1.เรื่องแรงงานต่างด้าว ทุนเทา และคนต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย รวมถึงประเด็นสูติบัตรและการจดทะเบียนบุตรที่ผิดกฎหมาย
2.ปัญหายาเสพติด ซึ่งทาง กอ.รมน. ดำเนินการอยู่แล้วทั่วประเทศ แต่หากนำมาบูรณาการร่วมกันในพื้นที่ กทม. จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น
ทั้ง 2 เรื่องนี้ถือเป็นวาระสำคัญที่ กทม. และ กอ.รมน. จะเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง
โดยจะมีการจัดตั้งคณะทำงานชุดย่อยเพื่อกำหนดแผนงาน ตัวชี้วัดที่ชัดเจน รวมถึงมีเจ้าหน้าที่สำนักงานจเร กอ.รมน. เข้ามาช่วยกำหนดทิศทาง โดยจะมีการประชุมร่วมกันอีกครั้งภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อให้เกิดการบูรณาการที่เป็นรูปธรรมและการทำงานมีความยืดหยุ่นรองรับปัญหาใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการพิจารณาพื้นที่พิเศษ เช่น ย่านห้วยขวางที่มีชาวจีนเข้ามาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
นายชัชชาติ ระบุว่า จะต้องดำเนินการตรวจสอบทุกสัญชาติ ไม่ใช่แค่เพียงคนจีนเท่านั้น และไม่อยากให้มองว่ามีปัญหาเฉพาะในพื้นที่ห้วยขวาง เพราะพื้นที่อื่น ๆ เช่น คลองสามวา ก็มีชาวต่างด้าวอาศัยอยู่จำนวนมากเช่นกัน จึงจำเป็นต้องมีการเอ็กซเรย์ทุกเขตพื้นที่และตรวจสอบข้อมูลทุกด้านให้มีความชัดเจน
"ชัชชาติ" ผนึกกำลัง "กอ.รมน."
ด้าน พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวเสริมว่า ทาง กอ.รมน. และ กทม. ได้สโคปงานสำคัญในห่วงเวลานี้เป็น 2 งานหลัก ได้แก่ เรื่องแรงงานต่างด้าวและเรื่องยาเสพติด
โดยเดิมทีมีกองการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดคอยสนับสนุนผู้ว่าฯ กทม. อยู่แล้ว แต่เนื่องจากกรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ที่มีความสลับซับซ้อนค่อนข้างมาก จึงอาจต้องดึงกำลังพลจาก กอ.รมน. ส่วนกลาง ที่มีผู้เชี่ยวชาญในหลายด้านเข้ามาช่วยสนับสนุนเพิ่มเติม ซึ่งทาง กอ.รมน. มีแผนปฏิบัติงานรองรับอยู่แล้ว พร้อมที่จะเข้ามาช่วยเหลือและดำเนินการอย่างเต็มที่
พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกองอำนวยการความมั่นคงภายใน (เลขาฯ กอ.รมน.)