พล.อ.อ. ประภาส กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มาในนามของรัฐบาล กระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อสื่อสารความจริงว่า เราไม่ได้ต้องการยึดดินแดนของกัมพูชาด้วยเหตุผลเรื่องสแกมเมอร์ เพียงแต่กัมพูชาใช้พื้นที่ดังกล่าวในการโจมตีทหารไทย และสแกมเมอร์ถือเป็นภัยคุกคาม เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และต้องร่วมแรงร่วมใจกันจัดการ โดยจัดตั้งกองกำลังเฉพาะกิจเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งประเทศเจ้าบ้านต้องให้ความร่วมมือ เพื่อไม่ให้พื้นที่ของกัมพูชาเป็นที่ตั้งของสแกมเมอร์ หรือที่เรียกว่า “Scambodia” ต่อไปในอนาคต
“นี่ไม่ใช่การกล่าวอ้าง เพราะมีหลายหน่วยงานเข้ามาเก็บข้อมูลแล้ว เพื่อดำเนินการต่อในเรื่องของการยึดทรัพย์ การตัดเส้นทางการเงิน ไม่ให้มีการลงทุน ซึ่งเป็นหลักฐานของแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโซนยุโรป เอเชีย หรือหลายๆ ประเทศ ที่จะนำไปขยายผลการดำเนินการต่อ”
ผอ. JIC กล่าวอีกว่า จากการได้รับรายงานในพื้นที่ ฝ่ายกัมพูชาพยายามจะบุกเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งมีการตัดรั้วลวดหนามประมาณ 2-3 จุด แต่ด้วยความเข้มแข็ง เราสามารถจับเชลยได้ โดยพยายามแฝงตัวมาเป็นชาวบ้าน แต่ความจริงคือทหารกัมพูชา ซึ่งเกิดขึ้นประมาณ 2-3 ครั้ง ทำให้ทหารไทยต้องปฏิบัติตามกฎการใช้กำลัง เพราะหากไม่ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ทหารกัมพูชาจะตั้งฐานบริเวณนั้น พร้อมย้ำว่า กองทัพอากาศที่อยู่เบื้องหลังก็มีความพร้อม หากทหารกัมพูชาเข้ามาโจมตี ทำลายรั้วลวดหนาม และเข้ามาทำร้ายทหารไทย ก็แสดงว่าเปิดฉากโจมตีแล้วใช่หรือไม่
และถ้าเปิดฉากแล้ว เราก็ต้องตอบโต้เต็มรูปแบบ ซึ่งกำลังทั้งภาคพื้น ทางอากาศ และปืนใหญ่ก็เตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์เหล่านี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ เพราะระยะใกล้ชิดกันมาก ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดควรต้องลดระดับการยั่วยุ สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และมาพูดคุยผ่านทวิภาคี ในขณะที่เวทีต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศก็พยายามจะชี้แจงข้อเท็จจริง และลำดับเหตุการณ์ที่ฝ่ายกัมพูชานำไปบิดเบือน
“คณะของผมยังได้ไปสำรวจพื้นที่โดยรอบกว่า 10 กิโลเมตร ซึ่งเป็นจุดล่อแหลม แต่ขอให้มั่นใจว่า ทหารไทยมีการวางระบบป้องกันไว้อย่างดี รถถังกัมพูชาก็เข้าไม่ได้ เพราะเราได้วางคูเลดป้องกันเอาไว้แล้ว ส่วนพื้นที่ที่เรียกว่า “ช่องปลิง” ไทยสามารถยึดคืนพื้นที่ได้โดยใช้ทหารเพียงกองพันเดียว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เก็บวัตถุระเบิดและกระสุน โดยเฉพาะ RPG ปัจจุบันไทยได้ทำลายทั้งหมดแล้ว และได้มีการขนอาวุธของกัมพูชาเพื่อนำไปเป็นหลักฐานจำนวน 1 คันรถ ซึ่งนี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า ฝ่ายกัมพูชามีเจตนา มีการเตรียมการเพื่อทำอะไรสักอย่าง”
