เช่นเดียวกับ นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พร้อมด้วยนายซุน จันทอล รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา, นายปรัก สุคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา, พลเอก เตีย เซ็ยหา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา พร้อมด้วยรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ระดับสูง และตัวแทนจากภาคธุรกิจของกัมพูชา มีกำหนดเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่าง 15-17 กรกฎาคมนี้
โดยในวันพรุ่งนี้ (15 ก.ค.) นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มีกำหนดเข้าหารือทวิภาคีกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดี สาธารณรัฐประชาชนจีน และหารือทวิภาคีร่วมกับ นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีของจีน เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นร่วมกันของกัมพูชาและจีน ในการกระชับความสัมพันธ์มิตรภาพอันยาวนานให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และส่งเสริมความร่วมมือที่เกื้อกูลผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน สร้างแรงผลักดันใหม่ ๆ ให้กับการดำเนินงานภายใต้หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน การพัฒนากรอบความร่วมมือแบบเพชร (Diamond Cooperation Framework) และส่งเสริมการสร้างประชาคมกัมพูชา-จีน ที่มีอนาคตร่วมกันในยุคใหม่ในทุกสภาพการณ์
นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยังมีกำหนดเข้าร่วมการประชุม 2026 World Artificial Intelligence Conference: WAIC 2026 ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 โดยนายกรัฐมนตรีกัมพูชา จะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดด้วย และร่วมประชุมกับตัวแทนจากภาคธุรกิจของจีน
สำหรับการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ของนายกรัฐมนตรีไทย และนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในครั้งนี้ ยังจะต้องจับตาว่า ทั้ง 2 ฝ่าย จะได้มีโอกาสพบเจอกันหรือไม่ เนื่องจาก ผู้นำทั้งไทยและกัมพูชา มีกำหนดในการเข้าพบและหารือทวิภาคี ร่วมกับนายกรัฐมนตรีสาธารณะรัฐประชาชนจีน และ สำนักข่าวพนมเปญโพสต์ รายงานว่า มีประเด็นที่น่าจับตาคือ จีนจะมีบทบาทในการช่วยผลักดันให้เกิดการเจรจาเรื่องพรมแดน ระหว่างทั้ง 2 ประเทศหรือไม่ หลังจากที่ผู้นำของทั้ง 2 ฝ่ายไม่ได้ร่วมโต๊ะเจรจากันเลย นับตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา
พร้อมอ้างนักวิเคราะห์ และบทสัมภาษณ์นักวิชาการ ที่ต่างคาดการณ์ว่า จีนอาจใช้สถานะการเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของทั้ง 2 ประเทศ ในการผลักดันให้ทั้ง 2 ฝ่าย เร่งหาทางออกร่วมกัน หรือจีนควรเข้ามามีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในฐานะตัวกลาง เพื่อผลักดันให้ทั้ง 2 ประเทศ หันหน้าเข้าหากันเพื่อเจรจาและแก้ไขปัญหาอย่างสันติ ผ่านช่องทางการทูตหรือความพยายามในการหารืออื่น ๆ โดยอาศัยกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อแก้ไขข้อพิพาท ยุติความตึงเครียด และกลับคืนสู่สภาวะปกติได้
ทั้งนี้ ตามกำหนดการการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ของนายกรัฐมนตรีไทย ไม่ได้มีกำหนดการเข้าพบกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาแต่อย่างใด