“การดี” จี้ ดีอี ล้ม AI Passport ขู่ฟัน “ไชยชนก” ถ้าเพิกเฉย
27 ก.ค. 2569 | titayu_pur

"การดี" ยื่นล้มโครงการ AI Passport งบ 300 ล้าน จี้ "ไชยชนก" รมว.ดีอี ทบทวน 5 ปมพิรุธ ลั่นหากเพิกเฉยเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่
ข่าว
27 ก.ค. 2569 | titayu_pur

"การดี" ยื่นล้มโครงการ AI Passport งบ 300 ล้าน จี้ "ไชยชนก" รมว.ดีอี ทบทวน 5 ปมพิรุธ ลั่นหากเพิกเฉยเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่
KEY
POINTS
27 กรกฎาคม 2569 ดร.การดี เลียวไพโรจน์ จากพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือเปิดผนึกตรงถึง นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี เพื่อจี้ระงับโครงการ TH-AI Passport งบกว่า 300 ล้านบาท หลังตรวจสอบพบ 5 ปมพิรุธส่อไม่โปร่งใส ขัดเงื่อนไข TOR และกระทบต่ออธิปไตยข้อมูล โดยย้ำว่างวดแรกยังไม่เบิกจ่าย รัฐจึงต้องเร่งทบทวนเพื่อปกป้องภาษีประชาชน พร้อมส่งสัญญาณเตือนหากกระทรวงดีอียังเพิกเฉยจะถือว่าเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยเตรียมเดินหน้าใช้กลไกรัฐสภา ลากเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบขั้นสูงสุด
ที่กระทรวงดีอี ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคฯ ยื่นเอกสารเปิดผนึกถึง นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผ่านเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เพื่อเรียกร้องให้มีการทบทวน พิจารณาแก้ไข หรือยุติโครงการ TH-AI Passport
โดยมีการตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติหรือข้อกังวลไว้ 5 ประเด็น ประกอบด้วย
1. ข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใสและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง,
2.ความไม่คุ้มค่าและคุณภาพระบบที่ต่ำกว่ามาตรฐานฟรีทั่วไป,
3.ความไม่โปร่งใสในเกณฑ์การจ่ายเงินตามการใช้งานจริง (Pay per Use หรือ Pay per Active User)
4. การขัดต่อเงื่อนไข TOR และกระทบต่ออธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty)
5. การขาดตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ที่ชัดเจน
ดร.การดี ยังย้ำว่า ขณะนี้งานงวดที่ 1 ยังอยู่ในกระบวนการตรวจรับ ซึ่งแปลว่า เงินงบประมาณก้อนแรกจำนวนกว่า 300 ล้านบาท ยังคงอยู่กับรัฐ และยังไม่ได้ถูกเบิกจ่ายออกไป ดังนั้น การยื่นเอกสารเปิดผนึกในครั้งนี้ ต้องการย้ำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะผู้มีอำนาจเต็มในการบริหารจัดการทรัพยากรของกระทรวง ได้ตระหนักและพิจารณาข้อสังเกตสำคัญของโครงการ TH-AI Passport พร้อมทั้งเตือนถึงผลกระทบทางกฎหมายที่อาจตามมา
ดร.การดี ระบุว่า หากเอกสารเปิดผนึกฉบับนี้ ส่งถึงมือรัฐมนตรีแล้ว แต่ยังคงไม่มีการดำเนินการใด ๆ หรือยังคงเพิกเฉยต่อข้อท้วงติง จะถือว่าเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย โดยตนและพรรคประชาธิปัตย์ จะติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด และพร้อมนำเรื่องนี้เข้าสู่การตรวจสอบในกลไกของรัฐสภา เพื่อเป็นปากเสียงปกป้องเงินภาษีของประชาชนคนไทยทุกคน เพื่อให้มั่นใจว่า ทุกบาททุกสตางค์จะถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด เพื่ออนาคตเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ของคนไทยอย่างแท้จริง