จีนจัดงาน AI โลกที่เซี่ยงไฮ้ 17 ก.ค.69 - "อนุทิน-ฮุนมาเนต" ร่วมงาน
14 ก.ค. 2569 | katchatapong_lee

จับตา! บทบาทจีนต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา: ''อนุทิน-ฮุนมาเนต'' เตรียมร่วมงาน AI โลกที่เซี่ยงไฮ้ 17 ก.ค.นี้
ข่าว
14 ก.ค. 2569 | katchatapong_lee

จับตา! บทบาทจีนต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา: ''อนุทิน-ฮุนมาเนต'' เตรียมร่วมงาน AI โลกที่เซี่ยงไฮ้ 17 ก.ค.นี้
:: เปิดกำหนดการ นายกฯ เตรียมเดินทางเยือนจีน 16-20 ก.ค.นี้สานต่อความพันธ์ปีที่ 51 - จับตา! บทบาทจีนต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา: ''อนุทิน-ฮุนมาเนต'' เตรียมร่วมงาน WAIC2026 ที่ ''เซี่ยงไฮ้'' 17 ก.ค.นี้ ::
:: เปิดภารกิจ "อนุทิน" เยือนจีนอย่างเป็นทางการตามคำเชิญ "นายกหลี่ เฉียง" พร้อมเข้าคาราวะ "ประธานธิบดีสี จิ้นผิง" ::
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่นครเซี่ยงไฮ้ นครเฉิงตู และกรุงปักกิ่งตามลำดับ อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16 - 20 กรกฎาคม 2569 ตามคำเชิญของนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน
นายกรัฐมนตรี มีกำหนดมีกำหนดเข้าเยี่ยมคาราวะนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่นครเซี่ยงไฮ้ และเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก 2026 หรือ 2026 World Artificial Intelligence Conference: WAIC 2026 ตามคำเชิญของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569
ก่อนที่นายกรัฐมนตรี จะเดินทางต่อไปยังนครเฉิงตู ระหว่างวันที่ 18-19 กรกฎาคม 2569 เพื่อเปิดงานสัมมนา Thailand-China (Sichuan: เสฉวน) Investment and Economic Forum 2026 และเปิดฝ่ายการลงทุนประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู เพื่อขยายเครือข่ายการส่งเสริมการลงทุนของไทยสู่ภูมิภาคตะวันตกของจีน ซึ่งมีนครเฉิงตูเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญ พร้อมพบหารือกับภาคเอกชนรายใหญ่ของจีน และกลุ่มนักธุรกิจไทยที่ลงทุนในจีน เพื่อสนับสนุนความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ก่อนที่จะเข้าเยี่ยมชมศูนย์อนุรักและเพาะพันธุ์แพนด้ายักษ์ และเดินทางต่อไปยังกรุงปักกิ่ง
จากนั้น ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 นายกรัฐมนตรี มีกำหนดประชุมทวิภาคีแบบเต็มคณะกับนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่กรุงปักกิ่ง และพบหารือกับนายจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมทั้งร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงที่สำคัญระหว่างหน่วยงานภาครัฐของไทยกับจีน เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือในมิติต่าง ๆ อาทิ การค้า การลงทุน การเกษตร สาธารณสุข วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การศึกษา และสื่อมวลชน เพื่อยกระดับความร่วมมือไทย–จีนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและสร้างประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว
ขณะที่ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า การเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนฯ ครั้งนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทย-จีน และความสำคัญของจีนในฐานะหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน และคู่ค้าอันดับต้นของไทย อีกทั้งเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ควบคู่กับการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน อันจะนำไปสู่ความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของทั้ง 2 ประเทศ
:: ฮุน มาเนต เยือนจีน 15-17 ก.ค.นี้ ::
เช่นเดียวกับ นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พร้อมด้วยนายซุน จันทอล รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา, นายปรัก สุคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา, พลเอก เตีย เซ็ยหา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา พร้อมด้วยรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ระดับสูง และตัวแทนจากภาคธุรกิจของกัมพูชา มีกำหนดเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่าง 15-17 กรกฎาคมนี้
โดยในวันพรุ่งนี้ (15 ก.ค.) นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มีกำหนดเข้าหารือทวิภาคีกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดี สาธารณรัฐประชาชนจีน และหารือทวิภาคีร่วมกับ นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีของจีน เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นร่วมกันของกัมพูชาและจีน ในการกระชับความสัมพันธ์มิตรภาพอันยาวนานให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และส่งเสริมความร่วมมือที่เกื้อกูลผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน สร้างแรงผลักดันใหม่ ๆ ให้กับการดำเนินงานภายใต้หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน การพัฒนากรอบความร่วมมือแบบเพชร (Diamond Cooperation Framework) และส่งเสริมการสร้างประชาคมกัมพูชา-จีน ที่มีอนาคตร่วมกันในยุคใหม่ในทุกสภาพการณ์
นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยังมีกำหนดเข้าร่วมการประชุม 2026 World Artificial Intelligence Conference: WAIC 2026 ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 โดยนายกรัฐมนตรีกัมพูชา จะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดด้วย และร่วมประชุมกับตัวแทนจากภาคธุรกิจของจีน
สำหรับการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ของนายกรัฐมนตรีไทย และนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในครั้งนี้ ยังจะต้องจับตาว่า ทั้ง 2 ฝ่าย จะได้มีโอกาสพบเจอกันหรือไม่ เนื่องจาก ผู้นำทั้งไทยและกัมพูชา มีกำหนดในการเข้าพบและหารือทวิภาคี ร่วมกับนายกรัฐมนตรีสาธารณะรัฐประชาชนจีน และ สำนักข่าวพนมเปญโพสต์ รายงานว่า มีประเด็นที่น่าจับตาคือ จีนจะมีบทบาทในการช่วยผลักดันให้เกิดการเจรจาเรื่องพรมแดน ระหว่างทั้ง 2 ประเทศหรือไม่ หลังจากที่ผู้นำของทั้ง 2 ฝ่ายไม่ได้ร่วมโต๊ะเจรจากันเลย นับตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา พร้อมอ้างนักวิเคราะห์ และบทสัมภาษณ์นักวิชาการ ที่ต่างคาดการณ์ว่า จีนอาจใช้สถานะการเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของทั้ง 2 ประเทศ ในการผลักดันให้ทั้ง 2 ฝ่าย เร่งหาทางออกร่วมกัน หรือจีนควรเข้ามามีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในฐานะตัวกลาง เพื่อผลักดันให้ทั้ง 2 ประเทศ หันหน้าเข้าหากันเพื่อเจรจาและแก้ไขปัญหาอย่างสันติ ผ่านช่องทางการทูตหรือความพยายามในการหารืออื่น ๆ โดยอาศัยกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อแก้ไขข้อพิพาท ยุติความตึงเครียด และกลับคืนสู่สภาวะปกติได้
ทั้งนี้ ตามกำหนดการการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ของนายกรัฐมนตรีไทย ไม่ได้มีกำหนดการเข้าพบกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาแต่อย่างใด