เนชั่นทีวี

ข่าว

"พิรงรอง" ตีความคำสั่งศาลปกครองสูงสุด "หมอสรณ" พ้นตำแหน่ง ยันกรรมการที่เหลือประชุมเองได้

03 ก.ย. 2569 | thunchanok_kul

"พิรงรอง" ตีความคำสั่งศาลปกครองสูงสุด "หมอสรณ" พ้นตำแหน่ง ยันกรรมการที่เหลือประชุมเองได้

"พิรงรอง" กรรมการ กสทช. โพสต์ตีความคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ชี้ชัด "หมอสรณ" พ้นเก้าอี้ ปธ.กสทช. ยันมาตรา 20 หนุนกรรมการที่เหลือไม่น้อยกว่า 4 คน จัดประชุมทำงานต่อได้ทันทีเพื่อประโยชน์สาธารณะ

"พิรงรอง" กรรมการ กสทช. โพสต์ตีความคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ชี้ชัด "หมอสรณ" พ้นเก้าอี้ ปธ.กสทช. ยันมาตรา 20 หนุนกรรมการที่เหลือไม่น้อยกว่า 4 คน จัดประชุมทำงานต่อได้ทันทีเพื่อประโยชน์สาธารณะ

KEY

POINTS

  • พ้นตำแหน่งกสทช.ตามกฎหมาย: ศาลปกครองสูงสุดระบุเหตุผลรับฟ้องว่า คำวินิจฉัยคณะกรรมการสรรหาฯ เป็นเหตุให้ผู้ฟ้อง (นพ.สรณ) พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 20 วรรคหนึ่ง (5) และไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
  • บอร์ดที่เหลือจัดประชุมได้เลย: มาตรา 20 วรรคสาม เปิดทางให้กรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่ไม่น้อยกว่า 4 คน ปฏิบัติหน้าที่และจัดประชุมร่วมกันต่อไปได้ เพื่อไม่ให้งานบริการสาธารณะหยุดชักงัก
  • ชี้รู้ตัวแต่แรกแต่ยังฝืนทำหน้าที่: ติงการรับทราบคำวินิจฉัยมีผลตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค. 2569 ถือว่าทราบสถานะตนเองแล้วแต่ยังฝืนปฏิบัติหน้าที่ จี้สำนักงาน กสทช. เร่งอำนวยความสะดวกจัดประชุมบอร์ดที่เหลือ

3 กันยายน 2569 ศาสตราจารย์ ดร.พิรงรอง รามสูต ดำรงตำแหน่ง กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ด้านกิจการกระจายเสียง) โพสต์ข้อความว่า ตามที่หลายท่านคงได้ทราบข่าวในวันนี้ถึงคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่เผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ ต่อกรณีที่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ฟ้องเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. เนื่องจากคณะกรรมการสรรหาฯได้มีคำวินิจฉัยว่าผู้ฟ้องคดีมีลักษณะต้องห้ามและถือว่าสละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งกรรมการกสทช.นั้น

 นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์


ดิฉันได้หารือร่วมกับทีมที่ปรึกษากฎหมายและเห็นตรงกันว่า คำสั่งดังกล่าวช่วยปลดล็อกให้เกิดความกระจ่างสำหรับ กสทช. เพื่อทำงานต่อไปได้ในหลายประเด็นดังต่อไปนี้ 


1.คำสั่งศาลปกครองสูงสุดให้ศาลปกครองกลางรับฟ้องแสดงให้เห็นชัดเจนว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากสทช.เป็นที่สุดและมีผลต่อผู้ฟ้องคดีแล้ว ผู้ฟ้องคดีจึงต้องพ้นจากตำแหน่งประธานกสทช.และเกิดสิทธิในการฟ้องต่อศาลปกครองว่าการออกคำสั่งนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

 

ซึ่งศาลปกครองสูงสุดได้ระบุในเหตุผลประกอบการรับคำฟ้องว่า คำวินิจฉัยดังกล่าว “ย่อมถือเป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีต้องพ้นจากตำแหน่ง ตามมาตรา 20 วรรคหนึ่ง (5) และไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งกรรมการ กสทช. ต่อไปได้ ตามนัยมาตรา 20 วรรคสาม”  

 

เมื่อคำวินิจฉัยดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสถานภาพและทำให้ผู้ฟ้องคดีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ จึงถือเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายที่มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครอง  

2.คำสั่งศาลปกครองสูงสุดยังระบุด้วยว่า ผู้ฟ้องคดีพ้นจากตำแหน่งเพราะมีการกระทำที่เป็นการสละสิทธิเข้าดำรงตำแหน่งโดยผลของกฎหมายแล้ว

 

3.คำสั่งศาลปกครองสูงสุดได้อธิบายให้ความกระจ่างว่าแม้ว่าผู้ฟ้องคดีจะพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว แต่มาตรา 20 วรรคสามแห่งพรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯยังกำหนดให้กรรมการที่เหลืออยู่ไม่น้อยกว่า 4 คน ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ เพื่อให้การจัดทำบริการสาธารณะเป็นไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดชะงัก ซึ่งดิฉันเห็นว่า คำสั่งดังกล่าวมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในฐานะแนวทางแห่งกฎหมายให้กรรมการที่เหลือทุกคนเกิดความมั่นใจในการมาประชุมร่วมกัน เพื่อบรรเทาเบาบางผลจากวาระการประชุมที่คั่งค้างจากการที่ไม่สามารถจัดการประชุมกสทช.ได้โดยชอบด้วยกฎหมายในช่วงประมาณหนึ่งเดือนที่ผ่านมา


4.หากพิจารณาลงไปในรายละเอียดของคำสั่งศาลปกครองสูงสุด จะพบว่า การที่ศาลอธิบายเรื่องการฟ้องคดีภายในกำหนดเวลาโดยกล่าวถึงการรับทราบคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาที่ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 และเจ้าหน้าที่ กสทช. เป็นผู้รับไว้เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569  ย่อมถือว่า คำวินิจฉัยนี้มีผลต่อประธานกรรมการ กสทช. ตั้งแต่ขณะได้รับแจ้ง ซึ่งนั่นหมายความว่าได้มีการทราบถึงการพ้นจากตำแหน่งและทราบว่าตนไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้นับแต่นั้นเป็นต้นมาแล้ว แต่ยังฝืนที่จะปฏิบัติหน้าที่ตลอดมา จนนำไปสู่การจัดประชุมที่เป็นปัญหาดังกล่าวไปแล้ว 

"พิรงรอง" ตีความคำสั่งศาลปกครองสูงสุด "หมอสรณ" พ้นตำแหน่ง ยันกรรมการที่เหลือประชุมเองได้

"พิรงรอง" ตีความคำสั่งศาลปกครองสูงสุด "หมอสรณ" พ้นตำแหน่ง ยันกรรมการที่เหลือประชุมเองได้

ด้วยผลจากคำสั่งศาลปกครองสูงสุดในวันนี้ ดิฉันจึงหวังว่า สำนักงาน กสทช. ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบงานธุรการเพื่อตอบสนองการปฏิบัติภารกิจของ กสทช. จะปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด โดยจัดประชุมและอำนวยความสะดวกในการประชุมให้แก่คณะกรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่ตามบทบัญญัติแห่งมาตรา 20 ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นฯและเพื่อให้องค์กรสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง  ชอบด้วยกฎหมายและเพื่อประโยชน์สาธารณะต่อไป

 ศาสตราจารย์ ดร.พิรงรอง รามสูต ดำรงตำแหน่ง กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ด้านกิจการกระจายเสียง)

ข่าวล่าสุด