เนชั่นทีวี

ข่าว

อ.ปริญญา กางกฎหมาย อวสาน “หมอสรณ” ชี้พ้นประธาน กสทช. แล้ว

18 ก.ค. 2569 | thunchanok_kul

อ.ปริญญา กางกฎหมาย อวสาน “หมอสรณ” ชี้พ้นประธาน กสทช. แล้ว

เรื่องใหญ่ ! อาจารย์ปริญญา กางข้อกฎหมาย อวสาน "หมอสรณ" จับตาเลขา กสทช. ชงเสนอ นายกฯ ทูลเกล้าฯ พ้นเก้าอี้ประธาน กสทช.

เรื่องใหญ่ ! อาจารย์ปริญญา กางข้อกฎหมาย อวสาน "หมอสรณ" จับตาเลขา กสทช. ชงเสนอ นายกฯ ทูลเกล้าฯ พ้นเก้าอี้ประธาน กสทช.

KEY

POINTS

  • "ปริญญา" ชี้ นพ.สรณ พ้นตำแหน่งประธาน กสทช. ย้อนหลัง: เผยฝ่าฝืนหลักเกณฑ์รัฐเลยเดดไลน์ปี 65 เท่ากับพ้นเก้าอี้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่
  • มติบอร์ด 4 ปีไม่เป็นโมฆะ กฎหมายปกครองรองรับ: สบายใจได้ระดับหนึ่ง มาตรา 19 ช่วยคุ้มครองคำสั่งและการกระทำในอดีตไม่ให้กระทบกระเทือนโครงสร้างธุรกิจ
  • ส่งไม้ต่อ "นายกฯ อนุทิน" ทูลเกล้าฯ ปลดถอน: จี้ทำเนียบรัฐบาลเร่งทำหน้าที่รักษาการตามกฎหมายเพื่อปลดล็อกงาน กสทช. ที่ถูกแช่แข็งเพื่อประโยชน์ประชาชน

18 กรกฎาคม 2569 รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ความเห็นประเด็นทางข้อกฎหมาย หลังกรรมการสรรหา กสทช. มีมติเอกฉันท์ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ขาดคุณสมบัติเป็นประธาน กสทช.

โดย รศ.ดร.ปริญญา ระบุว่า

#สรุปข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติ: ประธาน กสทช. พ้นตำแหน่งแล้วหรือไม่? ลงมติ 4 ปีที่ผ่านมาโมฆะไหม? แล้วต้องดำเนินการอย่างไรต่อ?

รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ประเด็นเรื่องนายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ถูกคณะกรรมการสรรหาลงมติว่า “ขาดคุณสมบัติ” เนื่องจากถือว่า “สละสิทธิ์” (ที่จะได้รับการโปรดเกล้าให้เป็น กสทช.) มีผลทางกฎหมายอย่างไร? ต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป? ที่จริงแล้วมีมาตรากฎหมายที่เกี่ยวข้องเพียง 4-5 มาตราเท่านั้น ซึ่งผมขออธิบายแบบให้เข้าใจง่ายที่สุด ดังนี้ครับ

1. นายแพทย์สรณะขาดคุณสมบัติอย่างไร และทำไมกรรมการสรรหาใช้คำว่า “สละสิทธิ์”?

พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (เรียกสั้นๆ ว่า พ.ร.บ.กสทช.) มาตรา 8(2) บัญญัติว่า กรรมการต้อง “ไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ”

อ.ปริญญา กางกฎหมาย อวสาน “หมอสรณ” ชี้พ้นประธาน กสทช. แล้ว

หากใครมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรานี้ มาตรา 18 กำหนดว่า เมื่อได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้เป็น กสทช. แล้ว “ต้องแสดงหลักฐานว่าได้ลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพหรือวิชาชีพดังกล่าวแล้วนั้นต่อประธานวุฒิสภาภายในเวลาที่ประธานวุฒิสภากำหนด” ทั้งนี้ ต้องเป็นเวลาก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะทูลเกล้าฯ โดยหากไม่มีการแสดงหลักฐานภายในเวลาที่กำหนด มาตรา 18 ใช้คำว่า “ให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิ” ก็คือสละสิทธิ์ที่จะได้เป็น กสทช. 

อ.ปริญญา กางกฎหมาย อวสาน “หมอสรณ” ชี้พ้นประธาน กสทช. แล้ว

กรณีของนายแพทย์สรณนั้น ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้เป็น กสทช. เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2564 ประธานวุฒิสภาได้กำหนดให้ลาออกจากการเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานรัฐภายในวันที่ 10 มกราคม 2565 แม้นายแพทย์สรณจะได้ลาออกจากมหาวิทยาลัยมหิดลแล้ว แต่ยังเป็น ”นายแพทย์ได้ค่าตอบแทนรายชั่วโมง“ ทำให้นายแพทย์สรณจึงยังคงมีสถานะเป็น “ลูกจ้าง” ของหน่วยงานรัฐ และดังนั้นจึงขาดคุณสมบัติตามมาตรา 8(2) และเท่ากับ “สละสิทธิ์” ที่จะได้รับการโปรดเกล้าให้เป็น กสทช.

มติของคณะกรรมการสรรหาที่ใช้คำว่า “นายแพทย์สรณสละสิทธิ์” จึงเป็นการใช้ถ้อยคำตามมาตรา 18 นี้เอง อย่างไรก็ตามได้มีการทูลเกล้าฯ และโปรดเกล้าฯแต่งตั้งไปแล้ว จะต้องดำเนินการอย่างไรต่อ?

