แกะรอยโกงสอบท้องถิ่น ปปง. พบบัญชี "ดร.วิน" เงินสะพัดนับพันล้าน!
21 ส.ค. 2569 | thunchanok_kul

ปปง. ขยายผลทุจริตสอบท้องถิ่น พบบัญชี "ดร.วิน" มีเงินหมุนเวียน 1,000 ล้าน ด้าน มท. ขีดเส้น 31 ส.ค. นี้ ถอด 5,925 ขรก. โกงสอบ ยันไม่ฟอกขาวให้ใคร
ข่าว
21 ส.ค. 2569 | thunchanok_kul

ปปง. ขยายผลทุจริตสอบท้องถิ่น พบบัญชี "ดร.วิน" มีเงินหมุนเวียน 1,000 ล้าน ด้าน มท. ขีดเส้น 31 ส.ค. นี้ ถอด 5,925 ขรก. โกงสอบ ยันไม่ฟอกขาวให้ใคร
KEY
POINTS
21 สิงหาคม 2569 สำนักงาน ปปง. เร่งแกะรอยเส้นทางการเงินในคดีมหากาพย์ โกงสอบท้องถิ่น หลังพบกระแสเงินหมุนเวียนในบัญชีของ "ดร.วิน" สูงผิดปกติกว่า 1,000 ล้านบาท ขณะที่กระทรวงมหาดไทยขีดเส้นตายวันที่ 31 สิงหาคม 2569 สั่งถอดถอนรายชื่อข้าราชการที่ทุจริตสอบ จำนวน 5,925 ราย และเรียกคืนเงินเดือนย้อนหลังทั้งหมด พร้อมประกาศกร้าวไม่มีการฟอกขาวให้แก่นักการเมือง หรือข้าราชการหน้าไหนอย่างแน่นอน
แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยว่า ตรวจพบพยานหลักฐานชิ้นสำคัญจากการตรวจสอบข้อมูลและธุรกรรมทางการเงินของ นายวิน ธนพชรโภคิน หรือนายอัศวิน โชติพนัง หรือ "ดร.วิน" หนึ่งในผู้ต้องหาคนสำคัญในคดีทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ในเบื้องต้นพบว่ามีเงินหมุนเวียนผ่านบัญชีนับ 1,000 ล้านบาทในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
“ขณะนี้ ดร.วิน ยังเป็นเพียงผู้ต้องหาในคดี ซึ่งคดียังไม่สิ้นสุด แต่พยานหลักฐานทางการเงินเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการขยายผลว่าเป็นเงินที่ผู้ต้องหาได้มาจากธุรกรรมอะไร แต่ก็จะขยายผลไปยังกลุ่มเครือข่าย ที่มีทั้งข้าราชการ รวมถึงกลุ่มผู้มีอิทธิพลทางการเมืองที่มีชื่อร่วมขบวนการทั้งหมด” แหล่งข่าว ปปง. ระบุ
ส่วนความคืบหน้าการไต่สวนคดี แม้การสอบปากคำ ดร.วิน ขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำจะยังไม่ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากนัก อ้างเพียงว่าได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ในขณะนั้น ให้นำแฟลชไดรฟ์บรรจุรายชื่อและข้อมูลผู้เข้าสอบส่งต่อให้กับ จ่าสิบตรี ดร.พิชิต ทั้งพรม ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัท สามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด ที่ถูกใช้เป็นสถานที่แก้ไขคะแนนในการสอบ
มท. ขีดเส้น 31 ส.ค. นี้ ถอดถอนรายชื่อ ขรก. โกงสอบ 5,925 ราย
ด้าน นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่ากระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการส่งข้อมูลผลคะแนนที่ผิดปกติให้แก่คณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัด (ก.จังหวัด) ทั่วประเทศแล้ว เพื่อส่งต่อไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เร่งดำเนินการถอดถอนผู้ทุจริตที่ได้รับการบรรจุจำนวน 5,925 คน ให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลาวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นี้
