"สำหรับกระแสข่าวที่ว่าการยื่นฟ้องเกิดขึ้นหลัง กกต. มีมติเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา ทนายความยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับมติของ กกต. แต่อย่างใด เนื่องจากทีมทนายได้จัดทำร่างคำฟ้องไว้เรียบร้อยก่อนหน้านี้แล้ว เพียงแต่รอคำสั่งมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี พร้อมย้ำว่าไม่ควรนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใกล้เคียงกันมาเชื่อมโยงกันโดยไม่มีข้อเท็จจริงตั้งแต่ต้น" นายสิทธิโชค ระบุ
เมื่อถามถึงการเรียกร้องค่าเสียหาย ทนายความ ระบุว่า คดีนี้ไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ และปฏิเสธว่าไม่ใช่การฟ้องเพื่อปิดปาก โดยมองว่าหากบุคคลใดถูกกล่าวหาในเรื่องที่ไม่ตรงกับความจริง ก็มีสิทธิชอบธรรมในการใช้กฎหมายปกป้องตนเอง ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือประชาชนทั่วไป สำหรับประเด็นที่ฝ่ายผู้ถูกฟ้องจะนำพยานหลักฐานเกี่ยวกับเรื่อง สว. มาแสดงต่อศาลนั้น ทนายความขอไม่ให้ความเห็นเนื่องจากเกินขอบเขตหน้าที่ โดยตนได้รับมอบหมายให้ดูแลเฉพาะคดีหมิ่นประมาทเท่านั้น ซึ่งในการไต่สวนมูลฟ้อง ผู้ที่จะมาศาลจะเป็นผู้รับมอบอำนาจและผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึง นายศุภชัย ใจสมุทร ในฐานะหัวหน้าทีมกฎหมาย ส่วนนายกรัฐมนตรีได้มอบอำนาจเบ็ดเสร็จแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเดินทางมาด้วยตนเอง
ส่วนจะมีแผนดำเนินคดีกับบุคคลอื่นหรือ สส. ฝ่ายค้านเพิ่มเติมหรือไม่ ทนายความ ระบุว่า เบื้องต้นได้รับมอบหมายให้ดำเนินการเฉพาะกับนายยิ่งชีพเท่านั้น ส่วนบุคคลอื่นถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่ไม่สามารถก้าวล่วงแทนกันได้ สำหรับเรื่องการเจรจาไกล่เกลี่ย เนื่องจากเพิ่งเริ่มต้นกระบวนการในวันนี้ จึงต้องรอดูท่าทีของแต่ละฝ่ายก่อน