เนชั่นทีวี

ข่าว

ถอดรหัส UN แก้แผนที่โลกคืนศักดิ์ศรีแอฟริกาชักธงปฏิวัติ Global South

05 ก.ย. 2569 | thunchanok_kul

ถอดรหัส UN แก้แผนที่โลกคืนศักดิ์ศรีแอฟริกาชักธงปฏิวัติ Global South

มติประวัติศาสตร์ UN ยกเลิกแผนที่ Mercator เปลี่ยนใช้ Equal Earth ยุติการบิดเบือนขนาดทวีปแอฟริกา 450 ปี “กฤษฎา บุญเรือง” ชี้เป็นชัยชนะปฏิวัติความคิด Global South ขณะสหรัฐฯ โดดเดี่ยวคัดค้านเสียงเดียว

มติประวัติศาสตร์ UN ยกเลิกแผนที่ Mercator เปลี่ยนใช้ Equal Earth ยุติการบิดเบือนขนาดทวีปแอฟริกา 450 ปี “กฤษฎา บุญเรือง” ชี้เป็นชัยชนะปฏิวัติความคิด Global South ขณะสหรัฐฯ โดดเดี่ยวคัดค้านเสียงเดียว

KEY

POINTS

  • UN ลงมติประวัติศาสตร์เปลี่ยนมาตรฐานแผนที่โลก: สหประชาชาติ (UN) มีมติเห็นชอบ 164 เสียง ให้ยกเลิกการใช้แผนที่แบบ Mercator ที่บิดเบือนขนาดทวีปมานานกว่า 450 ปี โดยเปลี่ยนมาใช้แผนที่แบบ Equal Earth ที่แสดงขนาดพื้นที่จริงของแต่ละทวีปอย่างถูกต้อง เพื่อคืนศักดิ์ศรีให้แก่แอฟริกาและกลุ่มประเทศ Global South
  • เผยความจริงขนาดแอฟริกาใหญ่กว่าที่เห็น 14 เท่า: แผนที่แบบเดิมบีบให้ทวีปแอฟริกาดูเล็กเท่าเกาะกรีนแลนด์ แต่ในความเป็นจริง แอฟริกามีพื้นที่ใหญ่กว่ากรีนแลนด์ถึง 14 เท่า (30.3 ล้าน ตร.กม.) และใหญ่พอที่จะบรรจุสหรัฐฯ, จีน, อินเดีย, ญี่ปุ่น และยุโรปตะวันตกเข้าไปพร้อมกันได้ทั้งหมด การปรับครั้งนี้จึงเป็นการกู้คืนศักดิ์ศรีและรื้อถอนอาณานิคมทางความคิด
  • สหรัฐฯ โดดเดี่ยวคัดค้านเพียงเสียงเดียว: สหรัฐอเมริกาเป็นเพียงประเทศเดียวที่ลงคะแนนคัดค้าน (งดออกเสียง 6 เสียง) โดยอ้างว่าเป็นการนำภูมิศาสตร์มาสร้างประเด็นทางการเมือง ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าสะท้อนถึงการพยายามรักษาระเบียบอำนาจเดิมของตะวันตก และทัศนคติการมองโลกโดยมียุโรป/ผิวขาวเป็นศูนย์กลาง

5 กันยายน พ.ศ. 2569 อาจารย์กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการนักวิชาการอิสระและนักวิเคราะห์สถานการณ์ต่างประเทศ เผยแพร่บทความเรื่อง ‘การแก้แผนที่ UN คือการคืนศักดิ์ศรีให้ Africa & Global South’  ทั้งที่ในความเป็นจริง ทวีปแอฟริกามีพื้นที่ใหญ่กว่ากรีนแลนด์ถึง 14 เท่า - และใหญ่โตพอจะบรรจุสหรัฐอเมริกา, จีน, อินเดีย, ญี่ปุ่น รวมถึงยุโรปตะวันตกเกือบทั้งหมดลงไปพร้อมกันได้สบายๆ - แต่เหตุใดแผนที่โลกที่เราคุ้นเคยกลับย่อส่วนแอฟริกาให้ดูเท่ากับกรีนแลนด์?

 

มองอย่างผิวเผิน มติสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN General Assembly) ที่เปลี่ยนมาตรฐานแผนที่โลกจาก Mercator Projection ไปสู่ Equal Earth Projection อาจดูเป็นเพียงเรื่องเทคนิคภูมิศาสตร์ แต่ในมิติภูมิรัฐศาสตร์ นี่คือ "การปฏิวัติเชิงสัญลักษณ์" ครั้งสำคัญของกลุ่มประเทศ Global South เพื่อรื้อถอนอาณานิคมทางความคิด (Cognitive Decolonization) ที่ครอบงำจินตภาพของมนุษย์มากว่า 450 ปี

 

