นอกจากนี้ นายณัฐวุฒิ ยังได้ยื่นหนังสือถึงประธาน ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในข้อหาความผิดต่อเจ้าพนักงานของรัฐ ตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. และข้อหาฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีเปิดบัญชีรับบริจาคโดยไม่ขออนุญาต หลังจากตนเองได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายสมชัยและพวกรวม 6 คน ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน, ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร
โดยนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า
“วันนี้นอกจากจะมาดำเนินคดีกับนางสาวรักชนกแล้ว ยังจะมาดำเนินคดีกับนายสมชัยด้วย ผมท้าชนเลยคนนี้ เชิญได้เลย ผมกล้าชน”
และในวันพรุ่งนี้ (28 ส.ค.) ตนเองจะไปยื่นหนังสือถึง ป.ป.ง. ให้ยึดทรัพย์ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน เนื่องจากมีการเรี่ยไรและหลอกลวงประชาชน ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 200 กรรม ทำให้ตนเองต้องเดินทางไปยื่นเรื่องต่อ สน. ทองหล่อ เพื่อคัดค้านการประกันตัว และจะเข้ายื่นเรื่องต่อ ป.ป.ง. ให้ยึดทรัพย์สินในเวลา 14.00 น.
ทั้งนี้ ตนเองมองว่า กรณีของนายสมชัย ขณะดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ เปรียบเสมือนเป็นพระแล้วอยากเป็นเณร เป็นการกระทำที่เป็นกรรมการในองค์กรอิสระแล้วยังเข้ามาสมัครเป็นเลขาธิการ กกต. ซึ่งถือว่ามีส่วนได้เสียตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. ไม่สามารถกระทำได้ ส่วนที่กล่าวอ้างว่าถูก คสช. กลั่นแกล้งนั้นก็ไม่เป็นความจริง เนื่องจากข้อกำหนดในจริยธรรมตามมาตรา 219 ระบุไว้ชัดเจน ซึ่งตนเองมองว่านายสมชัยไม่ได้ยึดประโยชน์ของประเทศชาติ แต่ขัดกันแห่งผลประโยชน์ ดังนั้นจึงมองว่าการกระทำของนายสมชัยฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง วันนี้เกรงว่าการแจ้งความจะล่าช้า จึงเดินทางมายื่นต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้เรื่องดำเนินไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และหลังจากนี้หากนายสมชัยไปเปิดรับบริจาคที่ไหน ตนเองจะไปดำเนินคดีในทุกกรณี
“วันนี้ไม่ไว้หน้าแล้ว วันนี้นายสมชัยไปปรากฏตัวที่ไหน ผมจะไปที่นั่น ผมจะดำเนินคดีในทุกกรณี”
จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงถามว่า การกล่าวหาในลักษณะนี้ไม่กังวลว่า จะถูกฟ้องกลับใช่หรือไม่ กับคำพูดเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา นายณัฐวุฒิ ตอบกลับว่า
“ฟ้องกลับอะไรเป็นข้อเท็จจริงที่ประสบพบเจอ ผมไม่ได้กล่าวหา”
ผู้สื่อข่าวจึงถามกลับว่า พฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการบูลลี่และใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ นายณัฐวุฒิ ตอบว่า
“บูลลี่ยังไง แต่ถ้าคำพูดไม่เหมาะสมก็ขอโทษพี่น้องสื่อมวลชนด้วย”
ผู้สื่อข่าวจึงย้ำอีกว่า การพูดเมื่อสักครู่เป็นคำพูดที่ไม่เหมาะสม และปัจจุบันสังคมให้ความสำคัญกับความเท่าเทียม นายณัฐวุฒิ จึงกล่าวย้ำว่า
“ผมขอโทษครับ ถ้าพูดคำหยาบกราบขอโทษพี่น้องสื่อด้วย”
“ผมขออนุญาตถอนคำพูด แต่ก็ยังท้านายสมชัย เจอที่ไหนก็ได้ และถ้าฟ้องกลับก็ไม่มีปัญหา แต่หากคำพูดกระทบกระเทือนจิตใจ กราบขออภัยด้วย ไม่ได้มีเจตนาก่อให้เกิดความเสียหายกับบุคคลอื่น แต่มันเป็นเพียงอรรถรส”
ส่วนประเด็นที่ว่า ทั้งสองเรื่องเป็นการรับมอบอำนาจจากนายสุชาติหรือไม่นั้น นายณัฐวุฒิชี้แจงว่า ตนเองรับมอบอำนาจมาร้อง ป.ป.ช. เฉพาะเรื่องของนางสาวรักชนก ส่วนอีกเรื่องตนเองเดินทางมายื่นด้วยตนเอง เนื่องจากเป็นผู้ไปกล่าวโทษที่ สน. ทองหล่อ เพื่อไม่ให้พนักงานสอบสวนทำงานล่าช้า