านายกรัฐมนตรีมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองทั้งหมดใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า

“จุดเริ่มเป็นการเมืองอยู่แล้ว จุดเริ่มตั้งแต่ก่อนมาถึงตรงนี้นานมาแล้ว 2 ปี มันเป็นการเมืองครับ ผมพูดอย่างนี้ก็แล้วกัน”

ข่าวล่าสุด