 

2. ขาดคุณสมบัติแล้วพ้นตำแหน่งทันทีหรือไม่ ต้องมีการทูลเกล้าให้พ้นตำแหน่งหรือไม่ ใครต้องทูลเกล้า?

เมื่อนายแพทย์สรณสละสิทธิ์ จึงเท่ากับว่านายกรัฐมนตรีในขณะนั้น (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ทูลเกล้าฯ บุคคลที่ขาดคุณสมบัติ อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.กสทช. ไม่ถือว่าพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายแพทย์สรณเป็นโมฆะ เนื่องจากว่ามีมาตรา 20 บัญญัติไว้ว่าถ้า กสทช. ที่โปรดเกล้าแต่งตั้งไปแล้วคนใดขาดคุณสมบัติก็ให้ดำเนินการตามมาตรา 20 วรรคสองคือ “ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง” 

อ.ปริญญา กางกฎหมาย อวสาน “หมอสรณ” ชี้พ้นประธาน กสทช. แล้ว

 

กรณีนายแพทย์สรณนั้น ขาดคุณสมบัติเพราะฝ่าฝืนมาตรา 8(2) คือยังคงเป็นลูกจ้างหน่วยงานรัฐจนเลยกำหนดเวลา ซึ่งเป็นเหตุในการพ้นตำแหน่งตามมาตรา 20(5) โดยต้องมีการทูลเกล้าฯ เพื่อให้ทรงโปรดเกล้าให้พ้นตำแหน่งโดยผู้ทูลเกล้าฯ คือ #นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ กสทช. (มาตรา 5) และเป็นผู้ทำหน้าที่ทูลเกล้าฯ ให้ทรงโปรดเกล้าแต่งตั้ง กสทช. (มาตรา 16)

 

3. นายแพทย์สรณจะต้องพ้นตำแหน่งตั้งแต่เมื่อใด?

มาตรา 20 วรรคสอง บัญญัติว่า พระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่งนั้น “ให้มีผลตั้งแต่วันที่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามหรือวันที่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน แล้วแต่กรณี” นายแพทย์สรณฝ่าฝืนมาตรา 8(2) คือเป็นลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐจนเลยวันที่ 10 มกราคม 2565 นายแพทย์สรณจึงต้องพ้นตั้งแต่วันที่ฝ่าฝืน ก็คือวันที่ 11 มกราคม 2565 เป็นต้นมา คือพ้นตำแหน่ง กสทช. ตั้งแต่ยังไม่ได้เป็น กสทช. เลย

 

4. การใช้อำนาจหน้าที่ 4 ปีที่ผ่านมาโมฆะหรือไม่

เมื่อพ้นตำแหน่ง กสทช. มาตั้งแต่ยังไม่ได้เป็น ก็คงต้องคืนค่าตอบแทนตั้งแต่เดือนแรกที่ดำรงตำแหน่ง แต่เรื่องใหญ่กว่าคือการใช้อำนาจและทำหน้าที่ต่างๆ อาทิ การลงมติ การเซ็นคำสั่งต่างๆ จะเป็นโมฆะไปทั้งหมดหรือไม่? เพราะถ้าโมฆะไปทั้งหมดจะเป็นเรื่องใหญ่มาก (แม้ว่าหลายๆ มติควรจะเป็นโมฆะ) แต่เรื่องนี้พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองพ.ศ. 2539 ได้บัญญัติเอาไว้ที่มาตรา 19 คือ

“มาตรา 19 ถ้าปรากฏภายหลังว่าเจ้าหน้าที่หรือกรรมการในคณะกรรมการที่มีอำนาจพิจารณาทางปกครองใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามหรือการแต่งตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นเหตุให้ผู้นั้นต้องพ้นจากตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่งเช่นว่านี้ไม่กระทบกระเทือนถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปตามอำนาจหน้าที่”

คือมาพบว่าขาดคุณสมบัติและพ้นตำแหน่งในภายหลัง “ไม่กระทบกระเทือนถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปตามอำนาจหน้าที่” ดังนั้น เมื่อมีกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนเช่นนี้ทำให้เรื่องนี้ไม่มีประเด็นอีกต่อไป (อาจจะมีแค่บางเรื่องที่มีปัญหา)

สรุป: นายแพทย์สรณ จากคุณสมบัติตามมาตรา 8(2) ประกอบมาตรา 18 จึงต้องพ้นตำแหน่งตามมาตรา 20 โดยนายกรัฐมนตรีจะต้องทูลเกล้าฯ เพื่อมีพระบรมราชโองการให้พ้นตำแหน่ง ฝ่ายเลขาธิการ กสทช. ก็ต้องแจ้งนายกรัฐมนตรีโดยเร็ว แต่ถ้าเลขาธิการ กสทช. ไม่แจ้งการสรรหาก็แจ้งเองได้ หรือนายกรัฐมนตรีเมื่อทราบข่าวก็เรียกเอกสารมาดูและดำเนินการได้เลย

เรื่องนี้คาราคาซังมา 4 ปีแล้ว และเป็นปัญหาใหญ่ของ กสทช. มาโดยตลอด คุณอนุทิน จึงควรรีบทูลเกล้าฯ ให้พ้นตำแหน่ง ภารกิจ กสทช. เรื่องกิจการกระจายเสียงโทรทัศน์ทั้งหลายที่หยุดอยู่กับที่มาหลายปี จะได้เดินหน้าต่อเพื่อประโยชน์ประชาชนเสียทีครับ

รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข่าวล่าสุด