นายวัสยังเห็นว่า การสรรหาองค์กรอิสระควรมีคณะกรรมการสรรหาที่มีความหลากหลาย ตามแนวทางที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเคยเสนอไว้ และจะต้องให้ผู้สมัครเข้ารับการสรรหายืนยันตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ มีความกล้าหาญในการทำหน้าที่ และในการแสดงวิสัยทัศน์เข้ารับการสรรหาจะต้องมีการถ่ายทอดสดด้วย แต่ต้องไม่ใช่มาจากการเลือกตั้ง
ส่วนที่มาของวุฒิสภานั้น นายวัสเห็นว่า ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มีที่มาวิปริต หากไม่ฮั้วกัน ไม่รวมหัวกัน ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับเลือก เช่น กรณีที่มีผู้สมัครที่เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี หรืออดีตผู้พิพากษา ยังตกรอบการคัดเลือก ไม่ผ่านเกณฑ์มาถึงระดับประเทศ ดังนั้น นายวัสจึงมั่นใจว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าระบบการเลือก สว. แบบนี้ไปต่อไม่ได้แล้ว และต้องมีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน
"วัส" ฟันธง สว. 6 คนแรกทุกกลุ่มฮั้วทั้งนั้น และเชื่อ กกต. ส่งศาลฟันขั้นต่ำ 120 คน พร้อมชี้กระบวนการลากยาวจน สว. อาจหมดวาระ
นายวัส ยังกล่าวถึงคดีฮั้ว สว. ว่า ถ้า กกต. ไม่ส่งสำนวนฮั้ว สว. ให้ศาลฎีกาพิจารณาทั้ง 229 ราย จะถือว่าถึงทางตันในข้อกฎหมายและไปไม่รอด แต่ตนคาดเดาว่า กกต. จะส่งให้ศาลฎีกาพิจารณาขั้นต่ำ 120 คน เพราะตนมั่นใจว่า 6 คนแรกของทุกกลุ่มอาชีพมีการฮั้วทั้งนั้น เนื่องจากตนมีเหตุผลประกอบว่าหากไม่มีการรวมหัวกันก็ไปไม่รอดแน่นอน
นายวัสยังไม่กลัวว่าตนเองจะถูกฟ้อง และสามารถฟ้องตนได้เลย เพื่อตนจะได้นำหลักฐานที่ฮั้ว สว. กันนั้นไปแฉในศาล
นายวัสยังประเมินว่า สำนวนการฮั้ว สว. หากไปถึงชั้นศาลฎีกา ก็ยังต้องใช้เวลาในการไต่สวน เพราะมีผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมาก ซึ่งอาจจะหมดวาระของวุฒิสภาชุดนี้แล้วก็ได้