“ชุดไทย” ฟีเวอร์ชาวญี่ปุ่น- นักท่องเที่ยวแห่ชมชมงาน “CHUD THAI”
19 ก.ย. 2569 | katchatapong_lee

“ชุดไทย” ฟีเวอร์ชาวญี่ปุ่น-นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่ชมชมงาน “CHUD THAI” คึกคัก นำวัฒนธรรมเชื่อมความสัมพันธ์ทางการทูต “ผ้าไทย x กิโมโน”
ข่าว
19 ก.ย. 2569 | katchatapong_lee

“ชุดไทย” ฟีเวอร์ชาวญี่ปุ่น-นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่ชมชมงาน “CHUD THAI” คึกคัก นำวัฒนธรรมเชื่อมความสัมพันธ์ทางการทูต “ผ้าไทย x กิโมโน”
บรรยากาศภายในงาน “CHUD THAI KNOWLEDGE, CRAFTSMANSHIP AND PRACTICES OF THE THAI NATIONAL COSTUME” ระหว่างวันที่ 17-18 กันยายน 2569 ที่กระทรวงวัฒนธรรมจัดขึ้น ณ Hyokeikan, Tokyo National Museum กรุงโตเกียว ญี่ปุ่นเป็นไปอย่างคึกคัก ชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสนใจเข้าชมอย่างล้นหลาม
สำหรับการจัดงานที่ประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นองค์ประธานในการแสดงแบบชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ และเสื้อพระราชทานสำหรับบุรุษ 3 แบบ ภายในงานได้มีการสาธิตกระบวนการสร้างสรรค์เครื่องประดับไทยโบราณซึ่งเป็นงานศิลป์ชั้นสูง งานช่างฝีมือไทย อาทิ การพันดิ้น การปักสดึงกรึงไหม งานเครื่องเงินเครื่องทอง และผ้าไหมทอลายมงคล ถ่ายทอดคุณค่าหัตถศิลป์ไทยในมิติร่วมสมัย
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ของการเผยแพร่ชุดไทยพระราชนิยม และเสื้อพระราชทาน ซึ่งเป็นชุดประจำชาติของประเทศไทย หลังจากครั้งแรกได้มีการนำเสนอชุดไทยที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ไปแล้วเมื่อช่วงเดือนเมษายน 2569
นางสาวซาบีดา กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ที่ญี่ปุ่นได้รับความสนใจ จากคนญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก เพราะมีความเชื่อมโยงเรื่องแฟชั่น เป็นการทูตทางวัฒนธรรม เนื่องจากไทยและญี่ปุ่น เป็นประเทศที่มีชุดประจำชาติเช่นเดียวกัน โดยสิ่งที่ชาวญี่ปุ่นสนใจเป็นอย่างมากคือ การที่นำผ้าไทยมาตัดเย็บเป็นชุดกิโมโน เฉกเช่นฉลองพระองค์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาที่สวยงาม เป็นการนำเสนอผ้าไทยอีกรูปแบบหนึ่ง
ทั้งนี้ ปัจจุบัน ประเทศไทยเดินหน้าผลักดัน “ชุดไทย: ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” เสนอ ต่อองค์การยูเนสโก (UNESCO) พิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ในเดือนธันวาคม 2569 จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการสืบสานองค์ความรู้ งานช่างฝีมือ และอัตลักษณ์ไทย พร้อมต่อยอด “ชุดไทย” ในฐานะมรดกที่มีชีวิตสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน