"ยิ่งชีพ iLaw" เมินพบ นภินทร" ท้าสู้ชั้นศาล ปมฮั้วคดี สว.
28 ส.ค. 2569 | titayu_pur

"ยิ่งชีพ iLaw" ตอกกลับ "นภินทร" ไม่ไปทำเนียบ ยันไม่ได้เป็นผู้สมัคร สว. ที่ขอให้ช่วย ท้าขนพยานเบิกความสู้ความจริงคดีฮั้ว สว. ในชั้นศาลฎีกา
ข่าว
28 ส.ค. 2569 | titayu_pur

"ยิ่งชีพ iLaw" ตอกกลับ "นภินทร" ไม่ไปทำเนียบ ยันไม่ได้เป็นผู้สมัคร สว. ที่ขอให้ช่วย ท้าขนพยานเบิกความสู้ความจริงคดีฮั้ว สว. ในชั้นศาลฎีกา
KEY
POINTS
28 สิงหาคม 2569 ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์ (เป๋า iLaw) ประกาศปฏิเสธคำเชิญของ นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในการเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อรับฟังคำชี้แจง
นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) กล่าวถึงกรณีที่นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวเชิญนายยิ่งชีพและนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน มาฟังคำชี้แจงเรื่องคดีฮั้ว ส.ว. ว่า “ตั้งโต๊ะแถลงข่าวดีครับ ท่านควรจะทำและควรจะทำตั้งนานแล้ว” แต่ตนคงไม่ไป เมื่อวานนายพริษฐ์ก็ใช้พื้นที่และกระบวนการของสภาในการตั้งกระทู้ถาม จริง ๆ ถ้านายนภินทรตอบตรงนั้นเลย ก็สง่างาม หรือท่านจะตั้งโต๊ะแถลงแยกก็ได้หมด
-เมื่อถามว่า ในสภามีการกล่าวว่านายนภินทรขาดจิตสำนึก โดยนายนภินทรได้ชี้แจงแล้วว่าตารางแน่นจริง ๆ
นายยิ่งชีพ กล่าวว่า ก็ไม่เป็นไร มาไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ชี้แจงแถลงข่าวก็ดีแล้ว
-เมื่อถามว่า แล้วแบบนี้จะเอาอย่างไรต่อ กังวลหรือไม่ว่ากระแสอาจจะกลับไปทางฝ่ายค้านหรือไอลอว์
นายยิ่งชีพ กล่าวว่า ไม่กังวลอะไร ได้ฟังเขาพูดในรายการผ่าน ๆ ก็ไม่ได้มีอะไร เขาต้องปฏิเสธ ตนไม่ได้จะถามอะไรนายนภินทรเลย และไม่ได้อยากฟังคำชี้แจงในห้องทำงานรัฐมนตรีส่วนตัว
“ก็ขอบคุณท่านที่จะชี้แจงวันนี้ ขอบคุณที่ท่านเชิญนะครับ คือชีวิตผมเป็นคนธรรมดา ผมก็ไม่ได้จะต้องไปทำเนียบรัฐบาลในห้องทำงานรัฐมนตรีนะครับ ผมก็ไม่ได้จะเป็นผู้สมัคร ส.ว. ที่อยากไปขอให้ช่วย ผมไม่เข้าห้องทำงานรัฐมนตรีนะครับ แล้วผมไม่มีอะไรอยากจะถามท่านให้ท่านตอบผมเป็นพิเศษนะครับ แต่ถ้าท่านชี้แจงต่อสาธารณะเป็นเรื่องดีนะครับ ก็ขอชื่นชม” นายยิ่งชีพ กล่าว
