เนชั่นทีวี

ข่าว

JIC นำสื่อลุยโอร์เสม็ด แฉอาณาจักรสแกมเมอร์ รพ.ผ่าอวัยวะ-สน.ปลอม

07 ก.ย. 2569 | titayu_pur

JIC นำสื่อลุยโอร์เสม็ด แฉอาณาจักรสแกมเมอร์ รพ.ผ่าอวัยวะ-สน.ปลอม

ผอ.JIC นำสื่อไทย-เทศและคณะ AOT สำรวจอาณาจักรสแกมเมอร์โอร์เสม็ด กัมพูชา ผงะพบโรงพยาบาลลับสงสัยผ่าอวัยวะเหยื่อขาย พร้อมสถานีตำรวจปลอมหลายชาติ ยันไทยไม่ได้ยึดดินแดน

ผอ.JIC นำสื่อไทย-เทศและคณะ AOT สำรวจอาณาจักรสแกมเมอร์โอร์เสม็ด กัมพูชา ผงะพบโรงพยาบาลลับสงสัยผ่าอวัยวะเหยื่อขาย พร้อมสถานีตำรวจปลอมหลายชาติ ยันไทยไม่ได้ยึดดินแดน

KEY

POINTS

  • แฉอาณาจักรสแกมเมอร์โอร์เสม็ด: ทหารไทยควบคุมพื้นที่ 500 ไร่ พบอาคาร 157 แห่ง สถานีตำรวจปลอมหลายชาติ และโรงพยาบาลลับสงสัยใช้ผ่าตัดอวัยวะเหยื่อสแกมเมอร์ไปขาย
     
  • ยันไร้เจตนายึดดินแดนกัมพูชา: JIC ชี้เข้าควบคุมพื้นที่เพราะถูกใช้เป็นฐานทหารยิงโจมตีไทย ย้ำสแกมเมอร์เป็นภัยคุกคามระดับโลกที่ต้องกวาดล้างและตัดเส้นทางการเงิน
     
  • กองทัพไทยพร้อมรับมือเต็มรูปแบบ: วางระบบป้องกันเข้มตามแผนจักรพงษ์ภูวนารถ พร้อมตอบโต้ทันทีหากฝ่ายกัมพูชาละเมิดรั้วลวดหนามเปิดฉากโจมตี

7 กันยายน 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผอ.JIC นำคณะสื่อมวลชนไทย-ต่างประเทศ และ AOT ลงพื้นที่จุดผ่านแดนช่องจอม จ.สุรินทร์ เพื่อสำรวจอาณาจักรสแกมเมอร์ โอร์เสม็ด กัมพูชา กว่า 500 ไร่ หลังทหารไทยเข้าควบคุมพื้นที่ แฉเบาะแสสำคัญพบโรงพยาบาลใหม่ มีห้องผ่าตัดที่สงสัยว่าใช้ค้าอวัยวะเหยื่อ และสถานีตำรวจปลอมหลายประเทศที่แก๊ง สแกมเมอร์ ใช้คอลเซ็นเตอร์หลอกลวงคนทั่วโลก พร้อมย้ำจุดยืนการดำเนินงานของ JIC และ ทหารไทย ไม่ได้ต้องการยึดดินแดน แต่เป็นการขจัดภัยคุกคามข้ามชาติและตอบโต้ฐานทหารกัมพูชาที่ใช้เปิดฉากโจมตีไทย

 

ที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย–กัมพูชา (JIC) นำคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน หรือ AOT และคณะสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ ลงพื้นที่เพื่อสำรวจอาณาจักรสแกมเมอร์ในกัมพูชา (โอร์เสม็ด) ซึ่งเป็นพื้นที่กว่า 500 ไร่ ที่ทหารไทยเข้าควบคุมพื้นที่หลังการปะทะรอบที่ 2

 

โดยพบว่ามีอาคารถึง 157 แห่ง และเป็นอาคารสำหรับสแกมเมอร์ 29 แห่ง พร้อมยึด 6 ฐานปฏิบัติการทหารกัมพูชาไว้ เนื่องจากพื้นที่และอาคารทั้งหมดนี้ถูกใช้เก็บอาวุธและระเบิด ซ้ำยังเป็นฐานสำหรับพลซุ่มยิงและบินโดรนโจมตีฝ่ายไทย

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผอ.JIC

 

จากการเข้าไปสำรวจมีตั้งแต่โซน A ถึงโซน E ภายในอาคารต่างๆ พบว่ามีจุดสำคัญคือ การก่อสร้างโรงพยาบาลขึ้นมาใหม่ ชื่อ Zhong Nan Hospital ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแห่งเดียวที่ไว้ใช้รักษาชาวจีนที่เป็นระดับหัวหน้า ด้านในมีห้องผ่าตัด ซึ่งมีข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เชื่อว่า อาจจะเป็นห้องที่เอาไว้ผ่าเอาอวัยวะ เช่น ไต หรือหัวใจ ของกลุ่มสแกมเมอร์ที่ทำยอดไม่ได้ และถูกซ้อมทรมานจนใกล้เสียชีวิตเพื่อนำไปขายหารายได้ต่อ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่โหดร้ายเป็นอย่างมาก

 

นอกจากนี้ ยังมีการสร้างสถานที่จำลองเป็นสถานีตำรวจเพื่อใช้หลอกลวง ซึ่งมีหลายประเทศ อาทิ จีน อินโดนีเซีย บราซิล ออสเตรเลีย สิงคโปร์ และเวียดนาม โดยมีสคริปต์หรือบทพูดที่ใช้ในการพูดหลอกลวง มีเครื่องแต่งกายตำรวจประเทศต่างๆ และฉากจำลองห้องสอบสวน รูปภาพการจับกุมผู้ต้องหา เพื่อให้สถานีตำรวจจำลองมีความคล้ายสถานที่จริงมากที่สุด ขณะเดียวกันยังพบว่ามีห้องสอบที่ใช้ประเมินวัดผลสแกมเมอร์ รวมถึงวิธีการเรียนรู้ต่างๆ

 

ทั้งนี้ ในวันที่ 8 กันยายนนี้ จะครบ 9 เดือนที่ทหารไทยเข้าควบคุมพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการเคลื่อนย้ายสิ่งของออกไปภายนอก สภาพอาคารที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีทรุดโทรมลงเป็นอย่างมาก บางอาคารมีน้ำท่วมขัง ข้าวของเครื่องใช้เริ่มแตกหัก 

 

JIC นำสื่อลุยโอร์เสม็ด แฉอาณาจักรสแกมเมอร์ รพ.ผ่าอวัยวะ-สน.ปลอม

พล.อ.อ. ประภาส กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มาในนามของรัฐบาล กระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อสื่อสารความจริงว่า เราไม่ได้ต้องการยึดดินแดนของกัมพูชาด้วยเหตุผลเรื่องสแกมเมอร์ เพียงแต่กัมพูชาใช้พื้นที่ดังกล่าวในการโจมตีทหารไทย และสแกมเมอร์ถือเป็นภัยคุกคาม เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และต้องร่วมแรงร่วมใจกันจัดการ โดยจัดตั้งกองกำลังเฉพาะกิจเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งประเทศเจ้าบ้านต้องให้ความร่วมมือ เพื่อไม่ให้พื้นที่ของกัมพูชาเป็นที่ตั้งของสแกมเมอร์ หรือที่เรียกว่า “Scambodia” ต่อไปในอนาคต

“นี่ไม่ใช่การกล่าวอ้าง เพราะมีหลายหน่วยงานเข้ามาเก็บข้อมูลแล้ว เพื่อดำเนินการต่อในเรื่องของการยึดทรัพย์ การตัดเส้นทางการเงิน ไม่ให้มีการลงทุน ซึ่งเป็นหลักฐานของแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโซนยุโรป เอเชีย หรือหลายๆ ประเทศ ที่จะนำไปขยายผลการดำเนินการต่อ”

