เนชั่นทีวี

ข่าว

“ภคมน” ชี้ปัญหาโกงสอบใน มท. ฝังรากมานาน ตั้งแต่ยุค “ชวรัตน์” ย้อนปมทุจริตสอบนายอำเภอปี 52

21 ส.ค. 2569 | natthanan_chu

“ภคมน” ชี้ปัญหาโกงสอบใน มท. ฝังรากมานาน ตั้งแต่ยุค “ชวรัตน์” ย้อนปมทุจริตสอบนายอำเภอปี 52

“ภคมน” ชี้ปัญหาโกงสอบใน มท. ฝังรากมานาน ตั้งแต่ยุค “ชวรัตน์” ย้อนปมทุจริตสอบนายอำเภอปี 52 วัฒนธรรมซื้อขายตำแหน่งยังอยู่

“ภคมน” ชี้ปัญหาโกงสอบใน มท. ฝังรากมานาน ตั้งแต่ยุค “ชวรัตน์” ย้อนปมทุจริตสอบนายอำเภอปี 52 วัฒนธรรมซื้อขายตำแหน่งยังอยู่

KEY

POINTS

  • กมธ.ลุยสอบโกงสอบนายอำเภอ: แฉปมกระดาษคำตอบไม่ตรง ย้อนรอยทุจริตข้ามทศวรรษตั้งแต่ยุคปี 52
  • ชี้วัฒนธรรมซื้อขายตำแหน่งฝังราก: ภคมนเผยปัญหาโครงสร้างและระบบอุปถัมภ์ในมหาดไทยแก้ไม่หาย
  • ตั้งคำถามปมหนังสือติวข้อสอบ: ผู้ร้องเผยข้อสอบตรงกับหนังสือของคณะกรรมการร่าง TOR เกือบ 100%

21 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร มีวาระพิจารณาข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตในการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาอบรมหลักสูตรนายอำเภอ ประจำปี 2566

ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ กล่าวว่า การประชุมในวันนี้เกิดจากกรณีที่มีผู้ร้องเรียนเรื่องการสอบนายอำเภอเมื่อปี 2566 โดยผู้ร้องพบพิรุธจึงยื่นขอให้ตรวจสอบ เนื่องจากมั่นใจว่ากระดาษคำตอบที่ตนทำกับสำเนากระดาษคำตอบที่ได้รับหลังการสอบอาจเป็นคนละฉบับกัน ซึ่งกรณีนี้มีการร้องเรียนมาก่อนหน้ากระบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในปัจจุบัน

 

“ภคมน” ชี้ปัญหาโกงสอบใน มท. ฝังรากมานาน ตั้งแต่ยุค “ชวรัตน์” ย้อนปมทุจริตสอบนายอำเภอปี 52

 ภคมน เผยปัญหาโครงสร้างและระบบอุปถัมภ์ในมหาดไทยแก้ไม่หาย

 

 

“ภคมน” ชี้ปัญหาโกงสอบใน มท. ฝังรากมานาน ตั้งแต่ยุค “ชวรัตน์” ย้อนปมทุจริตสอบนายอำเภอปี 52

 

ทั้งนี้ กมธ.ได้เชิญอดีตอธิบดีกรมการปกครองในช่วงปี 2552 ซึ่งเคยเกิดกรณีทุจริตการสอบนายอำเภอครั้งใหญ่ มาให้ข้อมูลและถ่ายทอดประสบการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในยุคนั้น เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่าการทุจริตในการสอบของกระทรวงมหาดไทยในแต่ละช่วงเวลามีลักษณะเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

 

ภคมน กล่าวว่า จากการรับฟังข้อมูลในวันนี้ ทำให้ กมธ.เห็นภาพทั้งปัญหาในอดีตและกรณีที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และสามารถเชื่อมโยงได้ว่า การโกงสอบในแต่ละครั้งมีทั้งส่วนที่เหมือนและแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ การทุจริตในการสอบของกระทรวงมหาดไทยไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น และไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกรมใดกรมหนึ่ง แต่เป็นปัญหาที่ถูกตั้งคำถามและเกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน

กรณีในปี 2552 ที่ กมธ.นำมาเปรียบเทียบ เกิดขึ้นในสมัยที่ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมีข้อมูลเกี่ยวกับการฝากรายชื่อผู้เข้าสอบ การช่วยเหลือผู้เข้าสอบ และข้อกล่าวหาเรื่องการซื้อขายตำแหน่งในระบบราชการ ขณะที่อดีตอธิบดีกรมการปกครองได้ถ่ายทอดประสบการณ์เกี่ยวกับแรงกดดันจากระบบอุปถัมภ์และการแทรกแซงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับข้าราชการที่ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งหรือไม่ยอมรับใช้อำนาจทางการเมืองซึ่งตนเองต้องถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบจนถูกออกราชการและยังมีคดีติดตัวที่ตนจะต้องพิสูจน์ต่อไป สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนว่าราชการทำฝ่ายเดียวไม่ได้ เช่นเดียวกับ การเมืองทำโดยราชการไม่รู้เห็นเป็นใจก็ไม่มีทางสำเร็จ

