เนชั่นทีวี

ข่าว

'วัส' ชี้เลือก สว.วิปริต จ่อฟ้องประธานสภา-ป.ป.ช. ศาลทุจริต

28 ส.ค. 2569 | titayu_pur

'วัส' ชี้เลือก สว.วิปริต จ่อฟ้องประธานสภา-ป.ป.ช. ศาลทุจริต

'วัส ติงสมิตร' ซัดระบบเลือก สว. 2560 วิปริต ไม่ฮั้วไม่ได้เป็น แนะฝ่ายค้านยื่นฟ้องประธานสภาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบต่อศาลอาญาทุจริตฯ หลังดึงเรื่องสอบ ป.ป.ช. นาน 3 เดือน

'วัส ติงสมิตร' ซัดระบบเลือก สว. 2560 วิปริต ไม่ฮั้วไม่ได้เป็น แนะฝ่ายค้านยื่นฟ้องประธานสภาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบต่อศาลอาญาทุจริตฯ หลังดึงเรื่องสอบ ป.ป.ช. นาน 3 เดือน

KEY

POINTS

  • ชี้ระบบเลือก สว. วิปริต: 'วัส ติงสมิตร' อัดระบบเลือกกันเองตามรัฐธรรมนูญ 2560 ทำให้คนเกือบทั้งหมดต้องฮั้วถึงจะได้รับเลือก เตือน กกต. หากยกร้องคดีฮั้วจะเกิดปัญหาศรัทธาตามมาแน่นอน
     
  • แนะฟ้องประธานสภา-ป.ป.ช. ต่อศาลทุจริต: ฝ่ายค้านสามารถฟ้องประธานสภาฯ และ ป.ป.ช. ต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบได้ หลังประธานสภาฯ ยื้อคำร้องสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช. นานเกือบ 3 เดือน
     
  • เสนอปฏิรูปการสรรหาองค์กรอิสระ: ต้องตั้งคณะกรรมการสรรหาที่หลากหลาย เน้นผู้มีความกล้าหาญ ถ่ายทอดสดการแสดงวิสัยทัศน์ และต้องไม่อิงกับ สว. ที่มาจากการเลือกกันเอง

28 สิงหาคม 2569 นายวัส ติงสมิตร อดีตประธาน กสม. ชี้กลางเวทีสัมมนาสภาฯ ถึงวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ และระบบเลือก สว. ที่มีที่มาวิปริต หากไม่ฮั้วหมดสิทธิ์ได้รับเลือก พร้อมเตือน กกต. ปมยกร้องคดีฮั้ว และชี้ช่องฝ่ายค้านรับมือกรณีประธานสภาฯ ถือคำร้องสอบ ป.ป.ช. เกือบ 3 เดือน โดยไร้ความคืบหน้า ระบุชัดหากพบเจตนาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ สามารถยื่นฟ้องดำเนินคดีตรงต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบได้ทันที


นายวัส ติงสมิตร อดีตประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรืออดีตกรรมการ กสม. ในฐานะอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา กล่าวบนเวทีสัมมนาทางวิชาการ "วิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ : ที่มาและทางออก" ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร โดยเห็นว่า การมีองค์กรอิสระจะต้องเป็นอิสระจากฝ่ายบริหารและฝ่ายการเมือง แต่กรรมการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 2560 ที่วุฒิสภาต้องเห็นชอบนั้น วุฒิสภาเองก็ยังมีที่มาจากการเลือกกันเองอย่างวิบัติ


ดังนั้น ถ้าวุฒิสภายังเป็นผู้ทรงคุณวุฒิกลั่นกรองกฎหมายไม่ได้ หน้าที่อื่นๆ ก็ไม่ต้องคาดหวัง และวุฒิสภาที่มาจากการเลือกกันเองชุดนี้ก็มีข้อสังเกตตั้งแต่ต้นว่าฮั้วกันเอง และคดียังไม่ถึงที่สิ้นสุด อยู่ระหว่างการวินิจฉัยของ กกต. จนถึงวันนี้ (28 ส.ค.) ดังนั้น ปัญหาขององค์กรอิสระที่มาจากวุฒิสภาในการให้ความเห็นชอบกรรมการองค์กรอิสระปัจจุบัน อย่าง กกต. ซึ่งปัจจุบันมี 4 ใน 7 คนมาจากวุฒิสภาชุดนี้ กกต. จะมีคำวินิจฉัยอย่างไรก็เป็นเรื่องในอนาคต ถ้ายกคำร้องก็เชื่อว่าจะเกิดปัญหาตามมา

