"กสทช." วุ่น! องค์ประชุมล่มรอบ 3 "นพ.สรณ" ลั่นไม่ลาออก! จ่อพึ่ง "นายกฯ" ปลดล็อกสุญญากาศ
06 ส.ค. 2569 | natthanan_chu

"กสทช." วุ่น! องค์ประชุมล่มรอบ 3 "นพ.สรณ" ลั่นไม่ลาออก! เมินหารือก่อนประชุม จ่อพึ่ง "นายกฯ" ปลดล็อกสุญญากาศ
ข่าว
06 ส.ค. 2569 | natthanan_chu

"กสทช." วุ่น! องค์ประชุมล่มรอบ 3 "นพ.สรณ" ลั่นไม่ลาออก! เมินหารือก่อนประชุม จ่อพึ่ง "นายกฯ" ปลดล็อกสุญญากาศ
KEY
POINTS
6 สิงหาคม 2569 ที่ สำนักงาน กสทช. โดย บอร์ด กสทช. ได้นัดประชุมคณะกรรมการบอร์ดเป็นครั้งที่ 3 หลังจากก่อนหน้านี้การประชุมทั้ง 2 ครั้ง เป็นไปอย่างตึงเครียด เเละการประชุม ต้องล่มลงเนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ
มี กรรมการบอร์ด 3 ท่าน ไม่เห็นด้วย เรื่องคุณสมบัติของ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ที่ไม่มีสถานะทางกฎหมาย เพราะถูกคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. พิจารณาและวินิจฉัย มีมติเอกฉันท์ชี้ว่าขาดคุณสมบัติ เหตุจาก ขณะรับตำแหน่งประธาน กสทช. มีตำแหน่งทับซ้อน
โดยการประชุมนัดนี้จึงถูกจับตา จากทุกภาคส่วน เนื่องจากยังมีวาระสำคัญค้างการพิจารณาหลายเรื่อง 33 วาระ
เมื่อถึงเวลาตามดำหนดการประชุม ปรากฏว่า กรรมการบอร์ดทุกคนเดินทางมาเข้าร่วมประชุม รวมถึง ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ ที่เข้าร่วมประชุม แต่ปรากฏว่าเมื่อจะเริ่มมีการประชุมขึ้น กรรมการบอร์ดทั้ง 3 คนเดินออกจากห้องประชุมทันที โดยไม่มีการหารือกันก่อนประชุม อาทิ ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. นายศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการ กสทช.ด้านเศรษฐศาสตร์ พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. นอกจากนี้ยังมีมี กรรมการอีก 1 ท่าน ที่ไม่เข้าร่วมการประชุม คือ รศ. ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ เเละ อีก 2 ท่าน ร่วมประชุมออนไลน์
ด้าน ศ.ดร.พิรงรอง ระบุว่า ไม่สามารถร่วมประชุมกับได้เนื่องจากเห็นว่าคณะกรรมการสรรหา กสทช. ได้มีคำวินิจฉัยซึ่งเป็นที่สุดเกี่ยวกับสถานะของประธาน กสทช. แล้ว หากร่วมประชุมหรือร่วมลงมติ อาจทำให้มติไม่ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย เสี่ยงต่อความรับผิดทั้งทางอาญาและทางปกครอง
"กรณีที่ นพ.สรณ ระบุว่า การยุติปฏิบัติหน้าที่อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นั้น ในอดีตเคยมีกรณีของ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ที่ยุติปฏิบัติหน้าที่ทันทีภายหลังมีคำพิพากษา แม้จะใช้เวลาถึง 9 เดือนกว่า จะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง แต่ก็ไม่ปรากฏว่ามีปัญหาความผิดตามมาตรา 157 และองค์กรยังสามารถเดินหน้าทำงานต่อได้ ในอดีตเมื่อ นพ.สรณ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเข้ารับการผ่าตัด หรือไม่ได้เข้าร่วมประชุม ที่ประชุมสามารถเลือกกรรมการคนอื่นทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมแทนได้ ซึ่งรวมถึงการประชุมวาระสำคัญอย่างการควบรวมกิจการ AIS-3BB โดยไม่เกิดปัญหาทางกฎหมาย" ศ.ดร.พิรงรอง ระบุ
ศ.ดร.พิรงรอง ระบุว่า ในอดีตสมัย พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี เป็นประธาน กสทช. คณะกรรมการเคยมีมติมอบหมายให้ พันเอก นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. ลงนามแทนประธานได้ และศาลปกครองก็มีคำวินิจฉัยรับรองว่าการดำเนินการดังกล่าวสามารถทำได้ หากเป็นมติของคณะกรรมการทั้งคณะ
ด้าน นายศุภัช ชี้แจงว่า การที่กรรมการบางส่วนไม่ได้เข้าร่วมประชุม ไม่ใช่การ “Walk Out” แต่ไม่เข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะเห็นว่าการร่วมประชุมในสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่มีหลักประกันทางกฎหมาย หากเกิดความเสียหายในภายหลังจะส่งผลกระทบร้ายแรง ผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมไม่ใช่เพียง 3 คน และมีอย่างน้อย 4 คนที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมตั้งแต่ต้น