เพราะสัจธรรมในทางการเมืองโลกคือ “ไม่มีแผนที่ใดที่เป็นกลาง” การขยายพื้นที่ใดให้ใหญ่หรือวางสิ่งใดไว้ตรงกลาง ย่อมแฝงอุดมการณ์ของผู้สร้างเสมอ มติ UN ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การแก้เส้นบนกระดาษ แต่คือการลบภาพจำที่บิดเบือน เพื่อให้ประชาคมโลกได้มองเห็นแอฟริกาในขนาด ศักยภาพ และบทบาทที่แท้จริงบนเวทีโลกเสียที

 อาจารย์กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการนักวิชาการอิสระและนักวิเคราะห์สถานการณ์ต่างประเทศ

มติประวัติศาสตร์: ความยุติธรรมที่รอคอยกว่าสี่ศตวรรษ

  • วันและสถานที่: การลงมติจัดขึ้น ณ สํานักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก ในวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2026
  • ผลการลงมติ: มติฉบับนี้ได้รับเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นด้วยคะแนน 164 เสียงเห็นชอบ, 1 เสียงคัดค้าน(สหรัฐอเมริกา) และ 6 เสียงงดออกเสียง
  • สาระสำคัญ: ประกาศปลดถอนแผนที่แบบ Mercator ออกจากการเป็นมาตรฐานกลางสำหรับการศึกษา สื่อมวลชน และเอกสารทางการของ UN โดยเสนอแนะให้รับเอาแผนที่ประเภทรักษาอัตราส่วนพื้นที่ (Equal-area projections) โดยเฉพาะ Equal Earth Projection (ซึ่งประดิษฐ์ขึ้นในปี 2018) มาใช้ทดแทน
  • ผู้นำเสนอวาระ: ญัตตินี้ถูกผลักดันอย่างเป็นทางการโดย ประเทศโตโก (Togo) นำโดยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ โรเบิร์ต ดุสเซย์ (Robert Dussey) ในฐานะตัวแทนของ สหภาพแอฟริกา (African Union - AU) ซึ่งต่อยอดมาจากแคมเปญภาคประชาสังคมและระดับภูมิภาคอย่าง #CorrectTheMap

 

1. การผูกขาดความถูกต้องทางภาพ (Monopoly of Visual Truth)

เหตุใดแผนที่แบบ Mercator จึงถูกวิจารณ์ว่าไม่เป็นธรรมและสร้างความเข้าใจผิดอย่างร้ายแรง?

 

แผนที่ที่ Gerardus Mercator วาดขึ้นในปี 1569 ถูกทำมาเพื่อ “การเดินเรือ” โดยเฉพาะ เพราะช่วยให้กัปตันเรือลากเส้นตรงบนแผนที่แล้วแล่นเรือตามทิศนั้นได้เลย

 

แต่เพราะโลกของเราเป็นลูกบอลทรงกลม พอจับมาคลี่ให้อยู่บนกระดาษแผ่นแบนๆ จึงเกิดความบิดเบี้ยวทางคณิตศาสตร์ ยิ่งดินแดนไหนอยู่ ใกล้ขั้วโลก (เช่น ยุโรป หรือกรีนแลนด์) ก็จะยิ่งถูกดึงให้ ขยายใหญ่เกินจริง ขณะที่ดินแดนแถบ เส้นศูนย์สูตร (เช่น แอฟริกา) กลับถูก บีบให้ดูเล็กลง

  ถอดรหัส UN แก้แผนที่โลกคืนศักดิ์ศรีแอฟริกาชักธงปฏิวัติ Global South

ผลลัพธ์เชิงตัวเลขที่บิดเบือนจริง:

  • เกาะกรีนแลนด์ vs. ทวีปแอฟริกา: ในแผนที่ Mercator กรีนแลนด์ดูมีขนาดพอๆ กับทวีปแอฟริกา แต่ในความเป็นจริง แอฟริกามีพื้นที่ 30.3 ล้านตารางกิโลเมตร ขณะที่กรีนแลนด์มีพื้นที่เพียง 2.16 ล้านตารางกิโลเมตร นั่นคือ แอฟริกาใหญ่กว่ากรีนแลนด์ถึง 14 เท่า
  • สเกลจริงของแอฟริกา: ผืนแผ่นดินแอฟริกามีขนาดใหญ่โตจนสามารถนำแผ่นดินของสหรัฐอเมริกา (9.8 ล้าน ตร.กม.), จีน (9.6 ล้าน ตร.กม.), อินเดีย (3.2 ล้าน ตร.กม.), ญี่ปุ่น (3.7 แสน ตร.กม.) และชาติตะวันตกในทวีปยุโรปเกือบทั้งหมด มาวางขนานกันภายในอาณาเขตของแอฟริกาได้พร้อมๆ กัน

 

การปลูกฝังภาพจำนี้ผ่านห้องเรียน สื่อ และลูกโลกจำลองยาวนานกว่า 450 ปี ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่ก่อให้เกิด "สภาวะการรับรู้ทางปัญญาที่ถูกบิดเบือน" (Cognitive Bias) ที่ทำให้ประชาคมโลกตระหนักถึงขนาด ศักยภาพ และความสำคัญของทวีปศูนย์สูตรต่ำกว่าความเป็นจริง

 

