เนชั่นทีวี

ข่าว

สุริยะใสจี้ถอดบทเรียนการเมือง 20 ปี แนะคุยข้ามกลุ่มตอบโจทย์โลกใหม่

08 ก.ค. 2569 | titayu_pur

สุริยะใสจี้ถอดบทเรียนการเมือง 20 ปี แนะคุยข้ามกลุ่มตอบโจทย์โลกใหม่

สุริยะใส กตะศิลา ชี้การเมืองไทยซับซ้อนขึ้น แนะถอดบทเรียนความขัดแย้ง 20 ปี ย้ำทุกฝ่ายต้องพูดคุยข้ามกลุ่ม เลิกอวยกันเองเพื่อก้าวข้ามไปสู่โลกใหม่

สุริยะใส กตะศิลา ชี้การเมืองไทยซับซ้อนขึ้น แนะถอดบทเรียนความขัดแย้ง 20 ปี ย้ำทุกฝ่ายต้องพูดคุยข้ามกลุ่ม เลิกอวยกันเองเพื่อก้าวข้ามไปสู่โลกใหม่

KEY

POINTS

  • ถอดบทเรียนความขัดแย้ง 20 ปี: รศ.ดร.สุริยะใส จี้ทุกกลุ่มการเมืองตั้งแต่ปี 2549-2563 ทบทวนจุดผิดพลาดในอดีตเพื่อตอบโจทย์โลกใบใหม่
     
  • โจทย์การเมืองเปลี่ยนสู่ความมั่นคง: ชี้กระแส "การปฏิรูป" เริ่มแผ่วลง ขณะที่สังคมหันมาให้ความสำคัญกับเรื่อง "ความมั่นคง" (Security) แทน
     
  • เตือนเลิกอวยกันเองต้องคุยข้ามกลุ่ม: ย้ำกุญแจสำคัญคือต้องพูดคุยกับฝ่ายเห็นต่าง หากคุยเฉพาะพวกเดียวกันจะกลายเป็นการอวยกันเองและประเทศไม่พัฒนา

8 กรกฎาคม 2569 รศ.ดร.สุริยะใส กตะศิลา อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตร (เสื้อเหลือง) ออกมาสะท้อนมุมมองผ่านสภาวะ ระบุถึงเวลาถอดบทเรียนความขัดแย้ง การเมืองไทย ตลอด 20 ปี ชี้ชัดว่า ทิศทางสังคมเปลี่ยนผ่านจากเรื่องการปฏิรูป ไปสู่เรื่อง ความมั่นคง ชวนทุกกลุ่มการเมืองตั้งแต่ปี 2549 ถึงปัจจุบันร่วมทบทวนอดีต โดยเน้นย้ำวิธีแก้ปัญหาว่าต้องเปิดใจ คุยข้ามกลุ่ม เพื่อหาทางออกร่วมกัน ดีกว่าการปิดห้อง อวยกันเอง ซึ่งจะไม่ช่วยให้ประเทศก้าวหน้า


รศ.ดร.สุริยะใส กตะศิลา รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) มหาวิทยาลัยรังสิต ให้มุมมองภายหลังร่าง พ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข ผ่านสภาฯ วาระที่ 3 ถึงเวลาที่เราจะต้องถอดบทเรียนความขัดแย้ง ที่สะสมมา 20 ปี หรือยังว่า สิ่งที่แย่ที่สุดสำหรับสังคมไทยคือ การที่แต่ละฝ่ายไม่มีการสรุปบทเรียนร่วมกันเลย ไม่ว่าจะเป็นมวลชนเสื้อสีใดก็ตาม

 

“ตลอดเวลาเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ทุกฝ่ายต่างผ่านกระบวนการขัดแย้งและแตกแยกมาอย่างยาวนาน บางกลุ่มเข้าร่วมต่อสู้ตั้งแต่ปี 2549 บางกลุ่มเข้ามาในช่วงปี 2556–2557 หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ในปี 2562–2563 สิ่งสำคัญในเวลานี้คือ ทุกฝ่ายต้องหาโอกาสทบทวนตัวเองว่า การต่อสู้ที่ผ่านมามีจุดผิดพลาดตรงไหน อุดมการณ์และอุดมคติที่เคยชูกันในอดีต ยังคงทันสมัยและสามารถตอบโจทย์โลกใบใหม่ได้อยู่หรือไม่”

รศ.ดร.สุริยะใส กตะศิลา รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) มหาวิทยาลัยรังสิต

 

โจทย์การเมืองซับซ้อนขึ้น "ความมั่นคง" แทนที่ "ปฏิรูป"

 

รศ.ดร.สุริยะใส ชี้ให้เห็นว่า โจทย์สังคมและการเมืองในปัจจุบัน มีความซับซ้อนขึ้นกว่าเดิมมาก ในอดีตการพูดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือการปฏิรูปประเทศ จะมีพลังและมีความขลังอย่างยิ่ง แต่ในปัจจุบัน วรรณกรรมและวาทกรรมเหล่านี้ กลับเบาหวิวและอ่อนแรงลงไปมาก


สาเหตุสำคัญเป็นเพราะโจทย์ของโลกใบใหม่ได้เปลี่ยนไปแล้ว สังคมหันมาพูดถึงเรื่อง "ความมั่นคง" (Security) แทนที่เรื่อง "การปฏิรูป" (Reform) อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า สังคมจะต้องทิ้งเรื่องการปฏิรูปไปอย่างถาวร แต่กลุ่มคนที่คิดจะปฏิรูปอย่างแท้จริง และมีความบริสุทธิ์ใจ จะต้องกลับมาพูดคุยกันเพื่อหาทางนำเรื่องนี้ กลับมาขับเคลื่อนให้มีพลังอีกครั้ง

 

ย้ำต้องคุยข้ามกลุ่ม หากคุยพวกเดียวซ้ำซากเท่ากับ "อวยกันเอง"

 

กุญแจสำคัญของการถอดบทเรียนครั้งนี้ รศ.ดร.สุริยะใส ระบุว่า จะต้องเป็นการพูดคุย "ข้ามกลุ่ม" ให้ได้ หากแต่ละฝ่ายยังคงเลือกคุยอยู่เฉพาะกับพวกเดียวกันเอง การเมืองไทยก็จะไม่สามารถก้าวหน้าไปไหนได้เลย

 

"อย่างนั้นเขาไม่เรียกว่าสรุปบทเรียน แต่เป็นแค่การอวยกันเอง แล้วสรุปว่าพวกเราเก่งขึ้น ดีขึ้น แต่ฝ่ายตรงข้ามแย่ลงทุกวัน ซึ่งในความเป็นจริงมันไม่ใช่" รศ.ดร.สุริยะใส กล่าวทิ้งท้าย

 

 

รศ.ดร.สุริยะใส กตะศิลา รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) มหาวิทยาลัยรังสิต  

นิรโทษกรรมการเมือง ปลดล็อกขัดแย้ง 20 ปี จุดประกายสังคมได้เวลาถอดบทเรียน

 

ทั้งนี้ ภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข หรือกฎหมายนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง ในวาระที่ 3 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ขั้นตอนหลังจากนี้ สภาฯ จะดำเนินการส่งร่างกฎหมายดังกล่าวให้แก่นายกรัฐมนตรี เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย และรอการโปรดเกล้าฯ ประกาศใช้เป็นกฎหมายอย่างเป็นทางการต่อไป

 

กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของประเทศไทย ในการปลดปล่อยประชาชน มวลชน แกนนำ รวมถึงนักการเมือง ที่เคยออกมาเคลื่อนไหวและต่อสู้ทางการเมือง ซึ่งชนวนเหตุความขัดแย้งในอดีตได้ลุกลามบานปลายกลายมาเป็นความแตกแยกอย่างรุนแรงในสังคม

