ฉากทัศน์ที่ 1 : เดินหน้าส่งศาลฎีกา 229 ราย
หาก กกต. เห็นว่าพยานหลักฐานเพียงพอต่อการดำเนินคดี อาจมีมติให้ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาตามกระบวนการกฎหมาย ข้อควรพิจารณา: การส่งเรื่องให้ศาลไม่ได้หมายความว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิดทันที แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้กระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลพิจารณาพยานหลักฐานและข้อโต้แย้งต่อไป
ฉากทัศน์ที่ 2 : ส่งเฉพาะบางราย
ข้อควรพิจารณา: นี่คือฉากทัศน์ที่ถูกจับตาอย่างมาก เพราะ กกต. แต่ละคนยืนยันว่าการลงมติเป็นรายบุคคล ดังนั้น ผลสุดท้ายอาจไม่จำเป็นต้องเหมือนคณะที่ 26 ซึ่งเสนอให้ดำเนินคดีกับทั้ง 229 ราย และไม่จำเป็นต้องเหมือนคณะที่ 36 ซึ่งเสนอให้ยุติเรื่องทั้งหมด ผลอาจอยู่ “ตรงกลาง” โดย กกต. แยกพิจารณาพยานหลักฐานของแต่ละบุคคล
ฉากทัศน์ที่ 3 : ยกคำร้องทั้งหมด
ข้อควรพิจารณา: หาก กกต. ให้น้ำหนักกับความเห็นของคณะที่ 36 และเห็นว่าพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอ อาจมีมติยุติเรื่องทั้งหมด แต่ฉากทัศน์นี้จะทำให้เกิดคำถามทางการเมืองและสังคมตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า เหตุใดข้อสรุปของคณะที่ 26 กับคณะที่ 36 จึงแตกต่างกันมาก และหลักฐานใดเป็นตัวชี้ขาด!