เนชั่นทีวี

ข่าว

"วอล์คเอาท์เพื่อชาติ" 3 กสทช. กางระเบียบตบหน้า "นพ.สรณ" ไร้อำนาจประธาน

06 ส.ค. 2569 | thamsathit_pol

"วอล์คเอาท์เพื่อชาติ"  3 กสทช. กางระเบียบตบหน้า "นพ.สรณ" ไร้อำนาจประธาน

ศึกบอร์ด "กสทช." ระอุต่อเนื่อง! เปิดคำชี้แจงเบื้องลึก 3 กรรมการ กสทช. กางข้อกฎหมายโต้กลับ "นพ.สรณ" หลังอ้างไม่มีกฎหมายให้อำนาจคนอื่นทำหน้าที่แทน พร้อมงัดประวัติศาสตร์บอร์ด ย้ำชัด "หยุดปฏิบัติหน้าที่" ทำได้ไม่ผิด ม.157

6 สิงหาคม  2569 การประชุมบอร์ดคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ต้องยุติลงเป็นครั้งที่ 3 หลังกรรมการ กสทช. 3 คน ได้แก่ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต, พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ และ รศ.ดร.ศุภัช ศุภัชลาศัย เดินออกจากห้องประชุมโดยใช้สิทธิไม่เข้าร่วมประชุม ทันทีที่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เดินเข้าห้องประชุม พร้อมให้เหตุผลว่า มีบุคคลที่สละสิทธิรับตำแหน่งเข้าร่วมประชุม จึงเห็นว่าไม่สามารถดำเนินการประชุมต่อได้

ปัญหาความขัดแย้งในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ล่าสุด กรรมการ กสทช. 3 ท่าน ได้ออกคำชี้แจงและบันทึกข้อความ (ที่ สทช. 1002/145) เพื่อชี้แจงแสดงเจตนาบริสุทธิ์ในการเข้าประชุม แต่จำเป็นต้องปฏิเสธการร่วมประชุมและลงมติร่วมกับ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ โดยระบุชัดเจนว่า คณะกรรมการสรรหา กสทช. ได้มีคำวินิจฉัยเป็นที่สุดแล้วว่า นพ.สรณ เป็นผู้สละสิทธิ์ ส่งผลให้กลายเป็นผู้ไม่มีอำนาจหน้าที่ในฐานะประธานโดยชอบด้วยกฎหมาย การร่วมลงมติใด ๆ จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะผิดกฎหมายปกครองและกฎหมายอาญา

ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์

นอกจากนี้ 3 กสทช. ยังเปิดเผยว่า การที่ นพ.สรณ ไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอเพิกถอนคำวินิจฉัยและร้องขอคุ้มครองชั่วคราวให้ตนเองได้ปฏิบัติหน้าที่ต่อนั้น เป็นหลักฐานมัดตัวว่า นพ.สรณ "รู้อยู่เต็มอก" ว่าตนเองสละสิทธิ์แล้วตามกฎหมาย ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาย่อมมีผลบังคับใช้ การที่ นพ.สรณ ยังดึงดันจะทำหน้าที่ประธาน โดยมีสำนักงาน กสทช. สนับสนุน จึงเข้าข่ายขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการท่านอื่นในการเลือกประธานชั่วคราวตามระเบียบข้อ 26 ซึ่งมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138

งัดหลักฐานตบหน้า 3 ประเด็น โต้ข้ออ้าง "นพ.สรณ"

จากข้อกล่าวอ้างของ นพ.สรณ ที่ระบุว่าไม่มีกฎหมายให้อำนาจผู้อื่นทำหน้าที่แทน ทางกลุ่มกรรมการ กสทช. ได้กางข้อเท็จจริงและหลักฐานเชิงประจักษ์ตอกกลับใน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้

