เนชั่นทีวี

ข่าว

ไทย-นิวซีแลนด์ ตั้งเป้าการค้า 3 เท่า แตะ 2.46 แสนล้านบาท

21 ส.ค. 2569 | prisana_tha

ไทย-นิวซีแลนด์ ตั้งเป้าการค้า 3 เท่า แตะ 2.46 แสนล้านบาท

ไทย-นิวซีแลนด์ ยกระดับสู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” นายกฯ อนุทิน–ลักซอน ตั้งเป้าการค้า 3 เท่า แตะ 2.46 แสนล้านบาท ฟื้นบินตรงกรุงเทพฯ–โอ๊คแลนด์

ไทย-นิวซีแลนด์ ยกระดับสู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” นายกฯ อนุทิน–ลักซอน ตั้งเป้าการค้า 3 เท่า แตะ 2.46 แสนล้านบาท ฟื้นบินตรงกรุงเทพฯ–โอ๊คแลนด์

KEY

POINTS

  • ไทย–นิวซีแลนด์ยกระดับสัมพันธ์สู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” นายกฯ อนุทิน และนายกฯ คริสโตเฟอร์ ลักซอน ลงนามปฏิญญาร่วมฯ ในโอกาสครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต
  • เดินหน้าความร่วมมือ 4 เสาหลัก ครอบคลุมความมั่นคง เศรษฐกิจ-การค้า-นวัตกรรม การศึกษา-วัฒนธรรม และความร่วมมือระดับภูมิภาค พร้อมตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้า 3 เท่า เป็น 7.5 พันล้านดอลลาร์ ภายในปี 2045
  • นิวซีแลนด์หนุนไทยเข้า OECD-การบินไทยเตรียมเปิดบินตรง นายกฯ ลักซอนพร้อมสนับสนุนไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ขณะที่การบินไทยมีแผนเปิดเที่ยวบินตรง กรุงเทพฯ–โอ๊คแลนด์ มี.ค. 2570 และไทยเตรียมเร่งให้เร็วขึ้น

21 สิงหาคม 2569 เวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงเวลลิงตัน ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง ณ ทำเนียบผู้สำเร็จราชการแห่งนิวซีแลนด์ กรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังเสร็จสิ้นหารือเต็มคณะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน (The Right Honourable Christopher Luxon) นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ได้ร่วมแถลงข่าวภายหลังการหารือทวิภาคี โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีที่ได้เดินทางเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ในโอกาสครบรอบ 70 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-นิวซีแลนด์ พร้อมระบุว่า

การเยือนครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดบทใหม่ของมิตรภาพอันยาวนานของทั้งสองประเทศ โดยตนและนายกรัฐมนตรีลักซอน ได้ลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ (Joint Declaration on the Strategic Partnership) ซึ่งเป็นการยกระดับความสัมพันธ์ไทย–นิวซีแลนด์สู่ระดับที่สูงขึ้น

 

นายกฯอนุทิน กล่าวต่อว่า การหารือครั้งนี้มีรัฐมนตรีสำคัญของทั้งสองฝ่ายเข้าร่วม และมุ่งเน้นความร่วมมือ 4 เสาหลัก ภายใต้แผนปฏิบัติการร่วมไทย–นิวซีแลนด์ ค.ศ. 2026–2030 (Joint Plan of Action 2026–2030) ซึ่งจะเป็นกรอบสำคัญในการขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและสร้างประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ ได้แก่

ไทย-นิวซีแลนด์ ตั้งเป้าการค้า 3 เท่า แตะ 2.46 แสนล้านบาท

 

ประการแรก ความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในการรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติ การหลอกลวงออนไลน์ และการค้ามนุษย์ รวมถึงส่งเสริมการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของทั้งสองประเทศอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

 