"โดยทุกฝ่ายพร้อมกลับไปทำงานทันที หากมีความชัดเจนทางกฎหมาย ไม่ว่าจะมาจากนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้รักษาการตามกฎหมาย หรือ หน่วยงานที่มีอำนาจ พร้อมย้ำว่าไม่ขัดข้องที่จะปฏิบัติหน้าที่ หากได้รับความชัดเจนดังกล่าว" นายศุภัช ระบุ
พลอากาศโท ธนพันธุ์ กล่าวว่า ก็ต้องมาพิจารณาเรื่อง เรื่องนี้ร่วมกันซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเองเสนอมาตั้งแต่แรก เพราะเรื่องนี้ตนเองก็ได้รับคำเตือนจากที่ปรึกษาทางกฎหมาย ไม่ให้เข้าร่วมประชุมกับบุคคลที่ไม่มีสถานะตามกฎหมาย เพราะส่งผลต่ออุตสาหกรรมใหญ่หลวงส่งผลต่อประเทศชาติแน่นอนหากเกิด ความเสียหาย ที่ไม่มีข้อยุติตรงนี้ก็จะจะต้องมีข้อยุติจากที่อื่นซึ่งหมายถึงการนอกเหนืออำนาจของ กสทช.แต่ตนเองก็มีจุดยืนที่ชัดเจนทำตามหน้าที่ให้ดีที่สุดไม่ผิดกฎหมายกฎหมาย
"การประชุม กสทช. มีวาระค้างมาสองถึง 3 ปี โดยตนได้ทักท้วงมาตลอด และ ขอให้ที่ประชุม เร่งรัดพิจารณาวาระสำคัญที่ค้าง ทั้งทีวีดิจิตอลรถแม็ป หรือว่าลาอื่นๆ ก็มีการเร่งรัดมาโดยตลอด ซึ่งตนมีหลักฐานสถิติว่า เเต่ละครั้งไม่ได้ลดลงเลย จึงขอความเป็นธรรมที่ถูกข้อหาว่าเป็นผู้ขัดขวาง" พลอากาศโท ธนพันธุ์ เผย
จากนั้นเวลา 10:00 น. เมื่อองค์ประชุมไม่ครบ นพ.สรณ กล่าวในที่ประชุมบอร์ดว่า ให้บันทึกเหตุการณ์ไว้ว่า ตนเองได้เข้าร่วมการประชุม เเต่เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบจึงยกเลิกการประชุม และเลื่อนออกไป เป็นสัปดาห์หน้า
จากนั้น นพ.สรณ เเละ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ และรักษาการแทนเลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ร่วมกันแถลงข่าว ระบุว่า วันนี้กรรมการบอร์ด 3 ท่านเข้าร่วมประชุม แต่อีกหนึ่งท่านไม่ได้เข้าร่วมประชุม อีก 2 ท่านร่วมประชุมออนไลน์ ซึ่งกรรมการทั้ง 3 ท่านเข้ามาถึงห้องประชุมก็ทักทายกันดี แต่ปรากฏว่าไม่ได้เข้าร่วมประชุม แต่ก็น่าจะประชุมได้ วันนี้มีวาระการประชุม 34 วาระ ทุกอย่างขอให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เรามี พ.ร.บ.ระเบียบข้อบังคับ จึงได้วิงวอนขอความร่วมมือให้เข้าร่วมประชุม เพราะตนเองยังต้องทำหน้าที่ เพราะยังไม่มีใครสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ การประชุมเบาะจึงถือว่า เป็นการพิจารณาวาระสำคัญ ที่ควรจะจะต้องดำเนินการ
นพ.สรณ ย้อนถามว่า มันมีกฎหมายไหนที่ลงมติก่อน เพราะหารือกันนอกรอบ มันเหมือนการฮั้วกัน
นพ.สรณ ยอมรับว่ามี ความเป็นไปได้ เพื่อขอความเป็นธรรม เพราะตนเองไม่ได้ทำอะไรผิด ทำตามมาตรฐานกฎหมาย มีหลักฐานการสละสิทธิ์ เเละได้ส่งถึงประธานวุฒิสภาไปแล้ว
ยืนยันว่า สิ่งที่ดำเนินการอยู่ ไม่ใช่การตั้งเงื่อนไข แต่เป็นการเรียกร้องความเป็นธรรม โดยได้ทำเรื่องส่งไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่วนผู้ที่จะมาปลดล็อกสุญญากาศ
เชื่อว่าจะมีบุคคลที่มาทำหน้าที่ ปลดล็อกสูญญากาศ กสทช.เอง หากตนเองไม่ทำ ก็จะกลายเป็นตุ๊กตายาง
นพ.สรณ บอกว่า เมื่อวานใช้คำว่าสปิริต ตนเองตามสปิริต ตามวิชาชีพ ทำถูกต้องตามกฎหมาย จึงเป็นสิ่งที่แต่ละคนควรจะคิด ตนตั้งใจปฏิบัติหน้าที่และทำหน้าที่มาสี่ปีสี่เดือน ด้วยความตั้งใจ และ โดนมรสุมมาโดยตลอด ฉะนั้นเชื่อว่าตัวเองไม่ทำอะไรผิด และอยู่ในกระบวนการยุติธรรมแล้ว ขอความร่วมมือให้กรรมการบมาประชุมร่วมกัน
"ยืนยันว่า ไม่มีนอกรอบ ให้เป็นไปตามกรอบของ กสทช.เพื่อผลประโยชน์ของชาติและประชาชน หากมีการประชุม และลงมติจะมีผลทางกฎหมาย ยืนยันว่า ตัวเองเป็นแค่เพียงเสียงส่วนหนึ่ง และเสียงของตัวเองอาจจะไม่ได้นับ และเป็นไปได้ที่จะเข้าร่วมประชุมแต่งดออกเสียง เพื่อให้การประชุมเดินหน้าไปได้" นพ.สรณ เผย
สำหรับการประชุม บอร์ด กสทช. นัดหน้าจะจัดขึ้นวันที่ 11 และ 13 สิงหาคม 2569