นายยิ่งชีพ กล่าวต่อว่า ข้อมูลทั้งหมดที่ตนมี ตนโพสต์ไปเมื่อวานตอนบ่าย ๆ ตนอธิบายให้ฟังว่า ในสำนวนตอนนี้ เมื่อสำนวนถึงมือของเลขาธิการ กกต. แล้ว เลขาธิการ กกต. ได้เห็นว่านายนภินทรกระทำความผิดและควรสั่งฟ้อง โดยมีพยานที่เป็นผู้สมัคร ส.ว. ท่านหนึ่ง ที่บอกว่ามีคนนัดให้ไปพบนายนภินทร บอกว่าขอดูตัว เมื่อไปดูตัว วันต่อมาก็ไปพบใหม่ พอไปพบใหม่ ก็มีการถามว่าช่วย 2-3 อย่างได้หรือไม่ และให้เซ็นใบลาออกเอาไว้ล่วงหน้า
“ทีนี้ ผมก็ไม่รู้ว่าพยานพูดจริงไหมนะครับ แล้วเราก็ไม่รู้ ไม่มีใครรู้ว่าท่านนภินทรได้พูดอย่างนั้นจริงหรือไม่ ในทางสำนวน ท่านนภินทรก็ปฏิเสธ โดยบอกว่ามีการประชุมนัดหมายมาคุยกันจริง แต่คุยเรื่องไก่งวง ไม่ได้คุยเรื่อง ส.ว. ก็ว่ากันไป ท่านก็มีพยานอีกหลายท่านที่อยู่ในห้องประชุมเดียวกัน ไปให้การสนับสนุนท่าน ในสำนวนที่ผมอธิบายไปคือในสำนวนของเลขาธิการ กกต. ซึ่งฟังแล้วเลขาธิการ กกต. บอกว่าท่านไม่เชื่อพยานเหล่านั้น สาเหตุเพราะพยานเหล่านั้น เวลาให้การก็ไม่มาเป็นตัว แต่ว่าส่งเอกสารแทน และเอกสารก็เขียนเหมือนกันหมด พูดง่าย ๆ คือทนายทำให้ ลอกกันมา อันนี้สำนวนไม่ได้พูด ผมพูดเอง มันเขียนเหมือนกันหมด เลขาธิการ กกต. ก็บอกว่า อย่างนี้ไม่น่าเชื่อถือ” นายยิ่งชีพ กล่าว
นายยิ่งชีพ กล่าวว่า หนังสือที่นายนภินทรบอกว่า เป็นหนังสือมาขอความอนุเคราะห์ที่จะให้ช่วยเรื่องไก่งวงไม่ได้ลงเลขรับที่กระทรวงพาณิชย์ ทำให้ดูไม่น่าเชื่อถือว่ามีหนังสือนี้จริงหรือไม่
-เมื่อถามว่า ส่วนตัวเชื่อหรือไม่ว่า ข้อชี้แจงทั้งหมดเมื่อตอนที่ออกรายการเมื่อเช้านี้ สามารถฟังขึ้น
นายยิ่งชีพ กล่าวว่า ก็สอดคล้องกันกับที่เคยได้ให้การไว้ เท่าที่ตนเห็นนะ ตนไม่ได้เห็นเอกสารเยอะหรอก ตนเห็นสรุปนิดหน่อยก็สอดคล้องกัน ส่วนจริงหรือไม่จริง ตนไม่ทราบ ตนไม่ใช่คนตัดสิน แต่จะบอกว่ามันมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ไม่เช่นนั้น เลขาธิการ กกต. ก็คงไม่สั่ง
“เป็นเรื่องปกติแหละครับ ผู้กล่าวหาก็จะพูดอย่างหนึ่ง คนถูกกล่าวหาก็จะพูดอีกอย่างหนึ่ง เราก็ควรจะให้องค์กรที่เป็นกลาง แล้วก็เป็นมืออาชีพคือศาล ในการชั่งน้ำหนักว่าดูแล้วฟังฝ่ายไหนเชื่อได้มากกว่า ส่วน กกต. ชัดเจนว่า ไม่ได้มีที่มาที่เป็นอิสระ เขามาจากการเลือกของ ส.ว. ชุดนี้ ดังนั้น เขาไม่มีทางชั่งน้ำหนัก ท่านนภินทร ถ้าบอกว่าไม่ได้กระทำจริง ๆ พยานมีกี่ปากก็เอาไปเบิกความสดต่อหน้าศาล ชั้นศาลส่งเอกสารไม่ได้นะครับ ต้องไปเบิกความสดทุกคน ท่านก็พาไปเบิกความแล้วโดนถามค้าน ถ้าเบิกความแล้วมันตรงกัน ศาลก็คงเชื่อ ถ้าโดนถามค้านแล้วมันสะเปะสะปะ มันพูดคนละทิศคนละทาง ศาลก็จะไม่เชื่อ” นายยิ่งชีพ กล่าว