2. จากภาพถ่ายทางภูมิศาสตร์ สู่การด้อยค่าทางเศรษฐกิจและมรดกอาณานิคม

การย่อขนาดแผ่นดินไม่ได้หยุดอยู่แค่บนกระดาษ แต่ส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อทั้งความรู้สึกและอำนาจทางการเมือง-เศรษฐกิจโลก:

  • การลดทอนศักยภาพ (Marginalization): ในการเมืองโลก "ขนาดพื้นที่และประชากร" คือพาวเวอร์ในการต่อรอง เมื่อแอฟริกาถูกย่อให้ดูเล็กในสายตาคนทั้งโลก ความร่ำรวยของทรัพยากร ความหลากหลายทางชีวภาพ และพลังของคนรุ่นใหม่ จึงถูกมองข้ามหรือถูกกดราคาในเวทีการค้าและการจัดสรรงบประมาณพัฒนาระดับโลก
  • มรดกจากยุคล่าอาณานิคม (Colonial Legacy): ชาติตะวันตกเคยใช้แผนที่นี้เป็นเครื่องมือตอกย้ำว่าตัวเองคือศูนย์กลางโลก โดยวางตำแหน่งทวีปยุโรปไว้ด้านบนด้วยขนาดยิ่งใหญ่ น่าเกรงขาม ขณะที่ดินแดนที่ถูกยึดครองและสูบทรัพยากรกลับถูกกดให้เล็กลงและวางไว้ตอนล่างของแผนที่

 

มติ UN Vote ครั้งนี้ จึงมิใช่เพียงเรื่องเทคนิคการวาดภาพ แต่คือกระบวนการ "กู้คืนศักดิ์ศรีทางปัญญา" (Cognitive Decolonization) เพื่อปลดพันธนาการทางความคิดที่สืบทอดมาจากยุคล่าอาณานิคม

 

3. คลื่นการเปลี่ยนแปลงยุคใหม่ และสาเหตุเชิงลึกของการคัดค้าน

 

เหตุใดประเด็นนี้จึงจุดติดจนกลายเป็นชัยชนะทางการเมืองโลกในยุคนี้?

  • พลังต่อรองของ Global South: ชาติในแอฟริกาและกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเพียง "ผู้ถูกอธิบายหรือผู้รับคำสั่ง" มาเป็น "ผู้กำหนดวาระ" (Agenda Setters) ผ่านการรวมตัวอย่างมีเอกภาพของสหภาพแอฟริกา (AU)
  • การทลายข้ออ้างทางเทคโนโลยี: ในอดีต แผนที่ตระกูลแก้ไขสัดส่วนอย่าง Gall-Peters มักถูกวิจารณ์ว่าทำให้รูปทรงทวีปยืดยาวผิดธรรมชาติ แต่การเกิดขึ้นของ Equal Earth Projection ในปี 2018 โดยทีมทัศนภูมิศาสตร์สมัยใหม่ สามารถแก้โจทย์ทั้งเรื่อง "อัตราส่วนพื้นที่ตรงตามจริง" และ "รักษารูปร่างทวีปให้สมดุลสวยงาม" จึงทำลายข้ออ้างของกลุ่มอนุรักษ์นิยมลงได้อย่างหมดจด

 

ทำไมสหรัฐอเมริกาจึงลงมติคัดค้านเพียงประเทศเดียว?

การที่ทำเนียบขาวและฝ่ายการทูตสหรัฐฯ ลงคะแนนเสียง "คัดค้าน" โดยให้เหตุผลเป็นทางการว่าเป็นการนำเรื่องภูมิศาสตร์มาทำให้กลายเป็นประเด็นการเมือง (Politicization of Cartography) นั้น หากมองผ่านแว่นทฤษฎีวิพากษ์ (Critical Cartography) จะพบมูลเหตุเชิงลึกสองมิติ:

 

1 แรงต้านต่อการรื้อถอนระเบียบอำนาจเดิม: สำหรับมหาอำนาจตะวันตก การปรับเปลี่ยนแผนที่โลกคือการสั่นคลอนสัญลักษณ์แห่งความสืบเนื่องทางอำนาจ สหรัฐฯ มองว่าวาระนี้เป็นกระบวนการของกลุ่ม Global South ที่ใช้เสียงข้างมากใน UN มาท้าทายคุณค่าหรือมาตรฐานที่ตะวันตกวางไว้

 

2 ประเด็นทางการเมืองภายในและการเหยียดผิวเชิงโครงสร้าง (Structural Racism): รัฐบาลสหรัฐฯ ชุดปัจจุบันถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนและฝ่ายก้าวหน้าว่า การคัดค้านมตินี้สะท้อนถึงอคติที่ไม่แยแสต่อความรู้สึกของชนชาติผิวสีและกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับฐานเสียงการเมืองภายในที่ปฏิเสธแนวคิด Decolonization หรือ Woke Culture ส่งผลให้ภาพลักษณ์อภิมหาอำนาจถูกมองว่ายังคงติดหล่มอยู่กับทัศนคติการมองโลกแบบผิวขาวเป็นศูนย์กลาง (Eurocentric / White Supremacy Bias)

ข่าวล่าสุด