เนชั่นทีวี

ข่าว

ศุภจี นัด USTR สรุปภาษี ก่อน อนุทิน ต่อสายคุย ทรัมป์ ดันส่งออกไทย

15 ก.ย. 2569 | titayu_pur

ศุภจี นัด USTR สรุปภาษี ก่อน อนุทิน ต่อสายคุย ทรัมป์ ดันส่งออกไทย

ศุภจีเผยทีมไทยนัดคุย USTR สรุปกรอบภาษีคืนนี้ ก่อนอนุทินต่อสายตรงหาทรัมป์ 17-18 ก.ย. ชูข้อเสนอพิเศษดันส่งออกไทย ยันไม่สวมสิทธิ์สินค้า

ศุภจีเผยทีมไทยนัดคุย USTR สรุปกรอบภาษีคืนนี้ ก่อนอนุทินต่อสายตรงหาทรัมป์ 17-18 ก.ย. ชูข้อเสนอพิเศษดันส่งออกไทย ยันไม่สวมสิทธิ์สินค้า

KEY

POINTS

  • ทีมไทยสรุปกรอบภาษี USTR คืนนี้ ก่อนนายกฯ ต่อสายตรงทรัมป์: "ศุภจี" เผยนัดคุย USTR คืนนี้สรุปข้อตกลง ART ก่อน "อนุทิน" ต่อสายหารือ "ทรัมป์" 17-18 ก.ย. และพบกันในเวที UN สัปดาห์หน้า
  • ชูข้อเสนอพิเศษดันส่งออก ยันไทยไร้การสวมสิทธิ์สินค้า: เตรียมยื่นข้อเสนออัตราภาษีเพื่อดันส่งออกตลาดสหรัฐฯ พร้อมโชว์หลักฐาน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมไทยผลิตจริง 75-100% เคลียร์ข้อสงสัย Transshipment
  • ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ-ลุย FTA ไทย-อียู รอบที่ 10: รัฐบาลเดินหน้าปรับดัชนี MPI ให้สะท้อนความเป็นจริง วางมาตรการลดขาดดุลการค้าจีน และเตรียมสรุปผลเจรจา FTA ไทย-อียู ที่ภูเก็ต ช่วงปลาย ก.ย. นี้

15 กันยายน 2569 ศุภจี สุธรรมพันธุ์ นำทีมไทยแลนด์เจรจา USTR คืนนี้ สรุปข้อตกลง ภาษีสหรัฐ ก่อนส่งไม้ต่อให้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เตรียมต่อสายตรงเจรจาข้อเสนอพิเศษกับ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ช่วงวันที่ 17-18 ก.ย. ก่อนพบกันในเวที UN สัปดาห์หน้า เพื่อเร่งขับเคลื่อนการ ส่งออกไทย พร้อมงัดหลักฐานยืนยันภาคผลิตไทยโปร่งใส ปราศจากการสวมสิทธิ์สินค้าส่งออกอย่างสิ้นเชิง

 

ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า คืนวันนี้ (15 ก.ย.) ทีมไทยแลนด์ จะหารือกับทางสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เพื่อสรุปรายละเอียดสุดท้ายถึงการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย–สหรัฐฯ (Agreement on Reciprocal Trade: ART) ก่อนที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันที่ 17 ก.ย. หรือ 18 ก.ย. 2567 นี้

“ตอนนี้ได้นัดวันที่นายกฯ จะหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยอยู่ระหว่างทางสหรัฐฯ พิจารณาเลือกวันนัดหมายระหว่างวันที่ 17 ก.ย. กับ 18 ก.ย.นี้ เพื่อตกลงกรอบเนื้อหาต่างๆ ก่อนที่นายกฯ และคณะจะเดินทางไปสหรัฐฯ และมีกำหนดการพบปะประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเวทียูเอ็นต่อไป” นางศุภจี ระบุ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

 