นายวัส ติงสมิตร อดีตประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรืออดีตกรรมการ กสม. ในฐานะอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา

 

นายวัสยังเห็นว่า ปัญหาขององค์กรอิสระมีมากขึ้น อย่างในกรณีของการตรวจสอบการทำหน้าที่ของกรรมการ ป.ป.ช. ก็ยังมีคำร้องของฝ่ายค้านที่ค้างอยู่ที่ประธานรัฐสภา ซึ่งยังไม่ส่งคำร้องของฝ่ายค้านไปยังศาลฎีกา เพื่อตรวจสอบการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในการยกคำร้องการตรวจสอบนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กรณีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ ซึ่งปัจจุบันประธานรัฐสภาใช้เวลาเกือบ 3 เดือนแล้ว ก็น่าจะมีปัญหาเนื่องจากใช้เวลานานเกินไป หากประธานรัฐสภาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ก็สามารถฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบได้ และฝ่ายค้านยังสามารถฟ้องเอาผิดการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบได้เช่นกัน


 

นายวัสยังเห็นว่า การสรรหาองค์กรอิสระควรมีคณะกรรมการสรรหาที่มีความหลากหลาย ตามแนวทางที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเคยเสนอไว้ และจะต้องให้ผู้สมัครเข้ารับการสรรหายืนยันตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ มีความกล้าหาญในการทำหน้าที่ และในการแสดงวิสัยทัศน์เข้ารับการสรรหาจะต้องมีการถ่ายทอดสดด้วย แต่ต้องไม่ใช่มาจากการเลือกตั้ง


ส่วนที่มาของวุฒิสภานั้น นายวัสเห็นว่า ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มีที่มาวิปริต หากไม่ฮั้วกัน ไม่รวมหัวกัน ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับเลือก เช่น กรณีที่มีผู้สมัครที่เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี หรืออดีตผู้พิพากษา ยังตกรอบการคัดเลือก ไม่ผ่านเกณฑ์มาถึงระดับประเทศ ดังนั้น นายวัสจึงมั่นใจว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าระบบการเลือก สว. แบบนี้ไปต่อไม่ได้แล้ว และต้องมีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน

 

"วัส" ฟันธง สว. 6 คนแรกทุกกลุ่มฮั้วทั้งนั้น และเชื่อ กกต. ส่งศาลฟันขั้นต่ำ 120 คน พร้อมชี้กระบวนการลากยาวจน สว. อาจหมดวาระ

 

นายวัส ยังกล่าวถึงคดีฮั้ว สว. ว่า ถ้า กกต. ไม่ส่งสำนวนฮั้ว สว. ให้ศาลฎีกาพิจารณาทั้ง 229 ราย จะถือว่าถึงทางตันในข้อกฎหมายและไปไม่รอด แต่ตนคาดเดาว่า กกต. จะส่งให้ศาลฎีกาพิจารณาขั้นต่ำ 120 คน เพราะตนมั่นใจว่า 6 คนแรกของทุกกลุ่มอาชีพมีการฮั้วทั้งนั้น เนื่องจากตนมีเหตุผลประกอบว่าหากไม่มีการรวมหัวกันก็ไปไม่รอดแน่นอน


นายวัสยังไม่กลัวว่าตนเองจะถูกฟ้อง และสามารถฟ้องตนได้เลย เพื่อตนจะได้นำหลักฐานที่ฮั้ว สว. กันนั้นไปแฉในศาล


นายวัสยังประเมินว่า สำนวนการฮั้ว สว. หากไปถึงชั้นศาลฎีกา ก็ยังต้องใช้เวลาในการไต่สวน เพราะมีผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมาก ซึ่งอาจจะหมดวาระของวุฒิสภาชุดนี้แล้วก็ได้

 

ข่าวล่าสุด