สำหรับแนวการวางกำลังของทหารไทยในปัจจุบัน ไม่ใช่การมุ่งหวังในการวางแนวเส้นเขตแดน เราไม่ได้รุกรานเพื่อยึดพื้นที่กัมพูชามาเป็นของไทย แต่เราทำตามแผนจักรพงษ์ภูวนารถเพื่อป้องกันประเทศ รวมถึงการประสานงานระหว่าง 3 เหล่าทัพ ซึ่งขอย้ำว่า แผนจักรพงษ์ภูวนารถไม่ใช่แผนการเพื่อไปยึดพื้นที่ของกัมพูชา
“ถ้าจะยึดพื้นที่กัมพูชา ก็ต้องรบกันทั้งประเทศ และจะกลายเป็นสงครามที่ใหญ่พอสมควร ซึ่งต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ถ้าเขายังไม่หยุดยั้งและไม่ยุติ ซึ่งทราบมาว่า ทหารผีในกัมพูชามีมาก ยอดไม่ตรงกับที่แจ้ง เนื่องจากบางส่วนก็มีความกลัว ซึ่งอยากให้ประชาชนมั่นใจว่า เราไม่ได้นิ่งดูดาย เรามีแนวป้องกันเอาไว้อย่างดี และมียุทโธปกรณ์พร้อมที่จะป้องกันประเทศ”
ส่วนที่ผู้นำกัมพูชาอ้างว่า ประเทศไทยใช้เรื่องสแกมเมอร์เพื่อมาอ้างในการยึดครองพื้นที่นั้น ผอ. JIC กล่าวว่า สแกมเมอร์คือภัยคุกคามของทั่วโลก แม้แต่องค์กรระหว่างประเทศก็ระบุว่าเป็น Scambodia การที่เขาไปพูดในลักษณะเช่นนั้นเพื่อหวังโจมตีประเทศไทย ซึ่งตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ปอยเปตที่ติดจังหวัดสระแก้ว จังหวัดไพลินที่ติดอยู่กับจังหวัดจันทบุรี หรือทมอดาที่ติดอยู่กับจังหวัดตราด มีสแกมเมอร์และกาสิโนที่เรียกว่า เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ตลอดแนวอยู่แล้ว ยืนยันว่าเราไม่ได้ใช้เรื่องนี้เพื่อหวังควบคุมพื้นที่ของกัมพูชา เพราะเราก็ไม่รู้มาก่อนว่ามีสแกมเมอร์ในพื้นที่นี้
แต่เมื่อกัมพูชาได้ใช้พื้นที่นี้เป็นฐานปฏิบัติการทางทหารโจมตีไทย จึงมีความจำเป็นที่ต้องเข้าควบคุมพื้นที่ และหากมีการเจรจาผ่านทวิภาคีและบรรยากาศมีความเอื้ออำนวย ถึงจะมาพูดคุยกันได้ ไม่มีประเทศไหนชี้ว่าคนไทยต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องระดับประเทศ มีผลประโยชน์ มีเรื่องเศรษฐกิจ แต่ควรต้องตระหนักว่าสิ่งที่ทำส่งผลกระทบต่อประเทศไทยและประเทศทั่วโลกมาก
เมื่อถามว่า รัฐบาลกัมพูชาถือเป็นน้ำหล่อเลี้ยงสแกมเมอร์ใช่หรือไม่ ผอ. JIC กล่าวว่า “ก็พูดเองอยู่แล้วนี่” เพราะพื้นที่กว่า 500 ไร่ มีหลายร้อยอาคาร หากส่วนราชการของกัมพูชาไม่รู้ ก็ไม่รู้ว่าจะว่าอย่างไร ซึ่งคนที่มาดำเนินการน่าจะเป็นนายทุนจากที่อื่น
ผอ. JIC กล่าวอีกว่า การนำคณะ AOT ลงพื้นที่วันนี้เพื่อให้เห็นพื้นที่ที่เราควบคุม ไม่ใช่การลากเส้นเขตแดน และต้องย้ำว่า AOT แค่สังเกตการณ์ พวกเขาเป็นทหารหากไม่เข้าพื้นที่ แสดงว่ากังวลกับบางสิ่งบางอย่าง
อย่างไรก็ตาม วันนี้ทางคณะได้จัดเลี้ยงหมูกระทะทั้งกองพัน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กำลังพลที่ทำงานกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อย
ด้าน พันโท คุณากร โชติพนัส ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 25 กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนช่องจอม โดยขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า พี่น้องทหารทุกคนยืนหยัดพร้อมที่จะปกป้องอธิปไตยตลอดเวลา กำลังพลยังมีขวัญกำลังใจดีเยี่ยม ส่วนยุทโธปกรณ์ต่างๆ มีพร้อมรบ ซึ่งผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นได้มาตรวจตลอด สิ่งใดที่ขาดเหลือก็ได้รับการสนับสนุนเต็มที่ พร้อมยอมรับฝ่ายตรงข้ามมีการยิงยั่วยุตลอดแนวที่เราดูแล