"วอล์คเอาท์เพื่อชาติ"  3 กสทช. กางระเบียบตบหน้า "นพ.สรณ" ไร้อำนาจประธาน

ประเด็นที่ 1: อ้างว่าไม่มีกฎหมายให้ "ยุติการปฏิบัติหน้าที่" มิฉะนั้นจะโดน ม.157

ข้อเท็จจริง: กรณีการ "หยุดปฏิบัติหน้าที่" เคยเกิดขึ้นจริงในอดีต เช่น น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ อดีต กสทช. ที่ได้ขอยุติการปฏิบัติหน้าที่ทันทีเมื่อมีคำวินิจฉัยอันเป็นที่สุด (เมื่อปี 2560) ก่อนมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง ซึ่งถูกต้องตามขั้นตอนและไม่มีใครถูกฟ้อง ม.157 ในทางกลับกัน การที่ นพ.สรณ เป็นผู้สละสิทธิ์โดยผลของกฎหมายแล้ว แต่ยังเข้ามาทำหน้าที่ อาจเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีกฎหมายรองรับและสุ่มเสี่ยงมีความผิดเสียเอง

ประเด็นที่ 2: อ้างว่าไม่มีกฎหมายให้ใครทำหน้าที่แทนประธานในที่ประชุม


ข้อเท็จจริง: ระเบียบ กสทช. ว่าด้วยข้อบังคับการประชุมฯ บัญญัติไว้ชัดเจนว่า หากประธานไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่เหลือเลือกคนหนึ่งขึ้นมาทำหน้าที่แทน ซึ่งในอดีต นพ.สรณ เองก็เคยลาประชุม (ครั้งที่ 19/2565) และที่ประชุมได้เลือก รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย ทำหน้าที่แทน หรือในกรณีที่ นพ.สรณ ไม่ขอร่วมพิจารณาวาระควบรวมธุรกิจ AWN และ 3BB (ครั้งที่ 12/2566) ที่ประชุมก็เคยเลือก พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ทำหน้าที่ประธานในวาระนั้นแทนมาแล้ว

3 กสทช. วอล์คเอาท์  ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต, พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ และ รศ.ดร.ศุภัช ศุภัชลาศัย

ประเด็นที่ 3: อ้างว่าไม่มีกฎหมายให้ใครทำหน้าที่แทนในการลงนามใบอนุญาตหรือออกประกาศ

ข้อเท็จจริง: กสทช. เป็นองค์กรกลุ่ม ที่ประชุมสามารถลงมติมอบหมายให้กรรมการท่านอื่นลงนามแทนประธานได้ เช่นในอดีตสมัย พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี เป็นประธาน ก็เคยมีมติมอบหมายให้ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ลงนามในประกาศหรือใบอนุญาตแทน ซึ่งกรณีนี้เคยมีการฟ้องร้องไปยังศาลปกครอง และศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วว่า "สามารถกระทำได้"

ปัดทำบอร์ดสะดุด แฉวาระค้างมีมานานกว่า 3 ปี ย้ำพร้อมประชุมภายใต้กรรมการ 6 คน

ทางฝ่าย 3 กสทช. ระบุเพิ่มเติมว่า ได้พยายามหาทางออกด้วยสันติวิธี โดยทำหนังสือขอนัดหารือภายในระหว่างกรรมการที่เหลือทั้ง 6 ท่านล่วงหน้า ระหว่างวันที่ 1-4 สิงหาคม 2569 ก่อนวันประชุมจริง เพื่อเตรียมแนวทางแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณะ ทว่ากลับมีกรรมการตอบตกลงเพียงท่านเดียว ส่วนอีกท่านติดไปต่างจังหวัด และอีกท่านนิ่งเฉยไม่ตอบสนอง ทำให้การหารือร่วมกันไม่เกิดขึ้น

ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต
ส่วนข้ออ้างเรื่องระเบียบวาระคั่งค้างจำนวนมากนั้น 3 กสทช. ยืนยันว่า ปัญหาวาระค้างคาเกิดขึ้นมามากกว่า 3 ปีแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาค้างเพราะการไม่ประชุมครั้งนี้ ซึ่งทางกรรมการได้ทำหนังสือเรียกร้องให้เร่งรัดมาโดยตลอด ดังนั้น หากสำนักงาน กสทช. ยอมจัดให้มีการประชุมภายใต้กรรมการที่เหลืออยู่ 6 คนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย งานทุกอย่างก็จะดำเนินต่อไปได้ทันที โดยไม่ต้องเสี่ยงสร้างความเสียหายแก่ประโยชน์สาธารณะจากมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ข่าวล่าสุด