เนชั่นทีวี

ข่าว

"ทวี" จี้เปิดหีบตรวจบัตร สว. แฉสูตรคณิตศาสตร์ล็อกโพยฮั้ว

14 ก.ค. 2569 | titayu_pur

"ทวี" จี้เปิดหีบตรวจบัตร สว. แฉสูตรคณิตศาสตร์ล็อกโพยฮั้ว

"พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง" จี้ กกต.-ดีเอสไอ เปิดหีบตรวจบัตรเลือก สว. ชี้หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์และสูตรคณิตศาสตร์ มัดกระบวนการฮั้วล็อกโพย 138 คน ชัดเจน

"พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง" จี้ กกต.-ดีเอสไอ เปิดหีบตรวจบัตรเลือก สว. ชี้หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์และสูตรคณิตศาสตร์ มัดกระบวนการฮั้วล็อกโพย 138 คน ชัดเจน

KEY

POINTS

  • เปิดแผนประทุษกรรมล็อกโพย: ขบวนการฮั้วใช้ช่องโหว่ระเบียบ กกต. ที่ให้ใช้เบอร์เดิมตลอดการเลือก นำหมายเลขไปคำนวณล็อกเป้า 140 คน พร้อมเก็บตัวโหวตเตอร์ 1,200 คนในโรงแรมเพื่อซักซ้อมและสวมเสื้อเหลืองพรางตัวจนส่ง สว. เข้าสภาได้ 138 คน
     
  • หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์: พบพิรุธบัตรเลือกตั้งรอบเช้าลงคะแนนตรงกัน และเรียงลำดับ
    เหมือนกันเป๊ะ 12-25 ใบ ซึ่งทางสถิติโอกาสเกิดขึ้นเป็นศูนย์ และรอบบ่ายยังพบกลุ่มโหวตเตอร์พร้อมใจกาให้คนที่ตกรอบไปแล้วอย่างผิดธรรมชาติ
     
  • จี้ กกต. - ดีเอสไอ ตรวจสอบเร่งด่วน: เรียกร้องให้ใช้อำนาจตามกฎหมายเปิดหีบตรวจพิสูจน์บัตรและคะแนนดิบ  เพื่อคัดแยกคะแนนที่มิชอบออก คืนความชอบธรรมให้แก่สภาสูงตามหลักนิติรัฐและนิติธรรม

14 กรกฎาคม 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องให้ กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เร่ง เปิดหีบตรวจบัตรเลือก สว. เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 67 หลังพบพิรุธขบวนการ ฮั้ว สว. นำหมายเลขผู้สมัคร ไปคำนวณคณิตศาสตร์เพื่อล็อกคะแนนล่วงหน้า โดยการกวาดผู้สมัครกว่า 1,200 คน ติวเข้มตามโพย ซึ่งส่งผลขัดต่อกฎหมาย และหลักการลงคะแนนลับอย่างร้ายแรง เพื่อเร่งพิสูจน์ความจริง สร้างความเที่ยงธรรมให้สภาสูง


พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในหัวข้อ

 

“เปิดหีบตรวจบัตรและคะแนน เพื่อล้างคราบทุจริต ฮั้ว สว. ให้สุจริตและเที่ยงธรรม”

 

เป็นการวิเคราะห์เชิงลึก "แผนประทุษกรรมเชิงโครงสร้าง" ของเครือข่ายที่พยายามแทรกแซงสภาสูง

โพสต์ของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ปมคดีฮั้ว สว.

 

 

  • ช่องโหว่ระเบียบ กกต. ข้อ 122 ทำลายหลักการ "ลงคะแนนลับ"

 

พ.ต.อ. ทวี ระบุว่า ต้นตอของปัญหาเกิดจากระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าด้วยการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 ข้อ 122 ที่กำหนดให้ผู้สมัครใช้ “หมายเลขประจำตัวเดียวกัน” ตลอดการเลือกระดับประเทศ ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 67 ทั้งการเลือกกันเองในกลุ่มช่วงเช้าและการเลือกไขว้ช่วงบ่าย

 

ซึ่งขัดต่อมาตรา 33 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ที่ระบุชัดเจนว่าต้องเป็นการ "ลงคะแนนลับ" อย่างสิ้นเชิง

 

ข้อมูลจากแหล่งข่าวระบุว่า ทันทีที่ทราบหมายเลขผู้สมัครระดับประเทศเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 67 ขบวนการนี้ได้นำตัวเลขมาคำนวณทางคณิตศาสตร์เพื่อล็อกเป้าหมายล่วงหน้า โดยคัดเลือกบุคคลที่จะให้เป็น สว. จำนวน 140 คน และจัดทำเป็น "โพยล็อกคะแนน"


