รมว.ดีอี ให้อำนาจ จนท.ขอศาลสั่งลบข้อมูลคอมพ์-เว็บพนันได้ทันที
20 ก.ค. 2569 | titayu_pur

รมว.ดีอี เซ็นประกาศราชกิจจาฯ ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ยื่นศาล สั่งระงับและลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ผิดกฎหมาย เว็บพนัน บุหรี่ไฟฟ้า และภัยความมั่นคงด่วนที่สุดได้ทันที
ข่าว
20 ก.ค. 2569 | titayu_pur

รมว.ดีอี เซ็นประกาศราชกิจจาฯ ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ยื่นศาล สั่งระงับและลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ผิดกฎหมาย เว็บพนัน บุหรี่ไฟฟ้า และภัยความมั่นคงด่วนที่สุดได้ทันที
KEY
POINTS
20 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี หักดิบภัยไซเบอร์ด้วยการลงนามประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ฉบับด่วนที่สุด พ.ศ. 2569 ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ รวบรวมหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลสั่ง ระงับเว็บพนัน และ ลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่ผิดกฎหมาย ออกจากระบบทันที เพื่อยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภัยความมั่นคง และตลาดมืด บุหรี่ไฟฟ้า ให้เท่าทันสถานการณ์วิกฤตในปัจจุบัน
มีรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง “การยื่นคำร้องต่อศาลขอให้มีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน พ.ศ. 2569” ลงนามโดย นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
เนื้อหาสำคัญของประกาศฉบับนี้ระบุถึงความจำเป็นเร่งด่วน เนื่องจากปัจจุบันมีการแพร่กระจายข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมายหรือไม่เหมาะสมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ, ข้อมูลเหล่านี้ส่งผลกระทบวงกว้างต่อความมั่นคงของชาติ เศรษฐกิจ สังคม ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งยังเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, ขณะที่กลไกการระงับหรือลบข้อมูลในอดีตมีความล่าช้า ไม่เท่าทันต่อสถานการณ์ จึงต้องมีมาตรการที่เข้มข้นเพื่อยกระดับการบังคับใช้กฎหมายให้สอดคล้องกับการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับนิยามของข้อมูลที่มีลักษณะเป็นภัยคุกคาม และต้องได้รับการจัดการโดยเร็ว หากปล่อยไว้อาจเกิดความเสียหายร้ายแรง ประกอบด้วย 4 หมวดหลัก ดังนี้
1. ภัยความมั่นคงและสถาบันหลัก: ข้อมูลที่หยาบคาย ดูหมิ่น อาฆาตมาดร้าย หมิ่นประมาท ใส่ความ ใส่ร้าย ล้อเลียน เสียดสี หรือด้อยค่าพระมหากษัตริย์ พระบรมราชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และพระบรมวงศานุวงศ์ รวมถึงเนื้อหาที่พาดพิงทำให้ศาสนาพุทธเสื่อมเสียหรือถูกดูหมิ่นเกลียดชัง
2. อบายมุขและสินค้าผิดกฎหมาย: การจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์หรือโฆษณาชวนเชื่อ การเสนอขายอาวุธปืนเถื่อน การจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า บารากู่ หรือน้ำยาเติม
3. ภัยสังคม เศรษฐกิจ และสาธารณสุข:
การจำหน่ายช่อดอกกัญชาหรือผลิตภัณฑ์แปรรูปเชิงพาณิชย์ และการโฆษณาเพื่อการค้า,
การขายน้ำต้มกระท่อมที่ขัดต่อประกาศกระทรวงสาธารณสุข และการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์,
ขบวนการเงินกู้นอกระบบเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา และการโฆษณาชักชวนไปทำงานต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต,
การโฆษณาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์แทน (อุ้มบุญ) เพื่อประโยชน์ทางการค้า
ขบวนการรับจ้างทำเอกสารปลอม บัตรประชาชนปลอม หรือปลอมแปลงเอกสารราชการ,
การติดต่อเพื่อการค้าประเวณีผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์
4. วาทกรรมสร้างความเกลียดชัง (Hate Speech): การใช้ภาพหรือข้อความดูถูกเหยียดหยาม โน้มน้าวให้เกิดความเกลียดชัง สร้างความแตกแยก หรือเหมารวมในด้านลบที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงในวงกว้าง
ภายใต้ประกาศฉบับนี้ ปลัดกระทรวงดีอี จะมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจ เพื่อขอให้มีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลาย หรือลบข้อมูลเหล่านั้นออกจากระบบโดยเร็วที่สุด, โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องรายงานให้รัฐมนตรีทราบทันทีหลังดำเนินการ โดยมุ่งเน้นที่ความถูกต้อง ความเป็นธรรม และผลประโยชน์ของทางราชการภายในกรอบเวลาที่จำกัด