เนชั่นทีวี

ข่าว

'สนธิญา' แจ้งจับ 'ยิ่งชีพ-3 สส.พรรคประชาชน' ชุมนุมหน้าหอศิลป์

15 ก.ย. 2569 | titayu_pur

'สนธิญา' แจ้งจับ 'ยิ่งชีพ-3 สส.พรรคประชาชน' ชุมนุมหน้าหอศิลป์

"สนธิญา สวัสดี" แจ้งความ สน.ปทุมวัน สอบจัดชุมนุมหน้าหอศิลป์ฯ 13 ก.ย. เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ชุมนุมฯ พ่วงชื่อ "ยิ่งชีพ iLaw" และ 3 สส.พรรคประชาชน "เท้ง-ไอติม-ไหม"

"สนธิญา สวัสดี" แจ้งความ สน.ปทุมวัน สอบจัดชุมนุมหน้าหอศิลป์ฯ 13 ก.ย. เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ชุมนุมฯ พ่วงชื่อ "ยิ่งชีพ iLaw" และ 3 สส.พรรคประชาชน "เท้ง-ไอติม-ไหม"

KEY

POINTS

  • ยื่นสอบม็อบหน้าหอศิลป์: "สนธิญา สวัสดี" แจ้งความ สน.ปทุมวัน ให้ตรวจสอบการชุมนุมเมื่อ 13 ก.ย. 69 ว่าเข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ 2558 มาตรา 7 หรือไม่
  • เจาะจง 4 แกนนำ: ระบุชื่อ "ยิ่งชีพ ไอลอว์" และ 3 สส.พรรคประชาชน "ณัฐพงษ์-พริษฐ์-ศิริกัญญา" พร้อมยื่นรูปถ่าย 30 ใบ และอ้างบรรทัดฐานคดีแฟลชม็อบปี 62 ประกอบคำร้อง
  • อ้างตัดไฟแต่ต้นลม: ยืนยันยื่นเรื่องเพื่อให้ตำรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการ ไม่ได้ชี้ขาดว่าผิดทันที แต่ต้องการป้องปรามไม่ให้เกิดการชุมนุมฝ่าฝืนกฎหมายซ้ำซาก

15 กันยายน 2569 นายสนธิญา สวัสดี เดินทางไปยัง สน.ปทุมวัน เพื่อยื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบการจัดกิจกรรมชุมนุมบริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงเย็นวันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา การร้องเรียนครั้งนี้มุ่งขอให้ตรวจสอบบุคคลสำคัญ 4 ราย ได้แก่ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ รวมถึง 3 แกนนำพรรคประชาชน ได้แก่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ และ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ โดยนายสนธิญานำภาพถ่าย 30 รูปและบรรทัดฐานคดีแฟลชม็อบปี 2562 เข้าประกอบการยื่นเรื่อง เพื่อขอให้พนักงานสอบสวนเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและตัดไฟแต่ต้นลม ป้องกันไม่ให้เกิดการชุมนุมซ้ำซากในพื้นที่ใกล้เขตพระราชฐาน

 

ที่ สน.ปทุมวัน นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษให้พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ตรวจสอบการจัดชุมนุมบริเวณ หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครในช่วงเย็นของวันที่ 13 กันยายน 2569 ที่ผ่านมาว่ามีการกระทำใดที่เข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ  2558 มาตรา 7 หรือไม่ โดยให้ตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้อง 4 รายได้แก่นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์ ) // นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ // นายพริษฐ์ วัชรสินธุ // และ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.ของพรรคประชาชน

นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง

 

โดยนายสนธิญา อ้างว่าในวันที่มีการจัดชุมนุมดังกล่าว ตนได้เข้าไปสังเกตการณ์ภายในพื้นที่ชุมนุมประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อถ่ายภาพเก็บเป็นหลักฐานจำนวน 30 รูป และพบป้ายประชาสัมพันธ์ของ สน.ปทุมวัน เกี่ยวกับข้อจำกัดตามกฎหมายสำหรับการชุมนุมในพื้นที่ใกล้เขตพระราชฐาน จึงเห็นว่าควรให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมกับนำข้อมูลเกี่ยวกับคดี "แฟลชม็อบ" เมื่อปี 2562 ที่ศาลแขวงปทุมวันมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567 มาประกอบการยื่นร้อง โดยระบุว่าคดีดังกล่าวยังอยู่ในการพิจารณาของชั้นศาลอุทธรณ์ 

 

นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง

นายสนธิย้ำว่า การเดินทางมาแจ้งความครั้งนี้เป็นการขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตามข้อกล่าวอ้างของผู้ร้อง มิได้เป็นข้อยุติว่าบุคคลที่ถูกกล่าวถึงกระทำความผิดวินิจฉัยว่าการชุมนุมหรือการกระทำใดฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องโดยตนมองว่าหากปล่อยปละละเลย จะมีการชุมนุมเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่มีมาตรการใด ๆ สถานที่ดังกล่าวจะกลายเป็นพื้นที่ชุมนุมที่ผิดต่อพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะเรื่อย ๆ ตนจึงตัดไฟตั้งแต่ต้นลมโดยการแจ้งความดำเนินคดีเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการชุมนุมซ้ำอีก

“ผมไม่แน่ใจว่าเท้งเอง ไหมเอง พริษฐ์เอง ก็อยู่พรรคประชาชน ไม่ได้บอกกล่าวเลยหรืออย่างไรว่าตรงนั้นศาลมีคำพิพากษาไปแล้ว แล้วมาชุมนุมได้อย่างไร หรือว่าดื้อดึงไม่เกรงกลัวต่อกฏหมาย” สนธิญากล่าว

ส่วนการมายื่นแจ้งความวันนี้ จะถูกมองว่าเป็นการจำกัดสิทธิ์เสรีภาพในการชุมนุมสาธารณะหรือไม่ ในสนธิญาบอกว่าสิทธิเสรีภาพเป็นของบุคคลทุกคนที่จะสามารถดำเนินการได้ แต่ในกรณีที่คุณใช้สิทธิเสรีภาพไปกระทำให้บุคคลอื่นเสียหาย หรือกระทำความผิดต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่นก็ถือว่าไม่ใช่สิทธิเสรีภาพ คุณไปชุมนุมกันตรงนั้นจำนวนมากกระทบกับบุคคลอื่น และสำคัญที่สุดคืออยู่ในรัศมี 150 เมตร จากพระราชทานจึงไม่ใช่เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพที่ถูกต้องตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ

 

ส่วนเนื้อหาและข้อเรียกร้องในการชุมนุม นายสนธิญามองว่า เป็นความขัดแย้งกันระหว่างไอลอว์พรรคประชาชนและกกต. กับพรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าตนไม่ใช่สมาชิกของพรรคใดภาคหนึ่ง ซึ่งตนก็ไม่ได้ไปร่วมชุมนุมตรงนั้นเพียงแต่แสดงความคิดเห็นในฐานะปวงชนชาวไทยส่วนมติกกต.ที่ออกมาก็ว่ากันตามกระบวนการยุติธรรม แต่ขอให้ยึดบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเป็นที่ตั้ง ไม่ว่ากกต.ไอลอว์หรือพรรคประชาชนก็ตาม

“ผมเชื่อว่าการชุมนุมจะไม่หยุดไม่ยุติและในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการพิจารณาวินิจฉัยในคดีบาร์โค้ด QR Code บนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งตนฟันธงตั้งแต่ต้นแล้วว่ายังไงก็ตามกกต.ก็ต้องยกฟ้อง แต่ยังหวั่นใจว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่กกต.ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาพิจารณาวินิจฉัย แล้วไม่เป็นไปตามใจของผู้ชุมนุมก็จะกลายเป็นว่าศาลฎีกาอยู่ฝั่งตรงข้าม จึงอยากให้ประชาชนแยกให้ออกว่าปัญหาการเมืองฝ่ายไหนต้องการอะไร และจุดยืนที่แท้จริงคืออะไร”

ตนขอเรียกร้องไปยังพรรคประชาชนว่า ขอให้คำนึงถึงเงินในกระเป๋าของประชาชนคนไทยขอให้ดูเรื่องเศรษฐกิจ ความเดือดร้อนของประชาชน วันนี้เกิดเหตุปล้นร้านทองเกือบทุกวัน เพราะความเดือดร้อนจากราคาข้าว และพืชผลทางการเกษตร ทำไมถึงไม่เสนอการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น // เพราะปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญ ปัญหาเรื่องระบบการเลือกตั้ง หรือปัญหาการฮั้วเลือก สว. เป็นปัญหาที่ไม่ได้มีมีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งของพี่น้องประชาชนณตอนนี้“ สนธิสัญญากล่าว

 

ทั้งนี้นายสนธิญาย้ำว่า จุดประสงค์หลักของตนคือการมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้กำกับการสน.ปทุมวันในฐานะปวงชนชาวไทยเพื่อให้พิจารณาวินิจฉัยและเร่งดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายว่าด้วย พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ 2568 ในมาตรา 7 และมาตตราที่เกี่ยวข้องอย่างที่ตนได้เคยยื่นร้องเรียนไปเมื่อปี 2562 โดยศาลได้พิจารณาวินิจฉัยไปแล้วเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567 ให้ติดคุก 4 เดือนและปรับ 20,200 บาท

ข่าวล่าสุด