กระทั่งในช่วงวันที่ 24-25 มิถุนายน มีการรวบรวมผู้สมัครในเครือข่ายประมาณ 1,200 คน เข้าพักในโรงแรมลักษณะปิดมิดชิดใน 4-5 จังหวัด เพื่อซักซ้อมการเลือกตาม "โพย A" และ "โพย B" ซึ่งมีการจัดสรรหมายเลข 7 คนต่อกลุ่มอาชีพจากทั้งหมด 20 กลุ่ม โดยให้มีหมายเลขซ้ำกัน 5 หมายเลขเพื่อความแม่นยำ


นอกจากนี้ ยังมีการวางแผนให้สวมเสื้อโปโลสีเหลืองสัญลักษณ์เดียวกัน เพื่ออำพรางตัวให้กลมกลืนกับเจ้าหน้าที่ จนสามารถผลักดันคนในเครือข่ายเข้าสู่สภาสูงได้ถึง 138 คน

พ.ต.อ.ทวี เสนอว่า ภารกิจเร่งด่วนคือการให้ กกต. และดีเอสไอ (DSI) “เปิดหีบตรวจพิสูจน์บัตรและคะแนน” เพื่อเปลี่ยนสถานะบัตรลงคะแนนให้เป็นพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ประยุกต์ โดยมีลำดับหลักฐานดังนี้:

 

  • ลำดับที่ 1: ความอัศจรรย์ในหีบช่วงเช้า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีบัตรที่ "ไม่เลือกตนเอง" และมีการลงคะแนน 10 ลำดับตรงกัน เรียงตำแหน่งเดียวกันซ้ำซ้อนสูงถึง 12-25 ใบในหีบเดียว ซึ่งตามสูตรคณิตศาสตร์และสถิติประยุกต์ โอกาสที่ผู้สมัครที่มีอิสระจะใจตรงกันขนาดนี้มีค่าเท่ากับ "ศูนย์" หรือไม่มีความเป็นไปได้เลย โดย พ.ต.อ. ทวี เปรียบเทียบว่า "ยากยิ่งกว่าการถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่หนึ่งเลขเดิมซ้ำกันติดต่อกันถึง 28 งวด"
     
  • ลำดับที่ 2: "ใบเสร็จ" จากบัตรเลือกไขว้รอบบ่าย ในการเลือกไขว้รอบบ่ายที่มีบัตร 800 ใบ พบหลักฐานสำคัญคือกลุ่มโหวตเตอร์พร้อมใจกันลงคะแนนให้บุคคลที่ "ตกรอบไปแล้ว" ตั้งแต่ช่วงเช้า (เช่น หมายเลข 128 กลุ่ม 14) ซึ่งไม่มีชื่อปรากฏในเอกสารแนะนำตัวในคูหาแล้ว แต่กลับมีคะแนนกองรวมกันอย่างผิดปกติถึง 11 คะแนน นี่คือหลักฐานชัดเจนว่าผู้ลงคะแนนไม่ได้ใช้ดุลพินิจส่วนตัว แต่ทำตาม "รหัสโพยฮั้ว" ที่ล็อกไว้ล่วงหน้า
     
  • ลำดับที่ 3: ช่องว่างคะแนนที่ผิดธรรมชาติ เมื่อนำคะแนนดิบมาประมวลผล จะพบว่ากลุ่มที่ถูกล็อกตัวจริง (อันดับ 1-6 ของทุกกลุ่ม) จะมีคะแนนเกาะกลุ่มกันแน่นที่ 50-78 คะแนน ตามสูตรกระจายแต้มของโพยจัดตั้ง ส่งผลให้คะแนนของผู้ที่ได้ลำดับที่ 6 กับลำดับที่ 7 (สำรองคนแรก) ห่างกันอย่างขาดลอยถึง 15-20 คะแนน ซึ่งผิดธรรมชาติของการเลือกตั้งทั่วไปที่ผู้สมัครอิสระจะไม่มีทางผ่านกำแพงนี้ไปได้


พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง ระบุว่า การ "เปิดหีบ" คือทางออกที่ง่ายและรวดเร็วที่สุด เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ขึ้นทะเบียนกับศาลยุติธรรมได้พิสูจน์ข้อเท็จจริง, หากผลการพิสูจน์ชี้ชัด กกต. ย่อมมีอำนาจหน้าที่ในการคัดแยกและตัดคะแนนที่มิชอบออก เพื่อคืนความชอบธรรมให้กับสมาชิกวุฒิสภาและธำรงไว้ซึ่งหลักนิติรัฐนิติธรรมของประเทศอย่างแท้จริง

 

 

ข่าวล่าสุด