นางสาวรักชนก ยังตั้งข้อสังเกตถึงการจัดซื้อจัดจ้างว่า บางโครงการมีใบเสนอราคาของบริษัทที่แตกต่างกัน แต่กลับมีชื่อผู้จัดการโครงการเป็นชื่อเดียวกัน และยังมีใบเสนอราคาจากบริษัทร้าง อย่างเช่นกรณีที่กรมฝนหลวงต้องการซื้อเรดาร์ตรวจจับ แต่ไปขอใบเสนอราคาจากบริษัทที่ไม่มีการดำเนินการ ตนไม่แน่ใจว่าโครงการแบบนี้สำนักงบประมาณปล่อยผ่านมาได้อย่างไร ดังนั้น สำนักงบประมาณถือเป็นประตูสำคัญ และการทำใบเสนอราคาที่มีปัญหาแบบนี้ ตนคิดว่าควรตัดโครงการเหล่านี้ออกไปได้ตั้งแต่แรก ถ้าหน่วยงานไม่พร้อมที่จะทำโครงการ
นางสาวรักชนก กล่าวต่อว่า “หน่วยงานเดี๋ยวนี้รู้มาก” ส่งเอกสารมาให้อนุกรรมาธิการพิจารณาโดยส่งมาเป็น QR Code เช่น สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม แต่พอออกจากห้องพิจารณาอนุกรรมาธิการ ก็จะลบข้อมูลในไฟล์เหล่านั้นออก ซึ่งตนเองยังอ่านไม่แล้วเสร็จ ดังนั้น วันนี้หน่วยงานที่จะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการทำให้งบประมาณมีประสิทธิภาพและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันได้ คือ สำนักงบประมาณ จึงขอฝากผู้อำนวยการสำนักงบประมาณด้วย
ทั้งนี้ ระหว่างการอภิปราย นางสาวรักชนก ได้ถามถึงพาวเวอร์พอยต์การอภิปรายของตนว่า ถูกเซ็นเซอร์หรือไม่ และเซ็นเซอร์โดยที่ไม่แจ้งตน จนตนเองดูสไลด์ไม่รู้เรื่อง จึงได้สอบถามไปยังประธานในที่ประชุมว่า เหตุใดถึงมีการเซ็นเซอร์ ซึ่งทำให้ตนเสียสมาธิเป็นอย่างมาก