ประการที่สอง ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และนวัตกรรม ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะขยายการค้าและการลงทุน โดยให้ความสำคัญกับนวัตกรรม ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน เศรษฐกิจสีเขียว เกษตรกรรมยั่งยืน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าสองฝ่ายเป็น 3 เท่า หรือ 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.46 แสนล้านบาท) ภายในปี 2045 และจะร่วมกันพัฒนาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิด ไทย–นิวซีแลนด์ (Thailand–New Zealand Closer Economic Partnership: TNZCEP) เพื่อสร้างโอกาสใหม่แก่ภาคธุรกิจและประชาชนของทั้งสองประเทศ

 

นายกรัฐมนตรี รู้สึกยินดีที่คณะผู้บริหารภาคธุรกิจชั้นนำของไทยได้ร่วมเดินทางมาในครั้งนี้ และได้พบหารือกับรัฐบาลและภาคธุรกิจนิวซีแลนด์ ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสในการแสวงหาความร่วมมือในสาขาใหม่ ๆ และส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

 

ประการที่สาม ความร่วมมือด้านการศึกษา วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะ นวัตกรรม และการเสริมสร้างขีดความสามารถ ตลอดจนกระชับความสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรมและความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

 

ประการที่สี่ ความร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคี ทั้งสองประเทศจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดผ่านกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง กลไกที่อาเซียนเป็นแกนนำ รวมถึงเอเปค และเวทีระหว่างประเทศอื่นๆ พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อพัฒนาการในภูมิภาคและระหว่างประเทศ และยืนยันความสำคัญของระเบียบระหว่างประเทศที่มีกฎเกณฑ์เป็นพื้นฐานและระบบพหุภาคี ในการส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ ความสามารถในการรับมือกับความท้าทาย และการพัฒนาที่ยั่งยืน

 

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้แสดงความขอบคุณนายกรัฐมนตรีลักซอน รัฐบาล และประชาชนชาวนิวซีแลนด์ สำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและไมตรีจิตที่มอบให้นายกรัฐมนตรีและคณะผู้แทนไทยตลอดการเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการครั้งนี้

 

ไทย-นิวซีแลนด์ ตั้งเป้าการค้า 3 เท่า แตะ 2.46 แสนล้านบาท

 

ภายหลังการแถลงข่าวร่วม นายกฯทั้งสองร่วมลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับนิวซีแลนด์ และร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามเอกสารความร่วมมือ จำนวน 4 ฉบับ ได้แก่

 

(1) ข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งนิวซีแลนด์ และ

 

(2) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนแห่งราชอาณาจักรไทย และ Education New Zealand ประเทศนิวซีแลนด์

 

(3) บันทึกข้อตกลงระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานตำรวจนิวซีแลนด์ว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน

 

(4) ความตกลงของภาคเอกชน คือ บันทึกความเข้าใจระหว่างบริษัท Chata Instruments Company Limited กับบริษัท Aeroqual Limited

 

ไทย-นิวซีแลนด์ ตั้งเป้าการค้า 3 เท่า แตะ 2.46 แสนล้านบาท

 

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวด้วยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 7 ทศวรรษ มิตรภาพระหว่างไทยและนิวซีแลนด์ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อความสัมพันธ์ได้รับการยกระดับสู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์แล้ว เชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศจะมีความใกล้ชิด ลึกซึ้ง และมีพลวัตมากยิ่งขึ้น พร้อมนำมาซึ่งประโยชน์และความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศและภูมิภาค

 

โอกาสนี้นายกรัฐมนตรี ยังได้ขอรับการสนับสนุนจากนิวซีแลนด์ ในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์พร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่ มากไปกว่านั้น ยังมีเรื่องน่ายินดีอีกเรื่องหนึ่งคือ การบินไทยมีแผนกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ – โอ๊คแลนด์ อีกครั้ง โดยตั้งเป้าเริ่มให้บริการในเดือนมีนาคม 2570 ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าจะพยายามเร่งรัดให้เร็วกว่ากำหนด เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน การศึกษา และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

ข่าวล่าสุด