นายวรศิษฎ์ เปิดเผยว่า ตนได้พูดคุยกับคุณพ่อแล้วเมื่อวานนี้ (14 ก.ย.) โดยครอบครัวเคารพผลการพิจารณาของทาง กกต. แต่ยังคงมีความมั่นใจและพร้อมที่จะเข้าไปพิสูจน์ข้อเท็จจริงในกระบวนการต่อไป ส่วนการเตรียมตัวต่อสู้นั้น ทางครอบครัวไม่ได้เตรียมคำชี้แจงเป็นพิเศษ เนื่องจากมั่นใจว่าไม่ได้ทำความผิดตามข้อกล่าวหา พร้อมยึดมั่นในระเบียบและกติกาเดิมที่มีอยู่
เมื่อถามถึงหลักฐานที่ กกต. เตรียมส่งศาลฎีกา นายวรศิษฎ์ระบุว่า ต้องขอดูรายละเอียดก่อนว่าทาง กกต. ระบุไว้อย่างไร แต่ในทางพฤตินัยสามารถชี้แจงได้ ส่วนที่มีความพยายามเชื่อมโยงเรื่องนี้มาถึงตัวเขานั้น เจ้าตัวย้ำว่า ความเชื่อมโยงเดียวที่มีคือความสัมพันธ์ทางสายเลือดในฐานะพ่อลูก แต่ตนไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าวแต่อย่างใด ต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริง
สำหรับประเด็นที่ทางไอลอว์ (iLaw) เปิดหลักฐานคำให้การของพยานรหัสที่ 16 ซึ่งอ้างว่าการประชุมกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยเป็นจุดเริ่มต้นขบวนการฮั้ว สว. นั้น นายวรศิษฎ์ ได้ย้อนถามกลับว่า "พยานคนดังกล่าว นั่งอยู่ในที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคด้วยหรือ"
เมื่อผู้สื่อข่าวระบุว่าพยานรายดังกล่าวคือ นายเอกราช ช่างเหลา นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เท่าที่จำได้พยานรายนี้มีการกลับคำให้การไปแล้ว และในความเป็นจริง การประชุมกรรมการบริหารพรรคทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่เคยมีการพูดคุยหรือมีวาระเกี่ยวกับเรื่องการฮั้ว สว. แต่อย่างใดทั้งสิ้น