ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา กล่าวว่า วิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ ไม่ใช่เพิ่งเริ่ม แต่มีประเด็นปัญหาหมักหมมมาเป็นระยะเวลานานแล้ว ซึ่งเป็นวิวัฒนาการของวัฒนธรรมไทย พร้อมยังเห็นว่า ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งกรณีวิกฤตชาวยิว หรือจีนเทาที่เกิดขึ้น ก็มาจากความอ่อนแอของ ''คนไทย'' ซึ่งเป็นมนุษย์เฉย ไม่รับรู้ ไม่ยืนหยัด ไม่ประท้วง เมื่อจะประท้วงก็ขอรับเงินก่อน จึงไม่ใช่การต่อสู้อย่างอารยะขัดยืน
ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา ยังเห็นว่า กระบวนการปราบทุจริต จะไม่สามารถทำได้ ถ้าประชาชนไม่รู้เท่าเทียมรัฐ จึงได้กำหนดในรัฐธรรมนูญ 2560 ให้มีข้อมูลสาธารณะ แต่กฎหมายลูกก็ไม่เกิดขึ้น เพราะผู้ใช้อำนาจรัฐสกัดกั้น
พร้อมยังกล่าวถึงการเคลื่อนไหวของ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ว่า เป็นผลผลิตของนวัตกรรมในยุคใหม่การเปิดข้อมูลข่าวสาร ซึ่งจะเป็นตัวอย่างของความพยายามของมนุษย์ไม่มีที่สิ้นสุด ที่คิดจะปิดปาก ปิดหูประชาชน แต่ก็อย่าปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ
ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา ยังมองว่า องค์กรอิสระที่เกิดขึ้น ไม่ใช่องค์กรอิสระโดยสมบูรณ์โดยแท้ หรือคิดว่าตนเองอิสระ แต่ต้องยึดโยงกับประชาชน เพราะทำหน้าที่แทนประชาชน และได้รับเงินเดือนมาจากภาษีของประชาชน เป็นเจ้าขององค์กรอิสระทุกองค์กร
ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา ยังได้เปิดเผยอีกว่า ในการตรวจสอบการทุจริตการสอบท้องถิ่นของ ป.ป.ช.นั้น ประธาน ป.ป.ช.ได้ติดต่อให้ตน ไปเป็นที่ปรึกษาการตรวจสอบ ร่วมกับกรรมการ ป.ป.ช.อีก 2-3 คน แต่ตนก็ปฏิเสธ เพราะหากตนเป็นผู้ปรึกษาแล้ว ตนก็กังวลว่า จะมีการปรึกษากันจริงหรือไม่ และคิดในใจว่า คดีน่าจะจบลงสุดที่ข้าราชการประจำ ไม่ถึงนักการเมือง
ป.ป.ช.ชุดใหม่ ที่ตีตกคำร้องการยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อย่าไรนั้น
ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มองว่า เป็นบททดสอบการทำงานของ ป.ป.ช.ที่จะต้องเป็นที่พึ่งของประชาชน และเป็นที่พึ่งสำคัญของศาล พร้อมมั่นใจว่า จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่หมักหมมได้ นอกจาก การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เริ่มต้นตั้งแต่การได้มาซึ่งกรรมการองค์กรอิสระ และใครจะไปนึกว่า จะโกงกันตั้งแต่การตั้งวุฒิสภา และใครจะไปนึกว่า จะเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ใหญ่ที่สุดครั้งประวัติศาสตร์ตั้งแต่มีการตั้งวุฒิสภา
ส่วนทางออกปัญหาการทุจริตนั้น
ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา กล่าวถึงการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รับชันว่า จะต้องตัดผลประโยชน์ส่วนตัวออกไป เพราะขณะนี้ เกิดการแย่งชิงผลประโยชน์กัน ทั้งผลประโยชน์ส่วนตัว ผลประโยชน์ชุมชน ผลประโยชน์ระหว่างประเทศ ต้องลดความตะกละ และเห็นแก่ตัวลง เพราะการทุจริตปัจจุบัน มีความโจ่งแจ้ง แสดงถึง DNA ของคนที่ไม่ยอมลดละเลิกกอบโกยผลประโยชน์ตน
ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา ยังเตือนว่า การมีอำนาจ ทำให้คอร์รับชัน หรือโน้มเอียงให้เกิดคอร์รับชัน ดังนั้น กลไกตรวจสอบ ต้องทุนยุคทันเพราะ เพราะยิ่งเพิ่มอำนาจมาก ก็ยิ่งคอร์รับชันมาก กระบวนการออกแบบต่อไป จะต้องลดอำนาจที่มีให้น้อยลง อย่าให้มีโอกาสการใช้ดุลยพินิจมาก และปรับเปลี่ยนการให้ความเป็นธรรมกับพลเมืองทุกคนอย่างเท่าเทียม เพื่อให้คล้องกับมาตรฐานสากล และกฎเกณฑ์ของ OECD