นางศุภจี กล่าวว่า ในส่วนของตัวเลขและอัตราภาษีตอนนี้ก็ยังรอลุ้นว่าจะมีข่าวดี แต่ก็ยังไม่มีการเปิดเผย เนื่องจากต้องการให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้เจรจาข้อเสนอพิเศษกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยกระทรวงพาณิชย์ทำหน้าที่เจรจาในส่วนเนื้อหาให้มีความสมบูรณ์ ซึ่งการผลักดันประเด็นการค้าจนถึงระดับผู้นำสองประเทศ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการส่งออกของไทยไปยังตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักที่มีมูลค่าสูง

 

สำหรับหลักการสำคัญในการเจรจาภาษี สหรัฐฯ มองว่า เป็นการรักษาเงื่อนไขและต้องการให้อัตราภาษีของไทยอยู่ในระนาบเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค เชื่อว่า สหรัฐฯ น่าจะมีมุมมองต่อประเทศไทยที่เป็นบวกมากขึ้น หลังจากที่เคยตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับประเด็นการส่งผ่านสินค้า (Transshipment) ซึ่งไทยได้เสนอข้อมูลเชิงลึกและหลักฐานชัดเจนว่าไม่มีการกระทำผิดใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ถูกไต่สวน โดยภาคการผลิตทั้ง 3 กลุ่มของไทยมีกำลังการผลิตจริงสูงถึง 75% ถึง 100% ไม่ใช่ระดับต่ำกว่า 60% ตามที่เข้าใจ

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรมยังได้ประสานความร่วมมือในการปรับปรุงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เนื่องจากดัชนีเดิมยังมีข้อมูลอุตสาหกรรมที่ยุติการผลิตไปแล้วค้างอยู่ และยังไม่ได้บรรจุข้อมูลกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่เข้าไป ทำให้ตัวเลขไม่สะท้อนความเป็นจริง ซึ่งขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรมกำลังดำเนินการศึกษาและปรับปรุงตัวเลขให้สอดคล้องกับโครงสร้างเศรษฐกิจปัจจุบัน

“แนวนโยบายการค้าต่างประเทศของรัฐบาล กำหนดไว้ว่าจะเน้นการสร้างสมดุล โดยประเทศที่ไทยได้ดุลการค้า จะเจรจาด้วยความจริงใจเพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกัน ส่วนประเทศที่ไทยขาดดุลการค้าสูง เช่น ประเทศจีน ก็ได้มีการกำหนดมาตรการ 3-4 ด้านเพื่อทยอยลดการขาดดุลการค้า ซึ่งการสร้างสมดุลนี้จะช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนที่ได้รับความไว้วางใจในห่วงโซ่อุปทานโลกต่อไป” นางศุภจี ระบุ

รองนายกฯ ยังกล่าวถึงการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ไทย-สหภาพยุโรป ว่า รัฐบาลตั้งใจที่จะสรุปผลการเจรจาในการเจรจารอบที่ 10 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคมนี้ ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นการเจรจาต่อเนื่องจากการเจรจารอบที่ 9 ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม โดยการเจรจารอบนี้เชื่อว่า จะสามารถสรุปข้อตกลงในเชิงหลักการทั้งหมด ก่อนที่จะได้ข้อสรุปและประกาศผลได้ภายในปี 2567 นี้

 

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในกระบวนการขับเคลื่อนการเจรจา FTA ไทย-อียู ในวันที่ 18 ก.ย.นี้ นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อพิจารณารายละเอียดที่ยังติดขัดและมอบแนวนโยบายกรอบการเจรจาที่ชัดเจน พร้อมทั้งเตรียมมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบผ่านการเร่งรัดขับเคลื่อนกองทุน FTA ก่อนที่จะเปิดการเจรจารอบที่ 10 ต่อไป

“การเจรจาบรรลุข้อตกลงเชิงหลักการภายในปีนี้ จะสามารถประกาศผลการเจรจาได้ จากนั้นจะดำเนินกระบวนการทำประชาพิจารณ์ เสนอต่อคณะรัฐมนตรี และนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดยรัฐบาลคาดว่าจะปิดดีลได้ตามแผนในปีนี้” นางศุภจี กล่าว

ข่าวล่าสุด