 

จากจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งเรื่องสีเสื้อ ที่ยาวนานกว่า 20 ปี สู่ความพยายามผลักดันอย่างยากลำบากถึง 12 ปีเต็ม จนกระทั่งประสบความสำเร็จในวันนี้ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการเริ่มต้นใหม่ สิ่งสำคัญที่สังคมไทยควรกระทำควบคู่กันไปคือการ "ถอดบทเรียน" เพื่อไม่ให้กงล้อความรุนแรงหมุนวนกลับมาอีก

 

สอดคล้องกับทัศนะของ นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ หนึ่งในผู้ร่วมผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ ที่ได้ร่วมถอดบทเรียนความขัดแย้งผ่านเนชั่น

 

ภายใน 10 ปีนี้ จะยังไม่มีทางเกิดความรุนแรงขึ้นอีก

 

นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ระบุว่า กงล้อความรุนแรงทางการเมืองของไทย โดยเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในอดีตอย่างคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 ในยุค พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งแม้ในอดีตจะเคยมีการนิรโทษกรรม จากการสู้รบกับคอมมิวนิสต์ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นหมื่นคนมาแล้ว แต่สุดท้ายสังคมไทยก็ยังคงวนกลับมาสู่ความขัดแย้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่ายระหว่างเสื้อเหลืองและเสื้อแดง ยาวนานจนต้องมานิรโทษกรรมกันอีกครั้งในวันนี้

 

อย่างไรก็ตาม นพ.ระวี ยืนยันว่า หากร่าง พ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุขฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบ จะสร้างคุณูปการต่อคนไทยในระดับที่ใกล้เคียงกับคำสั่ง 66/2523 เนื่องจากในปัจจุบันทั้งนักการเมืองฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เริ่มสรุปบทเรียนร่วมกันแล้ว ทำให้ในอนาคตจะไม่มีรัฐบาลไหน ที่เมินเฉยต่อเสียงประชาชนจนใช้อำนาจตามใจชอบ หรือสั่งตำรวจเข้าจับกุมผู้ประท้วงอย่างรุนแรงเหมือนเก่า ซึ่งโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีกคงเป็นไปได้ยากมาก

 

เมื่อถูกตั้งคำถามถึงอนาคตของประเทศไทย นพ.ระวี ยอมรับว่า ไม่มีอะไรแน่นอน โดยยกตัวอย่างประเทศเยอรมนีในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ฮิตเลอร์ก็ชนะมาจากการเลือกตั้ง

 

แต่สำหรับสังคมไทยมองว่า ภายใน 10 ปีนี้ จะยังไม่มีทางเกิดความรุนแรงขึ้นอีก แต่อีก 20 ปีข้างหน้าในวันที่ตนเองเสียชีวิตไปแล้วก็อาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะประชาชนที่ออกมาต่อสู้ในอนาคต ล้วนทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ และยอมเสี่ยงตาย ซึ่งถ้าหากเกิดขึ้นจริง ก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมี พ.ร.บ.นิรโทษกรรมยกที่ 3 ตามมา

 

ท้ายที่สุด นพ.ระวี ชี้ให้เห็นถึงสัญญาณที่ดีว่า สังคมไทยเรียนรู้จากความสูญเสียมากขึ้น โดยเห็นได้ชัดจากตัวเลขความรุนแรงที่ลดลง จากยุค 66/2523 ที่คนไทยฆ่ากันตายเป็นหมื่นคน แต่พอมาถึงยุคความขัดแย้งเสื้อเหลืองเสื้อแดง ความสูญเสียลดลงมาอยู่ที่หลักร้อยเท่านั้น สะท้อนว่าทุกคนเริ่มมีบทเรียนยับยั้งชั่งใจกันมากขึ้น 

 

 

นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่

ข่าวล่าสุด