มท.ลุยภูเก็ตกวาดล้างนอมินีต่างชาติ อึ้ง 361 บริษัทต้องสงสัย – ปูด 2 รร. เถื่อน
11 ก.ค. 2569 | prisana_tha

มหาดไทยลุยตรวจภูเก็ต พบโรงแรมไร้ใบอนุญาต 2 แห่ง เร่งสอบธุรกิจนอมินีต่างชาติ หลังพบบริษัทต้องสงสัย 361 แห่ง ย้ำบังคับใช้กฎหมายเข้ม
ข่าว
11 ก.ค. 2569 | prisana_tha

มหาดไทยลุยตรวจภูเก็ต พบโรงแรมไร้ใบอนุญาต 2 แห่ง เร่งสอบธุรกิจนอมินีต่างชาติ หลังพบบริษัทต้องสงสัย 361 แห่ง ย้ำบังคับใช้กฎหมายเข้ม
KEY
POINTS
11 กรกฎาคม 2569 นอมินีต่างชาติ และ โรงแรมเถื่อนภูเก็ต ถูกตรวจเข้ม หลังมหาดไทยเปิดปฏิบัติการจัดระเบียบธุรกิจต่างชาติทั่วพื้นที่เสี่ยง พบโรงแรมไม่มีใบอนุญาต 2 แห่ง พร้อมขยายผลตรวจ 361 บริษัทต้องสงสัยนอมินีต่างชาติ ย้ำทุกธุรกิจในไทยต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย
โดยเวลา 10.00 น. วันนี้ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำทีมกรมการปกครอง เจ้าหน้าที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงแรมและสถานประกอบการที่ได้รับการร้องเรียนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ตรวจสอบการประกอบธุรกิจของกลุ่มทุนต่างชาติ การถือครองกิจการผ่านนอมินี รวมถึงการขออนุญาตก่อสร้างและประกอบกิจการถูกต้องตามกฎหมาย โดยมี นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง ร้อยตำรวจเอก เขตรัฐ ชาญศิลป์ นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ บริเวณหาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต
นายพลพีร์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ ตนพร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และทีมกรมการปกครอง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยในจังหวัดภูเก็ตโดยช่วงเช้า เริ่มต้นจากการประชุมร่วมกับตัวแทนศาลเจ้ากว่า 41 แห่ง เพื่อรับฟังข้อบังคับและหารือเกี่ยวกับแนวทางปรับปรุงระเบียบปฏิบัติที่ใช้มานานให้มีความทันสมัยและคล่องตัวยิ่งขึ้น โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการจัดระเบียบในทุกมิติ ซึ่งการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและได้ข้อสรุปว่าต้องมีการพิจารณาปรับปรุงกฎระเบียบที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
"จากนั้น ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงแรมตามที่มีผู้แจ้งเบาะแสว่าไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าโรงแรม 2 แห่งที่เข้าตรวจจริงไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ และไม่มีใบอนุญาตการก่อสร้างตามกฎหมาย ทางเจ้าพนักงานจากกรมการปกครองจึงได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ในส่วนของโรงแรมที่กำลังจะเข้าตรวจสอบเพิ่มเติมนั้น ทางคณะทำงานมีข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ว่า อาจเป็นธุรกิจที่ใช้ตัวแทนอำพรางหรือนอมินี โดยมีชาวต่างชาติถือหุ้นเกินกว่าที่กฎหมายไทยกำหนด ซึ่งจะเร่งตรวจสอบการขออนุญาตต่างๆ อย่างละเอียด" นายพลพีร์ กล่าว
นายพลพีร์ ยังได้กล่าวถึงกรณีเข้าตรวจสอบสถานที่ที่เรียกชื่อว่า "ชาบัดเฮาส์ไทยแลนด์" (Chabad House Thailand) ซึ่งได้รับแจ้งว่าตามใบขออนุญาตได้ขอเปิดเป็นกิจการโรงแรมและร้านอาหาร แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นโดยผู้ดูแลนำเดินสำรวจ ไม่มีที่พัก แต่เป็นร้านอาหาร และศาสนสถาน สำหรับผู้นับถือศาสนายิว จึงได้สั่งการให้ทางจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการเดินหน้าตรวจสอบสถานประกอบการต่างๆ ในจังหวัดต่อไป เพื่อทำสิ่งต่าง ๆ ให้ถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย
"ผมได้เน้นย้ำอย่างชัดเจนว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการมุ่งเป้า ไปที่จุดใดจุดหนึ่ง หรือกิจการใด แต่เป็นการตรวจสอบ การบังคับใช้กฎหมาย เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของภูเก็ต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีการขอใบอนุญาตประกอบการที่สุ่มเสี่ยงเข้าข่ายถือครองแบบนอมินี" นายพลพีร์ กล่าวเพิ่มเติมในช่วงท้าย
ขณะที่ นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการเดินหน้าแก้ไขตรวจบริษัทต้องสงสัยลักษณะนอมินีในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยนายพลพีร์ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เดินหน้าตรวจสอบโรงแรมและสถานประกอบการที่ได้รับการร้องเรียนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อตรวจสอบการถือครองกิจการผ่านนอมินี การขออนุญาตก่อสร้าง และใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ตามนโยบายจัดระเบียบธุรกิจต่างชาติและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
พร้อมกันนี้ กระทรวงมหาดไทยได้บูรณาการข้อมูลร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ตรวจพบบริษัทต้องสงสัยลักษณะนอมินีแล้วกว่า 361 บริษัท และจะขยายผลตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดรับข้อมูลจากประชาชน หากพบการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต การใช้นอมินี หรือการก่อสร้างผิดกฎหมาย จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด พร้อมย้ำว่า “นี่คือประเทศไทย ผู้ที่เข้ามาประกอบกิจการหรือพำนักอยู่ในประเทศไทย ทุกคนต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายไทยอย่างเคร่งครัด ตามนโยบายของรัฐบาลและข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี“ นางสาวพลอยทะเล กล่าว