ภคมน กล่าวว่า เมื่อเปรียบเทียบกับกรณีที่ กมธ.กำลังตรวจสอบในวันนี้ แม้จะเป็นการสอบของคนละกรม คือกรณีปัจจุบันเป็นการตรวจสอบกรมการปกครอง ไม่ใช่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แต่สิ่งที่ กมธ.ต้องการสะท้อนให้เห็นคือ ไม่ว่าการทุจริตจะเกิดขึ้นในกรมใดของกระทรวงมหาดไทย รูปแบบอาจแตกต่างกัน แต่ปัญหาเรื่องกระบวนการโกง การฝากฝัง และข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการซื้อขายตำแหน่งกลับปรากฏให้เห็นซ้ำๆ

สำหรับกรณีของผู้ร้องเรียนในวันนี้ ผู้ร้องได้เตรียมหลักฐานไว้ทั้งหมด และระบุว่าเคยสอบนายอำเภอมาแล้วถึง 7 ครั้ง และกำลังจะเกษียณอายุราชการในเดือนตุลาคมนี้ จึงรู้สึกว่าจำเป็นต้องลุกขึ้นสู้เพื่อตัวเองเป็นครั้งสุดท้ายและสู้เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตนเอง โดยยืนยันว่าการสอบไม่ผ่านเพราะทำข้อสอบไม่ได้ไม่ใช่ปัญหา แต่การสอบตกเพราะกระบวนการไม่โปร่งใส เป็นสิ่งที่ผู้ร้องในฐานะข้าราชการรับไม่ได้

ในการสอบครั้งล่าสุด ผู้ร้องมั่นใจว่าเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี และอ่านหนังสือเตรียมสอบจนแทบจะจำเนื้อหาได้ทั้งหมด โดยผู้เขียนหนังสือและเจ้าของคอร์สติวสอบดังกล่าวคือ มนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการร่าง TOR ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในปัจจุบัน

ผู้ร้องยืนยันว่า แม้ไม่ได้เข้าคอร์สเรียน แต่ได้อ่านหนังสือของมนัสทุกเล่ม และพบว่า ข้อสอบเกือบ 100% ตรงกับเนื้อหาในหนังสือติว ที่มนัสจัดทำและจำหน่าย จึงนำมาสู่คำถามว่า เหตุใดข้าราชการกระทรวงมหาดไทยจึงสามารถนำเนื้อหาจากผลงานส่วนตัวมาใช้เป็นข้อสอบคัดเลือกนายอำเภอได้

นอกจากนี้ ผู้ร้องยังชี้แจงว่า กระดาษคำตอบของตนมีร่องรอยหลายจุดที่ผิดเพี้ยนไป จึงเชื่อว่าอาจมีการแก้ไขกระดาษคำตอบเพื่อลดคะแนนลง โดยรายละเอียดเชิงลึกต่างๆ กมธ.จะสอบถามและขยายผลต่อไป

ภคมน กล่าวว่า สิ่งที่ กมธ.ต้องการตรวจสอบจึงไม่ใช่เพียงว่าข้อสอบรั่วหรือไม่ หรือใครเป็นผู้กระทำผิดในกรณีใดกรณีหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องการมองให้เห็นถึงปัญหาเชิงระบบ เพราะเมื่อย้อนกลับไปดูกรณีในอดีตและนำมาเปรียบเทียบกับข้อร้องเรียนในปัจจุบัน จะเห็นว่าปัญหาเกี่ยวกับการโกงสอบและการซื้อขายตำแหน่งในกระทรวงมหาดไทยถูกตั้งคำถามซ้ำมาหลายยุคหลายสมัย

ดังนั้น สิ่งที่ต้องตอบให้ได้คือ เหตุใดปัญหาลักษณะนี้จึงยังเกิดขึ้นซ้ำ และเหตุใดระบบการสอบและการคัดเลือกบุคลากรของกระทรวงมหาดไทยจึงยังถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใสอยู่เรื่อยๆ

เพราะหากปัญหาเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว อาจเป็นเรื่องของคนบางคน แต่หากรูปแบบการทุจริตปรากฏซ้ำในช่วงเวลาที่ห่างกันหลายสิบปี สิ่งที่ต้องตรวจสอบให้ลึกกว่านั้นคือ โครงสร้างและระบบอุปถัมภ์ที่อาจเปิดช่องให้การโกงสอบและการซื้อขายตำแหน่งฝังรากอยู่ในกระทรวงมหาดไทยมาอย่างยาวนาน
 

ข่าวล่าสุด