งัดหลักฐานตบหน้า 3 ประเด็น โต้ข้ออ้าง "นพ.สรณ"
จากข้อกล่าวอ้างของ นพ.สรณ ที่ระบุว่าไม่มีกฎหมายให้อำนาจผู้อื่นทำหน้าที่แทน ทางกลุ่มกรรมการ กสทช. ได้กางข้อเท็จจริงและหลักฐานเชิงประจักษ์ตอกกลับใน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้
ประเด็นที่ 1: อ้างว่าไม่มีกฎหมายให้ "ยุติการปฏิบัติหน้าที่" มิฉะนั้นจะโดน ม.157
ข้อเท็จจริง: กรณีการ "หยุดปฏิบัติหน้าที่" เคยเกิดขึ้นจริงในอดีต เช่น น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ อดีต กสทช. ที่ได้ขอยุติการปฏิบัติหน้าที่ทันทีเมื่อมีคำวินิจฉัยอันเป็นที่สุด (เมื่อปี 2560) ก่อนมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง ซึ่งถูกต้องตามขั้นตอนและไม่มีใครถูกฟ้อง ม.157 ในทางกลับกัน การที่ นพ.สรณ เป็นผู้สละสิทธิ์โดยผลของกฎหมายแล้ว แต่ยังเข้ามาทำหน้าที่ อาจเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีกฎหมายรองรับและสุ่มเสี่ยงมีความผิดเสียเอง
ประเด็นที่ 2: อ้างว่าไม่มีกฎหมายให้ใครทำหน้าที่แทนประธานในที่ประชุม
ข้อเท็จจริง: ระเบียบ กสทช. ว่าด้วยข้อบังคับการประชุมฯ บัญญัติไว้ชัดเจนว่า หากประธานไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่เหลือเลือกคนหนึ่งขึ้นมาทำหน้าที่แทน ซึ่งในอดีต นพ.สรณ เองก็เคยลาประชุม (ครั้งที่ 19/2565) และที่ประชุมได้เลือก รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย ทำหน้าที่แทน หรือในกรณีที่ นพ.สรณ ไม่ขอร่วมพิจารณาวาระควบรวมธุรกิจ AWN และ 3BB (ครั้งที่ 12/2566) ที่ประชุมก็เคยเลือก พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ทำหน้าที่ประธานในวาระนั้นแทนมาแล้ว