"ญี่ปุ่น" ผันตัวเป็นหุ้นส่วนด้านความมั่นคงกับ "กัมพูชา"
20 ก.ค. 2569 | thunchanok_kul

"ญี่ปุ่น" ยกระดับสัมพันธ์ "กัมพูชา" สู่หุ้นส่วนด้านความมั่นคง ให้เรือลาดตระเวน อุปกรณ์สื่อสาร ช่วยกองทัพกัมพูชาผ่านโครงการ OSA
ข่าว
20 ก.ค. 2569 | thunchanok_kul

"ญี่ปุ่น" ยกระดับสัมพันธ์ "กัมพูชา" สู่หุ้นส่วนด้านความมั่นคง ให้เรือลาดตระเวน อุปกรณ์สื่อสาร ช่วยกองทัพกัมพูชาผ่านโครงการ OSA
KEY
POINTS
20 กรกฎาคม 2569 เกิดอะไรขึ้น ... ญี่ปุ่น ซึ่งมีพลเมืองตกเป็นเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา กลับจัดสรรเงิน 500 ล้านเยน (120 ล้านบาท) ช่วยกองทัพกัมพูชาผ่านโครงการ "OSA - Official Security Assistance" ซึ่งเป็นการ "ช่วยด้านความมั่นคง" และเป็นครั้งแรกที่กัมพูชาได้รับเงินช่วยเหลือผ่านโครงการ OSA
OSA คืออะไร Official Security Assistance หรือ OSA ซึ่งก็คือ กรอบความร่วมมือและโครงการสนับสนุนด้านความมั่นคงและการทหารอย่างเป็นทางการ เปิดตัวเมื่อเดือนเมษายน 2023 เป็นโครงการ "คู่แฝดทางทหาร" ของ ODA (Official Development Assistance) หรือ ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ ที่ที่เน้นเศรษฐกิจ แต่ OSA เน้นความช่วยเหลือกองทัพโดยตรง
OSA ริเริ่มและขับเคลื่อนโดยรัฐบาลญี่ปุ่น เพื่อจัดสรรงบประมาณ ยุทโธปกรณ์ และการฝึกอบรมให้แก่กองทัพของประเทศพันธมิตร ที่มีแนวคิดคล้ายคลึงกัน (Like-Minded Countries)
วัตถุประสงค์ : ให้อุปกรณ์และฝึกอบรมด้านความมั่นคงแบบ "ให้ฟรี" แก่ประเทศที่ญี่ปุ่นมองว่า "มีแนวคิดเดียวกัน" เพื่อเสริมศักยภาพการเฝ้าระวัง, ต่อต้านก่อการร้าย, ต่อต้านโจรสลัด, และบรรเทาภัยพิบัติ
ญี่ปุ่นให้อะไรกับกัมพูชา : เรือลาดตระเวน (Patrol boats) อุปกรณ์สื่อสาร (Communications equipment)
บริบทของกัมพูชากับญี่ปุ่น : เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกัมพูชา อูเอโนะ อาสึชิ นาย Ueno Atsushi เปิดเผยเมื่อวันที่ 30 มกราคมว่า กำลังพูดคุยกับกองทัพและกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เกี่ยวกับการเริ่มโครงการ OSA ซึ่งกัมพูชาเป็น "ประเทศเป้าหมายลำดับต้นๆ" ญี่ปุ่น ระบุว่า กัมพูชา, เวียดนาม, ลาว เป็นประเทศที่อยากขยาย OSA ไปด้วย
เหตุผล : ญี่ปุ่นอยากเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศอาเซียน ภายใต้แนวคิด "อินโด-แปซิฟิก ที่เสรีและเปิดกว้าง (Free and Open Indo-Pacific) หรือ ยุทธศาสตร์ทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ริเริ่มโดยญี่ปุ่น และครอบคลุมหลักการสำคัญ ได้แก่ เสรีภาพในการเดินเรือ การรักษาสิทธิเสรีภาพในการเดินเรือและการบิน
การบังคับใช้กฎหมาย : การส่งเสริมหลักนิติธรรมเพื่อคานอำนาจและป้องกันการแผ่ขยายอิทธิพลความเจริญรุ่งเรือง การเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ การคมนาคม และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
ญี่ปุ่นเคยให้เรือลาดตระเวน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถบังคับใช้กฎหมายทางทะเลให้กัมพูชา และมีเรือ JMSDF (Japan Maritime Self-Defense Force) หรือ กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่น เข้าเยี่ยมฐานทัพเรือเรียมมาก่อนด้วย
ญี่ปุ่นช่วยเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชาด้วย
เมื่อเดือนเมษายน ญี่ปุ่นให้อุปกรณ์มูลค่า 9 ล้านเยน แก่มาเลเซีย เพื่อให้ทีมผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ได้แก่ วิทยุสื่อสาร, กล้องส่องทางไกล, จอ LCD, คอมพิวเตอร์ ซึ่งญี่ปุ่นบอกว่า ต้องการสนับสนุนการแก้ปัญหาข้อพิพาทแบบทวิภาคีอย่างเป็นกลาง
งบ OSA ปี 2026 พุ่งสูง
คณะรัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติงบ OSA ปี 2026 จำนวน 18.1 พันล้านเยน (4,800ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 125% เพื่อให้สามารถช่วยได้หลายประเทศขึ้น และให้อุปกรณ์ที่ทันสมัยขึ้น เช่น เรดาร์, โดรน UAV
สถานการณ์ที่เกิดขึ้น บ่งชี้ว่า ญี่ปุ่นกำลังยกระดับความสัมพันธ์กับกัมพูชาจาก "ผู้ให้เงินพัฒนา" เป็น "หุ้นส่วนด้านความมั่นคง" โดยเริ่มจากเรือลาดตระเวน + อุปกรณ์สื่อสาร มูลค่า 500 ล้านเยน และมีแผนขยายความร่วมมือด้านการเฝ้าระวังทางทะเลและภัยพิบัติด้วย
ก่อนจะมาถึงญี่ปุ่น กัมพูชารับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ และจีนด้วย ในแบบที่ต่างกัน ดังนี้
1. OSA ของญี่ปุ่น = "เบา แต่ระยะยาว"
2. จีน = "หนักและเร็ว"
จีนคือผู้สนับสนุนหลักของกัมพูชา ทุ่มเงินสร้างฐานทัพเรือเรียม ให้เรือรบ รถถัง แลกกับการที่จีนได้ใช้ฐานทัพในอ่าวไทย เป็นหมากสำคัญคานอำนาจกับสหรัฐฯ แต่โดนตะวันตกวิจารณ์เรื่องความโปร่งใส
3. สหรัฐฯ = "ห่างๆ อย่างห่วงๆ"
หลังปี 2017 ความสัมพันธ์เย็นลง สหรัฐฯ ตัดความช่วยเหลือทางทหารเกือบหมด ตอนนี้เหลือแค่ช่วยเก็บกู้ทุ่นระเบิด ฝึกแพทย์ ฝึกภาษา แต่ยังกังวลเรื่องสิทธิมนุษยชนและฐานทัพจีนในกัมพูชา
เหตุที่กัมพูชายอมรับความช่วยเหลือจากญี่ปุ่น
ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า ญี่ปุ่นกำลังใช้ OSA เป็น "สะพาน" กลับเข้ามามีบทบาทด้านความมั่นคงในอาเซียนอีกครั้ง โดยไม่ต้องถึงขั้นตั้งฐานทัพ