หนาวอีก! "ศาลฎีกา" ตัดสิทธิ 10 ปี "ผู้สมัคร สว.บุรีรัมย์"
18 ก.ย. 2569 | thunchanok_kul

หนาวอีก! ศาลฎีกา ตัดสิทธิสมัครเลือกตั้ง "ผู้สมัคร สว.บุรีรัมย์" 10 ปี กรอกข้อมูลแนะนำตัวไม่ตรงความจริง
ข่าว
18 ก.ย. 2569 | thunchanok_kul

หนาวอีก! ศาลฎีกา ตัดสิทธิสมัครเลือกตั้ง "ผู้สมัคร สว.บุรีรัมย์" 10 ปี กรอกข้อมูลแนะนำตัวไม่ตรงความจริง
KEY
POINTS
18 กันยายน 2569 ศาลฎีกา เผยแพร่คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง คดีหมายเลขดำที่ ลต สว 6/2569 คดีหมายเลขแดงที่ ลต สว 70/2569 ระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. (ผู้ร้อง) และนางนิ่มนวล พฤกษ์ปัญญากุล ผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่มที่ 13 อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ (ผู้คัดค้าน)
เรื่อง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสิทธิเลือกตั้ง)
กกต. (ผู้ร้อง) ยื่นคําร้องว่า สืบเนื่องมาจากมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2567 ให้ไว้ ณ วันที่ 24 เมษายน 2567 และผู้ร้องได้มีประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง ลงวันที่ 13 พฤษภาคม 2567 เรื่อง กําหนดวันเลือกและวันรับสมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภา กําหนดวันเลือกระดับอําเภอวันที่ 9 มิถุนายน 2567 วันเลือกระดับจังหวัด วันที่ 16 มิถุนายน 2567 และวันเลือกระดับประเทศวันที่ 26 มิถุนายน 2567
ก่อนประกาศผลการเลือก ผู้ร้องได้รับรายงานกรณีมีเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏจาก การไต่สวนว่า เมื่อวันที่ ที่ 22 พฤษภาคม 2567 ผู้คัดค้านสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ 13 อําเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ โดยระบุในใบสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.2) ข้อ 11 วุฒิการศึกษาสูงสุดว่า ปริญญาตรี สาขา เอกวิทยาศาสตร์ สถานศึกษาวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ และในข้อมูลแนะนําตัวของผู้สมัคร (สว.3) ในส่วนประวัติการศึกษาว่า ปริญญาตรี วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ และประวัติการทํางานหรือประสบการณ์ในการทํางานในกลุ่มที่สมัครว่า เคยรับราชการ ผู้ร้องไต่สวนแล้วปรากฏข้อเท็จจริงว่า
ผู้คัดค้านสําเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง วิชาเอก วิทยาศาสตร์ทั่วไป เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2522 จากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ และเป็นวุฒิการศึกษาเทียบเท่าระดับอนุปริญญา ตามหนังสือของ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ที่ อว 0624.10/137 ลงวันที่ 16 มกราคม 2568 และ ผู้คัดค้านเคยเป็นครูอัตราจ้าง โรงเรียนสตึก สอนรายวิชาวิทยาศาสตร์ และปฏิบัติงานตั้งแต่ ปี 2523 ถึงปี 2524 รวมระยะเวลา 2 ปี โดยใช้วุฒิประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง สาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไป ในการสมัครเข้าทํางานที่โรงเรียนสตึก ตามหนังสือของโรงเรียนสตึก ที่ ศธ 04313.51/19 ลงวันที่ 13 มกราคม 2568 ผู้คัดค้านจึงไม่ได้สําเร็จการศึกษา ชั้นปริญญาตรี สาขา เอกวิทยาศาสตร์
โดยผู้คัดค้านให้ถ้อยคํายอมรับว่า ผู้คัดค้านสําเร็จการศึกษา หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง วิชาเอก วิทยาศาสตร์ทั่วไป จากวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ ซึ่งต่อมาสถาบันดังกล่าวเปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เป็นวุฒิการศึกษาเทียบเท่าระดับ อนุปริญญา ผู้คัดค้านไม่ได้สําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขา เอกวิทยาศาสตร์ และไม่เคยรับราชการ เพียงแต่เคยประกอบอาชีพเป็นครูอัตราจ้างที่โรงเรียนสตึก อําเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างปี 2523 ถึงปี 2524
กรณีจึงมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้คัดค้านได้กระทําการหลอกลวงหรือจูงใจให้บุคคลอื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณ ของผู้คัดค้าน เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนให้แก่ผู้คัดค้าน อันเป็นการฝ่าฝืน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 77 (4) การกระทําของผู้คัดค้านเป็นการทุจริตในการเลือก อันมีผลทําให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 และพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62
ผู้ร้องจึงมีคําวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ 673/2568 เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ให้ยื่นคําร้องต่อศาลฎีกา ขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้านตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62
ผู้คัดค้านไม่ยื่นคําคัดค้าน
