น.ส.ภคมน ระบุว่า และเท่าที่ได้ติดตามข่าว นายกฯ ก็อ้างกฎหมาย ซึ่งวันนี้กฎหมายก็ชัดเจนแล้วว่า นายกฯ จำเป็นที่จะต้องเป็นผู้ทูลเกล้าฯ เพื่อให้มีการโปรดเกล้าฯ ปลดนพ.สรณ จึงไม่มีเหตุผลที่นายกรัฐมนตรีจะยื้อ เพราะ แทนที่สังคมจะตั้งคำถามต่อนพ.สรณ อาจมาตั้งคำถามกับนายกรัฐมนตรีแทน
"วันนี้การที่นายกรัฐมนตรียื้อเวลาออกไป เรื่องนี้เกี่ยวข้องหรือไม่ว่าการที่นายกฯ กับนพ.สรณ เคยใช้กุนซือคนเดียวกัน ถ้าไปย้อนดูในครม.อนุทิน 1 จะเห็น ที่ปรึกษาคนหนึ่ง ทำหน้าที่เป็น “เลขานุการประธาน กสทช.” ดิฉันไม่มั่นใจว่าปรึกษากันไปปรึกษากันมา กลายเป็นว่าสุดท้ายช่วยกันอุ้มหรือไม่“ น.ส.ภคมน เผย
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ในการประชุมสัปดาห์หน้าของคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ จะเชิญบอร์ด กสทช. คนอื่นๆ มาให้ความเห็น ถึงผลกระทบของการ ที่คนขาดคุณสมบัติ แล้วยังยืนยันที่จะเข้าประชุม และนั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ดอยู่ อย่างไรก็ตาม ก็อยากทราบเหตุผลจริงๆ จาก นพ.สรณ ว่าทำไมยังดึงดันที่จะนั่งหัวโต๊ะการประชุมบอร์ดให้ได้ เพราะ เท่าที่ทราบมาในอนาคตอันใกล้นี้ จะมีการพิจารณาของกองทุน USO ที่มีโครงการหลายพันล้านบาท และในอนาคตอันใกล้เช่นกัน ประธาน กสทช.จะมีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ
"ขอให้ย้อนกลับไปดูอดีตของการใช้งบประมาณทำให้ตนมั่นใจว่านพ.สรณ จะเบิกงบกสทช. ในการบินต่างประเทศอีกครั้งก็ได้ ดังนั้น วันนี้สังคมต้องเร่งกดดันและตั้งคำถามว่า มีเหตุผลอะไรที่คนที่ขาดคุณสมบัติ ยังคงนั่งปกป้องสมบัติชาติหลักแสนล้านบาท แล้วเราจะเสียสิทธิประโยชน์มากมายให้กับบุคคลที่ไม่เหมาะสม และไม่มีความรับผิดชอบในเรื่องนี้หรือ” น.ส.ภคมน เผย
เมื่อถามว่า ในระหว่างนี้สามารถเลือกบุคคลขึ้นมาทำหน้าที่ เป็นประธานชั่วคราวได้หรือไม่
น.ส.ภคมน กล่าวว่า ตนไม่มั่นใจว่าพ.ร.บ.กสทช.สามารถทำได้หรือไม่ แต่เมื่อเป็นช่วงสุญญากาศ อย่างน้อยๆ จะต้องมีข้อหารือ แล้วคนที่จะตัดสินใจเรื่องนี้ดีที่สุด คือ บอร์ดกสทช. ดังนั้น ทั้งบอร์ดและสำนักงาน กสทช.ต้องทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง และตนขอฝากถึงคนที่อยู่ในกสทช.ทุกคนว่า
"วันนี้สิ่งที่ท่านอยู่ไม่ใช่องค์กรเอกชน ท่านอยู่ในองค์กรที่ เป็นทรัพย์สินของชาติ งบประมาณที่สนับสนุนก็เป็นทรัพยากรแผ่นดิน ดังนั้น ท่านไม่จำเป็นจะต้องไปอุ้มชู คนที่เขาไม่มีคุณสมบัติ และไม่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และพิทักษ์ผลประโยชน์ของชาติ" น.ส.ภคมน กล่าว
เมื่อถามว่ามองเรื่องการข่มขู่บอร์ดที่ทำให้องค์ประชุมล่ม จนอาจเป็นการขัดขวางการทำงานอย่างไร
น.ส.ภคมน กล่าวว่า ต้องตั้งคำถามกลับไปว่าคนที่มีมติไปแล้วว่าไม่มีคุณสมบัติเข้าประชุมแล้วยังยืนยันที่จะนั่งหัวโต๊ะ มีความผิดทางกฎหมายอย่างไรหรือไม่
เมื่อถามว่า นพ.สรณ ดื้อหรือไม่ที่ไม่ยอมหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยอ้างว่ากลัวผิด ม.157
น.ส.ภคมน กล่าวว่า นพ.สรณะ อาจจะเป็นแบบศรีธนญชัย จะมาอ้างว่าหากไม่ปฏิบัติหน้าที่แล้วจะผิด ม.157 ได้อย่างไร เพราะนายแพทย์สรณหมดภารกิจเรื่องนี้ไปแล้ว คุณสมบัติขาดไปแล้ว แต่เขาเป็นศรีธนญชัยมาโดยตลอด การที่เขายื่นคุณสมบัติเท็จ เพื่อให้มีการโปรดเกล้าฯ ตนขอถามตรงๆว่า การให้ข้อมูลเท็จเพื่อตัวเองได้ตำแหน่ง จะมีความผิดหรือไม่ และหากนพ.สรณ เป็นคนที่มีความรับผิดรับชอบจริง ไม่ควรเอาตำแหน่งที่โปรดเกล้าฯ มายื้อแบบนี้ เพราะผลกระทบเกิดขึ้นมากกว่าตัวเขาที่ต้องรับผิดชอบ
“ดังนั้นอย่าปฏิเสธข้อเท็จจริง และความจริงเลยว่าคืออะไร เชื่อว่าประชาชนพิจารณาได้ เหตุผลที่พยายามยื้อทางกฎหมาย และพยายามทำแบบศรีธนญชัย ประชาชนเขามองออกว่าคืออะไร เพราะ ผลประโยชน์ที่ท่านนั่งทับอยู่มีมหาศาล และในอนาคตที่ท่านต้องใช้อำนาจประธาน กสทช.ที่ต้องพิจารณากองทุนUSO และสิทธิประโยชน์ส่วนตัวในฐานะประธาน กสทช. ที่มีจำนวนมาก ดิฉันเข้าใจว่ามนุษย์มีความโลภ การที่ตัวเองอยู่ในสิทธิประโยชน์เบิกจ่ายได้ตลอด และกำลังจะสูญเสียมันไป ก็รู้สึกเสียดาย แต่อย่าลืมว่านี่ไม่ใช่สมบัติท่าน เป็นสมบัติของชาติ ถึงเวลาแล้วที่ท่านต้องรับผิดชอบ" น.ส.ภคมน กล่าว