เนชั่นทีวี

ข่าว

“เอกราช ช่างเหลา” กลับคำให้การคดี ฮั้ว สว. ประวัติแน่น!

14 ก.ย. 2569 | thunchanok_kul

“เอกราช ช่างเหลา” กลับคำให้การคดี ฮั้ว สว. ประวัติแน่น!

เปิดเส้นทางชีวิต-จุดเปลี่ยนทางการเมือง "เอกราช ช่างเหลา" อดีต สส. ขอนแก่น พยานปากเอกกลับคำให้การคดี "ฮั้ว สว."

เปิดเส้นทางชีวิต-จุดเปลี่ยนทางการเมือง "เอกราช ช่างเหลา" อดีต สส. ขอนแก่น พยานปากเอกกลับคำให้การคดี "ฮั้ว สว."

KEY

POINTS

  • เปิดตัวพยานปริศนา: "พยาน อ." ยืนยันคือ "เอกราช ช่างเหลา" อดีต สส. ที่โดนคดีจำคุก 20 ปี ยักยอกเงินสหกรณ์ฯ ขอนแก่น และถูกตัดสิทธิ์ตลอดชีวิต
  • อ้างโดนกดดันรัฐบาลเก่า: เจ้าตัวยื่นเอกสารกลับคำให้การ ชี้ปี 68 ถูกข่มขู่ให้ใส่ร้าย 2 ประมุขพรรคสีน้ำเงิน พอพรรคกลับมาเป็นรัฐบาลจึงขอแก้คำให้การ
  • จุดเปลี่ยนมติ กกต.: ชุดไต่สวน (คณะ 26) ไม่ยอมรับการกลับคำและส่งฟ้อง 229 ราย แต่ชุดวินิจฉัย (คณะ 36) อาจนำเรื่องนี้มาเป็นเหตุผลยกคำร้องแกนนำพรรค

14 กันยายน 2569 มีประเด็นร้อนต่อเนื่องในคดี “ฮั้ว สว.” กรณีเอกสารที่อ้างว่าเป็นของพยานปากสำคัญในคดีหลุดออกมา ซึ่งเนื้อหาหลักคือการ “กลับคำให้การ”


ล่าสุดหลายฝ่ายระบุตรงกันแล้วว่า พยานปริศนาคนนี้คือใคร โดย “พยาน อ.” นักการเมืองใหญ่ และคหบดีคนดังแห่งภาคอีสาน ที่ “เนชั่นทีวี” นำเสนอไปนั้น แท้จริงแล้วก็คือ “นายเอกราช ช่างเหลา”

 "เอกราช ช่างเหลา" อดีต สส. ขอนแก่น

เมื่อกางเส้นทางการเมืองของนายเอกราช จะพบข้อมูลที่น่าสนใจ คือ เป็นอดีต สส.พรรคภูมิใจไทย ถูกศาลอุทธรณ์สั่งจำคุก 20 ปี พร้อมให้ร่วมชดใช้เงิน 405 ล้านบาท คดียักยอกเงินสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น เมื่อเกิดคดีอื้อฉาวนี้ ก็ถูกพรรคภูมิใจไทย “ขับออกจากพรรค” 


ก่อนที่ต่อมาจะย้ายเข้าไปสังกัด “พรรคกล้าธรรม” ท้ายที่สุดเจ้าตัวถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต จากการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงไปแล้ว 


ประวัติการขยับตัวทางการเมืองของ “เอกราช” ในลักษณะนี้ ประกอบกับคำให้การที่ “กลับไปกลับมา” ทำให้เกิดข้อสงสัยอย่างหนักถึงน้ำหนักความน่าเชื่อถือของพยาน และเบื้องลึกเบื้องหลังที่แท้จริงของการ “ปล่อย” เอกสารกลับคำให้การครั้งนี้


หากย้อนดูเนื้อหาในเอกสารที่อ้างว่า “หลุด” นั้น จะพบว่าพยานอ้างเหตุผลไว้ว่า “ในช่วงปี 2568 ถูกรัฐบาลในขณะนั้นกดดันให้ใส่ร้ายพรรคภูมิใจไทย แต่เมื่อปัจจุบันพรรคภูมิใจไทยมาเป็นรัฐบาลเสียเอง จึงรู้สึกสบายใจและขอส่งเอกสารเพื่อกลับคำให้การ”

แต่เมื่อย้อนดูจุดเริ่มต้น นายเอกราช อ้างตัวเป็นประจักษ์พยาน รู้เห็นการประชุมฮั้ว สว. และให้การมัด ”2 ประมุขพรรคสีน้ำเงิน“ ว่าอยู่ในสถานที่ฮั้วจริง


จู่ๆ ต่อมานายเอกราช ยื่นเอกสารขอกลับคำให้การในภายหลัง โดยอ้างว่าถูกข่มขู่ ซึ่งมุมมอง “คณะ 26” (ชุดไต่สวน) ไม่เชื่อและไม่ให้น้ำหนักกับการกลับคำให้การ เพราะตอนแรกพยานเต็มใจเข้ามาให้ปากคำเอง มาให้การหลายครั้ง ไม่มีท่าทีกดดัน และตอนกลับคำให้การก็ใช้วิธีส่งมาแค่เอกสารเท่านั้น


แม้ในชั้นไต่สวนของ “คณะ 26” จะมองว่าพยานเหล่านี้ไม่มีน้ำหนัก และชงเรื่องส่งศาลฎีกา 229 ราย แต่การพิจารณาของ กกต. ในชั้นต่อๆ มา โดยเฉพาะ “คณะ 36” กลับใช้ประเด็น “พยานกลับคำ” มาเป็นน้ำหนักหักล้างคำให้การเดิม จนนำไปสู่การสั่งยกคำร้องแกนนำพรรคการเมือง


การนำข้อมูลเหล่านี้มาตีแผ่ อาจกลายเป็นไพ่ใบสำคัญที่มาถ่วงดุลกับฝ่ายตรวจสอบ และเป็นช่องทางให้ 7 เสือ กกต. ใช้เป็นเหตุผลในการยกคำร้องคดีฮั้ว สว. โดยเฉพาะ “กรรมการบริหารพรรคการเมือง” นั่นเอง

ข่าวล่าสุด