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจสํานวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้น ที่ได้จากการไต่สวนรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2567 ผู้คัดค้านสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ 13 อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ โดยระบุในใบสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.2) ข้อ 11 วุฒิการศึกษาสูงสุดว่า ปริญญาตรี สาขาเอกวิทยาศาสตร์ สถานศึกษา วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ และในข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว.3) ในส่วนประวัติการศึกษาว่า ปริญญาตรี วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ และประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครว่า เคยรับราชการ ตามเอกสารหมาย ร.1 หน้าที่ 234 และหน้าที่ 239 ผู้ร้องแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนประจำจังหวัดบุรีรัมย์ คณะที่ 2 ตามคำสั่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ 1004/2567 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 และมอบหมายให้ดำเนินการไต่สวน ตามสำนวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ กรณีของผู้คัดค้าน เอกสารหมาย ร.1 หน้าที่ 183 ถึงหน้าที่ 187
มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านกระทำการทุจริตในการเลือก อันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม เป็นเหตุให้ศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้าน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 62 หรือไม่ เห็นว่าเมื่อข้อเท็จจริงได้ความตามสำนวนการไต่สวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศเอกสารหมาย ร.1 ว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์มีหนังสือ ที่ อว 0624.10/237 ลงวันที่ 16 มกราคม 2568 ถึงผู้ร้องแจ้งว่า ผู้คัดค้านสำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาขั้นสูง วิชาเอก วิทยาศาสตร์ทั่วไป เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2522 จากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ โดยเป็นวุฒิการศึกษาเทียบเท่าระดับอนุปริญญา ตามเอกสารหมาย ร.1 หน้าที่ 327 และหน้าที่ 328 และโรงเรียนสตึกมีหนังสือ ที่ ศธ 04313.51/19 ลงวันที่ 13 มกราคม 2568 ถึงผู้ร้องแจ้งว่า ผู้คัดค้านเคยเป็นครูอัตราจ้าง โรงเรียนสตึก สอนรายวิชาวิทยาศาสตร์ และปฏิบัติงานตั้งแต่ปี 2523 ถึงปี 2524 รวมระยะเวลา 2 ปี โดยใช้วุฒิประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง สาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไปในการสมัครเข้าทำงานตามเอกสารหมาย ร.1 หน้าที่ 321 หน้าที่ 325 และผู้คัดค้านเคยให้ถ้อยคำชี้แจง
แก้ข้อกล่าวหาต่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนประจำจังหวัดบุรีรัมย์ คณะที่ 2 เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 ยอมรับว่า ผู้คัดค้านสำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง วิชาเอก วิทยาศาสตร์ทั่วไป จากวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ ซึ่งต่อมาสถาบันดังกล่าวเปลี่ยนชื่อมาเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เป็นวุฒิการศึกษาเทียบเท่าระดับอนุปริญญา ผู้คัดค้านไม่ได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาเอกวิทยาศาสตร์ และไม่เคยรับราชการ เพียงแต่เคยประกอบอาชีพเป็นครูอัตราจ้างที่โรงเรียนสตึก อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างปี 2523 ถึงปี 2524 ตามเอกสารหมาย ร.1 หน้าที่ 357 ถึงหน้า 360
ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า ผู้คัดค้านสำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญา สาขาเอกวิทยาศาสตร์ จากวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ และไม่เคยรับราชการ การที่ผู้คัดค้านระบุในใบสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.2) ข้อ 11 วุฒิการศึกษาสูงสุด ปริญญาตรี สาขา เอกวิทยาศาสตร์ สถานศึกษาวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ และในข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว.3)
ในส่วนประวัติการศึกษาว่า ปริญญาตรี วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ และประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครว่า เคยรับราชการ ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริง อันเป็นการแสวงหาประโยชน์อันมิชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเอง ถือว่าผู้คัดค้านกระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือก ทำให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภามิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 62
พิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนางนิ่มนวล พฤกษ์ปัญญากุล ผู้คัดค้าน เป็นระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา