ค้าน Hyperscale Data Center ในกรุง: ปชป. เตือนตั้ง Data Center ใจกลาง กทม. แทบไม่สร้างงาน แต่ซ้ำเติม 3 วิกฤต ทั้งโดมความร้อน มลพิษควันพิษ และเสี่ยงน้ำมันสำรอง แนะย้ายออกนอกเมือง
แฉ EEC ล้มเหลวแก้กากอุตสาหกรรม: ชี้ตลอด 8-9 ปี EEC ขาดความต่อเนื่องเชิงนโยบาย ปัญหากากพิษรั่วไหลระยองยังจัดการไม่ได้จริง แม้ Data Center แห่ขอ BOI ในพื้นที่สูงถึง 70%
ยื่น 6 ข้อเสนอคุ้มครองคนไทย: เสนอจัดเก็บภาษีเชิงยุทธศาสตร์ บังคับถ่ายทอดเทคโนโลยี คุมเงื่อนไข BOI การันตีสัดส่วนจ้างงานคนไทย และตั้งกองทุน Data Center ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมชุมชน
นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวแสดงความห่วงใยต่อทิศทางการจัดตั้งและอนุมัติศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Hyperscale Data Center ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยระบุว่า แม้การพัฒนา Data Center จะเป็นเรื่องที่ดีต่อเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ลักษณะการก่อสร้างระดับ Hyperscale หรือการสร้างอาคารทั้งตึกเพื่อเป็นศูนย์ข้อมูลใจกลางเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ นั้น แทบไม่ได้สร้างประโยชน์ใดๆ ให้แก่เมืองและประชาชน นอกเหนือไปจากกลุ่มผู้ประกอบการเพียงอย่างเดียว
นายพงศกร ชี้ให้เห็นถึงปัญหาหลัก 3 ประการที่เกิดขึ้นหากปล่อยให้เกิด Hyperscale Data Center ในพื้นที่เมืองหลวง
1. วิกฤตความร้อนและปรากฏการณ์โดมความร้อน เนื่องจากการทำงานเต็มรูปแบบของ Data Center ขนาดใหญ่มีการปล่อยความร้อนสูงมาก ขณะที่สภาพเมืองของกรุงเทพฯ มีความหนาแน่นจนเกิดสภาวะเหมือนมีโดมหรือฝาชีครอบ ความร้อนที่ปล่อยขึ้นไปจะสะท้อนกลับลงมา ทำให้ความร้อนในพื้นที่เมืองพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง
2. อันตรายจากการสะสมน้ำมันสำรอง กล่าวคือ Data Center ขนาดใหญ่ต้องมีการสะสมน้ำมันเชื้อเพลิงปริมาณมหาศาลและรันเครื่องปั่นไฟสำรองเพื่อป้องกันไฟดับ ซึ่งการตั้งอยู่ใจกลางเมือง หรือใกล้สถานพยาบาลย่อมสร้างความเสี่ยงสูง อีกทั้งยังมีปัญหากลิ่นและสารพิษระเหยออกมาจากการรันเครื่องทดสอบระบบอย่างต่อเนื่อง
3. คนไทยและเมืองแทบไม่ได้ประโยชน์ เพราะในเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจ การเข้ามาของ Data Center ไม่ได้ตอบโจทย์เรื่องการสร้างงาน การจัดเก็บภาษี หรือการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่คนไทยอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์ส่วนใหญ่ยังเป็นของต่างชาติ แต่คนไทยกลับต้องทนรับกลิ่นน้ำมัน ความร้อน และมลพิษน้ำเสียที่แอบปล่อยลงสู่ระบบ
ต่อข้อถามถึงการตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุดของรัฐบาลเพื่อจัดทำแผน Data Center ภายใน 1 เดือนนั้น นายพงศกร ยืนยันในหลักการเดิมว่า ไม่ว่าเทคโนโลยีจะดีเพียงใด แต่ Hyperscale Data Center ไม่ควรตั้งอยู่ในเมือง รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องต้องตั้งเกณฑ์ที่เข้มงวด ยึดประโยชน์และสุขอนามัยของคนกรุงเทพฯ และคนไทยทุกคนเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่เลือกใช้วิธีที่ง่ายที่สุดแล้วปล่อยให้ประชาชนแบกรับผลกระทบในระยะยาว
ด้าน นายพศิน ปิตุเตชะ สส.ระยอง เขต 3 ในฐานะรองโฆษกพรรค กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ขอเสนอแนะ 6 ข้อ ต่อกรณี Data Center ดังนี้
1. วางแผนจัดเก็บภาษีเชิงยุทธศาสตร์ เพราะแม้ Data Center จะใช้แรงงานต่ำและมี Local Content น้อย แต่ต้องมีระบบภาษีที่สร้างรายได้กลับคืนสู่ท้องถิ่นและประเทศชาติ
2. ต่อยอดมุ่งสู่ Hub เทคโนโลยี เพราะต้องมอง Data Center เป็นเพียงบันไดก้าวแรกในการต่อยอดไปสู่ระบบ AI และแอปพลิเคชัน ไม่ใช่จบลงแค่การจ้างงานเบื้องต้น
นายพศิน กล่าวด้วยว่า เม็ดเงินลงทุนกว่า 3 ล้านล้านบาทในธุรกิจ Data Center ต้องเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในพื้นที่และประเทศชาติ ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดมลภาวะหรือเกิดการแย่งชิงทรัพยากรน้ำและไฟฟ้าเหมือนบทเรียนในอดีต
“ผมมองว่า Data Center มันเป็นโอกาส แต่อยากจะให้รัฐบาลถอยกลับมาดูว่า เราจะไปต่อยังไง ผมว่ารัฐบาลเข้าใจอยู่แล้วว่า มันไม่ใช่โอกาสมหาศาล แต่มันคือบันไดก้าวหนึ่งที่จะนำไปสู่อีกก้าวหนึ่ง ในยุคเทคโนโลยี ในมุมของพื้นที่ ในมุมของ EEC และการที่ Data Center จะเข้ามาอยู่ในพื้นที่ EEC โดยการขอ BOI มาแล้ว นำเสนอมาลงในเขตนี้ถึง 70% ก็จะฝากรัฐบาล ให้เอาโอกาสนี้ ให้เป็นประโยชน์กับคนในพื้นที่ และคนในชาติมากที่สุด” นายพศิน กล่าว
นอกจากนี้ ทีมโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังแถลงข่าวรายงานความคืบหน้าการทำงานของพรรคในประเด็นปัญหากากอุตสาหกรรมและการขับเคลื่อนโครงการ Data Center ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)