ผอ. JIC กล่าวอีกว่า จากการได้รับรายงานในพื้นที่ ฝ่ายกัมพูชาพยายามจะบุกเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งมีการตัดรั้วลวดหนามประมาณ 2-3 จุด แต่ด้วยความเข้มแข็ง เราสามารถจับเชลยได้ โดยพยายามแฝงตัวมาเป็นชาวบ้าน แต่ความจริงคือทหารกัมพูชา ซึ่งเกิดขึ้นประมาณ 2-3 ครั้ง ทำให้ทหารไทยต้องปฏิบัติตามกฎการใช้กำลัง เพราะหากไม่ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ทหารกัมพูชาจะตั้งฐานบริเวณนั้น พร้อมย้ำว่า กองทัพอากาศที่อยู่เบื้องหลังก็มีความพร้อม หากทหารกัมพูชาเข้ามาโจมตี ทำลายรั้วลวดหนาม และเข้ามาทำร้ายทหารไทย ก็แสดงว่าเปิดฉากโจมตีแล้วใช่หรือไม่

 

และถ้าเปิดฉากแล้ว เราก็ต้องตอบโต้เต็มรูปแบบ ซึ่งกำลังทั้งภาคพื้น ทางอากาศ และปืนใหญ่ก็เตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์เหล่านี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ เพราะระยะใกล้ชิดกันมาก ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดควรต้องลดระดับการยั่วยุ สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และมาพูดคุยผ่านทวิภาคี ในขณะที่เวทีต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศก็พยายามจะชี้แจงข้อเท็จจริง และลำดับเหตุการณ์ที่ฝ่ายกัมพูชานำไปบิดเบือน

 

JIC นำสื่อลุยโอร์เสม็ด แฉอาณาจักรสแกมเมอร์ รพ.ผ่าอวัยวะ-สน.ปลอม

“คณะของผมยังได้ไปสำรวจพื้นที่โดยรอบกว่า 10 กิโลเมตร ซึ่งเป็นจุดล่อแหลม แต่ขอให้มั่นใจว่า ทหารไทยมีการวางระบบป้องกันไว้อย่างดี รถถังกัมพูชาก็เข้าไม่ได้ เพราะเราได้วางคูเลดป้องกันเอาไว้แล้ว ส่วนพื้นที่ที่เรียกว่า “ช่องปลิง” ไทยสามารถยึดคืนพื้นที่ได้โดยใช้ทหารเพียงกองพันเดียว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เก็บวัตถุระเบิดและกระสุน โดยเฉพาะ RPG ปัจจุบันไทยได้ทำลายทั้งหมดแล้ว และได้มีการขนอาวุธของกัมพูชาเพื่อนำไปเป็นหลักฐานจำนวน 1 คันรถ ซึ่งนี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า ฝ่ายกัมพูชามีเจตนา มีการเตรียมการเพื่อทำอะไรสักอย่าง”

สำหรับแนวการวางกำลังของทหารไทยในปัจจุบัน ไม่ใช่การมุ่งหวังในการวางแนวเส้นเขตแดน เราไม่ได้รุกรานเพื่อยึดพื้นที่กัมพูชามาเป็นของไทย แต่เราทำตามแผนจักรพงษ์ภูวนารถเพื่อป้องกันประเทศ รวมถึงการประสานงานระหว่าง 3 เหล่าทัพ ซึ่งขอย้ำว่า แผนจักรพงษ์ภูวนารถไม่ใช่แผนการเพื่อไปยึดพื้นที่ของกัมพูชา

“ถ้าจะยึดพื้นที่กัมพูชา ก็ต้องรบกันทั้งประเทศ และจะกลายเป็นสงครามที่ใหญ่พอสมควร ซึ่งต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ถ้าเขายังไม่หยุดยั้งและไม่ยุติ ซึ่งทราบมาว่า ทหารผีในกัมพูชามีมาก ยอดไม่ตรงกับที่แจ้ง เนื่องจากบางส่วนก็มีความกลัว ซึ่งอยากให้ประชาชนมั่นใจว่า เราไม่ได้นิ่งดูดาย เรามีแนวป้องกันเอาไว้อย่างดี และมียุทโธปกรณ์พร้อมที่จะป้องกันประเทศ”

ส่วนที่ผู้นำกัมพูชาอ้างว่า ประเทศไทยใช้เรื่องสแกมเมอร์เพื่อมาอ้างในการยึดครองพื้นที่นั้น ผอ. JIC กล่าวว่า สแกมเมอร์คือภัยคุกคามของทั่วโลก แม้แต่องค์กรระหว่างประเทศก็ระบุว่าเป็น Scambodia การที่เขาไปพูดในลักษณะเช่นนั้นเพื่อหวังโจมตีประเทศไทย ซึ่งตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ปอยเปตที่ติดจังหวัดสระแก้ว จังหวัดไพลินที่ติดอยู่กับจังหวัดจันทบุรี หรือทมอดาที่ติดอยู่กับจังหวัดตราด มีสแกมเมอร์และกาสิโนที่เรียกว่า เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ตลอดแนวอยู่แล้ว ยืนยันว่าเราไม่ได้ใช้เรื่องนี้เพื่อหวังควบคุมพื้นที่ของกัมพูชา เพราะเราก็ไม่รู้มาก่อนว่ามีสแกมเมอร์ในพื้นที่นี้

 

แต่เมื่อกัมพูชาได้ใช้พื้นที่นี้เป็นฐานปฏิบัติการทางทหารโจมตีไทย จึงมีความจำเป็นที่ต้องเข้าควบคุมพื้นที่ และหากมีการเจรจาผ่านทวิภาคีและบรรยากาศมีความเอื้ออำนวย ถึงจะมาพูดคุยกันได้ ไม่มีประเทศไหนชี้ว่าคนไทยต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องระดับประเทศ มีผลประโยชน์ มีเรื่องเศรษฐกิจ แต่ควรต้องตระหนักว่าสิ่งที่ทำส่งผลกระทบต่อประเทศไทยและประเทศทั่วโลกมาก

 

เมื่อถามว่า รัฐบาลกัมพูชาถือเป็นน้ำหล่อเลี้ยงสแกมเมอร์ใช่หรือไม่ ผอ. JIC กล่าวว่า “ก็พูดเองอยู่แล้วนี่” เพราะพื้นที่กว่า 500 ไร่ มีหลายร้อยอาคาร หากส่วนราชการของกัมพูชาไม่รู้ ก็ไม่รู้ว่าจะว่าอย่างไร ซึ่งคนที่มาดำเนินการน่าจะเป็นนายทุนจากที่อื่น

 

ผอ. JIC กล่าวอีกว่า การนำคณะ AOT ลงพื้นที่วันนี้เพื่อให้เห็นพื้นที่ที่เราควบคุม ไม่ใช่การลากเส้นเขตแดน และต้องย้ำว่า AOT แค่สังเกตการณ์ พวกเขาเป็นทหารหากไม่เข้าพื้นที่ แสดงว่ากังวลกับบางสิ่งบางอย่าง

 

อย่างไรก็ตาม วันนี้ทางคณะได้จัดเลี้ยงหมูกระทะทั้งกองพัน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กำลังพลที่ทำงานกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อย

 

JIC นำสื่อลุยโอร์เสม็ด แฉอาณาจักรสแกมเมอร์ รพ.ผ่าอวัยวะ-สน.ปลอม

 

ด้าน พันโท คุณากร โชติพนัส ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 25 กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนช่องจอม โดยขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า พี่น้องทหารทุกคนยืนหยัดพร้อมที่จะปกป้องอธิปไตยตลอดเวลา กำลังพลยังมีขวัญกำลังใจดีเยี่ยม ส่วนยุทโธปกรณ์ต่างๆ มีพร้อมรบ ซึ่งผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นได้มาตรวจตลอด สิ่งใดที่ขาดเหลือก็ได้รับการสนับสนุนเต็มที่ พร้อมยอมรับฝ่ายตรงข้ามมีการยิงยั่วยุตลอดแนวที่เราดูแล

 

JIC นำสื่อลุยโอร์เสม็ด แฉอาณาจักรสแกมเมอร์ รพ.ผ่าอวัยวะ-สน.ปลอม

ข่าวล่าสุด