อดีต สว.คาใจวรจรปิดจับภาพป่วนใต้ไม่ได้-แนะตั้งรางวัลนำจับ
28 ส.ค. 2569 | katchatapong_lee

อดีต สว.คาใจกล้องวรจรปิดจับภาพป่วนใต้ไม่ได้ แนะรัฐบูรณาการทำงาน-ให้รางวัลนำจับสร้างแนวร่วม - สนับสนุนคงเคอร์ฟิว ให้ จนท.ปูพรมทำงานได้ง่ายในช่วงกลางคืน
ข่าว
28 ส.ค. 2569 | katchatapong_lee

อดีต สว.คาใจกล้องวรจรปิดจับภาพป่วนใต้ไม่ได้ แนะรัฐบูรณาการทำงาน-ให้รางวัลนำจับสร้างแนวร่วม - สนับสนุนคงเคอร์ฟิว ให้ จนท.ปูพรมทำงานได้ง่ายในช่วงกลางคืน
นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีการก่อเหตุกว่า 50 จุดว่า ตนตั้งข้อสังเกตว่า เทคโนโลยีที่ใช้ในพื้นที่อย่างกล้องวงจรปิด ซึ่งรัฐได้จัดสรรงบประมาณไปจำนวนมากในส่วนนี้ แต่ทำไมยังคงมีปัญหากล้องเสีย ใช้งานไม่ได้ และที่พูดกันเสมอว่า มีการทำงานแบบบูรณาการกันนั้น มีการบูรณาการกันจริงหรือไม่ ซึ่งต้องตรวจสอบทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่พลเรือน ซึ่งก็คือ กรมการปกครอง ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ที่ต้องสนธิกำลังและทำงานร่วมกันแบบบูรณาการจริง ๆ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ
นายสุรเดช กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีทันสมัยขึ้นมาก เจ้าหน้าที่รัฐสามารถดูกล้องวงจรปิดจากมือถือได้แล้ว ได้มีการอัพเกรดเทคโนโลยีกันหรือไม่ หรือระดับปฏิบัติละเลยหรือไม่ จะต่างฝ่ายต่างทำงานไม่ประสานกันไม่ได้ ต้องช่วยกันและประสานกัน โดยเฉพาะท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดหรือไม่ว่า ใช้การได้จริงกี่ตัว เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นถึง 51 จุด แต่ไม่สามารถจับภาพคนร้ายได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมาก
นายสุรเดช ยังเสนอว่า ควรจะต้องมีหน่วยงานแทรกซึมเข้าไปในมวลชน ซึ่งปัจจุบันทหาร และตำรวจมีอยู่แล้วที่ฝังตัวอยู่กับชาวบ้าน และต้องทันเกมกับกลุ่มที่แฝงตัวเข้ามา ทำให้ภาครัฐทำงานลำบาก อย่างการก่อเหตุล่าสุดหลายจุด ตนคิดว่า มีการวางแผนกันมานานแล้ว หน่วยงานภาครัฐต้องอัพเกรดตัวเองตลอดเวลาด้วย ต้องคิดเสมอว่า พื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังไม่สงบ ยังมีผู้ที่เจตนาก่อความไม่สงบต่อเนื่อง บางครั้งปลอมตัวเป็นพลเมืองดีทั่วไป ข้อมูลตรงนี้ต้องได้เชิงลึก
นายสุรเดช ยังเสนอให้มีการสร้างแรงจูงใจเพื่อให้ประชาชนมาเป็นแนวร่วมของรัฐ โดยการให้รางวัลนำจับ หรือแจ้งเบาะแส ถือว่าสำคัญมาก สภาพเศรษฐกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ดี มีคนตกงานจำนวนมาก เมื่อตกงานจึงเสี่ยงที่จะถูกดึงไปร่วมกับฝ่ายที่กระทำผิดกฎหมาย ถูกผู้ก่อการร้ายใช้ช่องตรงนี้ดึงมาเป็นพวก ดังนั้น รัฐต้องมีงบประมาณในส่วนของการสร้างแรงจูงใจประชาชน ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนช่วยกัน และหันมาร่วมมือกับภาครัฐ
นายสุรเดช ยังกล่าวถึงการประกาศเคอร์ฟิวว่า ไม่อยากให้มีการประกาศเฉพาะเวลาเกิดเหตุเพียงไม่กี่วันเท่านั้น แต่ต้องคงไว้ต่อเนื่อง ไม่เช่นนั้นเจ้าหน้าที่รัฐทำงานไม่ได้ อาจจะเคอร์ฟิวตั้งแต่เวลา 22.00 – 06.00 น. ไม่ให้มีการออกจากบ้าน เพราะจะทำให้เจ้าหน้าที่รัฐ สามารถปูพรมตรวจสอบได้ ซึ่งปัจจุบันมีเทคโนโลยีในการตรวจสอบมากมาย แต่ต้องมีพื้นที่ให้เขาลงไป และต้องตรวจสอบโดยไม่กระทบกับประชาชนที่เป็นผู้บริสุทธิ์ พร้อมย้ำว่า ต้องคงประกาศเคอร์ฟิว ต้องมีกฎอัยการศึก เพราะมีการก่อเหตุถึง 51 จุด และต้องไม่ยกเลิกเคอร์ฟิวง่าย ๆ ต้องควบคุมให้ได้ก่อน และให้ชาวบ้านที่สุจริต ทำมาหากินกันได้ในช่วงเช้า แต่ช่วงกลางคืน ต้องให้เจ้าหน้าที่รัฐได้ทำงานให้เต็มที่ ไม่เช่นนั้นจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ลำบาก