นายวรศิษฎ์ ยืนยันว่า กระบวนการถอดถอนจะไม่ยืดเยื้อแน่นอน และผู้ทุจริตทั้งหมดจะถูกริบสิทธิ์ทุกประการ รวมถึงเงินเดือนย้อนหลังทั้งหมด เนื่องจากเป็นสิทธิ์ที่ไม่ชอบธรรมตั้งแต่ต้น ซึ่งล่าสุดในหลายพื้นที่ได้มีการเริ่มสั่งปลดแล้ว เช่น อบจ.กระบี่ ได้ทำการถอดถอนพนักงานที่ทุจริตไปแล้ว 112 ราย ขณะที่ อบจ.ลำพูน และ อปท. อื่นๆ พร้อมดำเนินการทันทีหลังจากที่ สถ. ได้ส่งมอบหลักฐานคะแนนดิบ และข้อมูลผลการตรวจสอบที่พิสูจน์ตามหลักนิติวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจนไปให้
ขณะเดียวกัน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ออกมาระบุเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริหารท้องถิ่นปลายทางว่า บัญชีคะแนนดังกล่าวได้รับการตรวจสอบและตรวจสอบซ้ำ (Double Check) มาแล้วถึง 4 รอบ โดยความร่วมมือระหว่าง มศว, ตำรวจสอบสวนกลาง และสำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมกับการสอบทานแบบรายบุคคลด้วยมือของเจ้าหน้าที่ สถ. เอง จึงไม่มีข้อผิดพลาดแน่นอน ส่งผลให้ล่าสุดพบกระแสรายงานว่ามีข้าราชการที่พัวพันกับการทุจริตสอบชิงยื่นใบลาออกก่อนถูกสั่งปลดแล้วถึง 118 รายทั่วประเทศ
ขยายผล "ตัวละครใหม่" ปลายทางกระแสเงินแชตลับ 200 ล้าน
นอกจากนี้ ข้อมูลการทุจริตยังเริ่มสาวลึกไปถึงกลุ่มนักการเมืองนอกสภา โดยล่าสุดที่สถานีตำรวจภูธรอุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงกับอดีตผู้สมัคร สส. เขต 8 จังหวัดศรีสะเกษ โดยผู้เสียหายระบุว่าถูกหลอกลวงให้มอบเงินสดจำนวน 2,350,000 บาท เพื่อช่วยเหลือบุตรหลานจำนวน 5 คนให้สอบผ่านบรรจุเข้ารับราชการ อปท. แต่เมื่อประกาศผลกลับไม่มีรายชื่อตามที่กล่าวอ้าง
ทั้งนี้ ยังมีหลักฐานการสนทนาทางแชตลับที่ระบุถึงการทวงถามเงินคืน การกล่าวพาดพิงถึงเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง และมีการเอ่ยถึงจำนวนเงินสดหมุนเวียนในขบวนการฝากเด็กนี้ว่าสูงถึง 200 ล้านบาท
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นที่พรรคฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตและแสดงความกังวลว่าอาจจะมีความพยายามตัดตอนคดีช่วยเหลือผู้ที่มีตำแหน่งเหนือกว่าระดับอธิบดีกรม รมช.มหาดไทย (มท.4) กล่าวด้วยความมั่นใจว่า “ระบบพังพินาศทั้งหมดแน่นอน และรัฐบาลก็คงอยู่ไม่ได้หากมีการฟอกขาวเกิดขึ้น”
พร้อมทั้งท้าไปยังสถาบันการศึกษาที่เป็นคู่สัญญาจัดสอบเดิม หากมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการเรียกรับผลประโยชน์ หรือความผิดปกติทางการเมือง ขอให้ส่งหลักฐานทั้งหมดตรงไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. โดยตรงทันที เพื่อให้กระบวนการสอบสวนเป็นไปอย่างอิสระและโปร่งใสที่สุด