ภาวุธ พบดีเอสไอ แจงปม Forex พร้อมหลักฐาน ย้ำไม่ชวนลงทุน
06 ก.ค. 2569 | prisana_tha

“ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” เข้าพบดีเอสไอตามหมายเรียกในฐานะพยานคดี Forex นำหลักฐานแจงเส้นทางเงิน 28 ล้านบาท ย้ำเป็นเพียงผู้เทรด ไม่ได้ชักชวนลงทุน
ข่าว
06 ก.ค. 2569 | prisana_tha

“ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” เข้าพบดีเอสไอตามหมายเรียกในฐานะพยานคดี Forex นำหลักฐานแจงเส้นทางเงิน 28 ล้านบาท ย้ำเป็นเพียงผู้เทรด ไม่ได้ชักชวนลงทุน
KEY
POINTS
6 กรกฎาคม 2569 คดี Forex ถูกจับตาต่อเนื่อง ล่าสุด ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ เข้าพบ ดีเอสไอ ตามหมายเรียกในฐานะพยาน พร้อมนำหลักฐานชี้แจงทุกประเด็น เจ้าตัวย้ำ “ไม่ได้ชักชวนใคร เป็นแค่คนเทรด” พร้อมแจงเส้นทางเงิน 28 ล้านบาท และความเชื่อมโยงธุรกรรมที่ถูกตั้งข้อสังเกต
โดย เวลา 14.35 น. ที่กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ศูนย์ราชการฯ อาคารซี นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ หลังถูกออกหมายเรียก ในฐานะพยาน ที่เกี่ยวข้องกับคดี Forex โดยเลื่อนมาจากเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา
โดยนายภาวุธ เดินทางมาพร้อมกับทนายความ และได้นำพยานหลักฐานเข้ามาชี้แจง โดยกล่าวสั้นๆ ว่า วันนี้ตนพร้อมชี้แจงทุกอย่างให้โปร่งใส และได้นำหลักฐานมาให้เจ้าหน้าที่ เพราะข้อมูลทุกอย่างมีครบ ไม่มีอะไรปิดบัง “ผมไม่ได้เป็นผู้ร้าย เป็นแค่ผู้ต้องสงสัย”
เมื่อถามว่า เป็นคนชักชวนหรือไม่ นายภาวุธ หัวเราะพร้อมย้ำว่า ไม่ได้ชักชวนใคร เป็นแค่คนเทรดเฉยๆ
ก่อนจะขอตัวไปให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ และจะลงมาให้สัมภาษณ์ชี้แจงทุกอย่างกับสื่อมวลชนอีกครั้งหลังให้ข้อมูลเสร็จสิ้น เนื่องจากมาช้ากว่าเวลานัดหมาย
ทั้งนี้นายภาวุธ มีสีหน้ายิ้มแย้ม และไม่ได้ดูมีท่าทีกังวลใดๆ
สำหรับประเด็นที่นายภาวุธ จะต้องชี้แจงกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอ มีทั้งเส้นทางการเงินที่พบระหว่างบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด โอนเงิน 28 ล้านบาท ในวันเดียว คือ วันที่ 18 ก.ค. 67 จำนวน 14 ครั้ง ครั้งละ 2 ล้านบาท เข้าไปยังบัญชีธนาคารส่วนตัวของนายภาวุธ ว่าเป็นการทำธุรกรรมในเรื่องใด ซึ่งนายภาวุธเคยให้สัมภาษณ์ว่า เป็นการเทรดทองคำ ฉะนั้นก็ต้องมีหลักฐานการทำธุรกรรมการเทรดทองคำทั้งหมดมาแสดงต่อพนักงานสอบสวนด้วย ว่าเป็นการเทรดทองคำกับบริษัทใด ไทม์ไลน์การเทรด และผลตอบแทนในการเทรดที่ผ่านมา
นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่นายภาวุธ เคยเป็นกรรมการบริษัท หรือถือหุ้นในบริษัท ที่ปรากฏความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงในเส้นทางการเงินในแผนผังรูปภาพการสืบสวนของดีเอสไอ เนื่องจากแต่ละบริษัท ที่อยู่ทั้งในกลุ่มของไอบี (IB) ผู้ชักชวนการลงทุน , กลุ่มของบริษัทโบรกเกอร์ และกลุ่มบริษัทเพย์เมนต์ เพราะมีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องระหว่างกัน
อีกทั้งนายภาวุธ ยังมีเรื่องคลิปวิดีโอร่วมประชาสัมพันธ์บอกเล่าประสบการณ์การเทรดกับบริษัท QRS Global สะสมแต้มคะแนนแลกรับโทรศัพท์อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดเป็นประเด็นที่นายภาวุธ จะต้องนำหลักฐานมาชี้แจงกับทางพนักงานสอบสวนด้วย
ภายหลังชี้แจงกว่า 3 ชั่วโมง นายภาวุธ ระบุว่า วันนี้ได้เตรียมข้อมูลเข้ามาชี้แจงกับทางเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอ ซึ่งมีข้อมูลหลากหลายประเด็น เช่น เรื่องจำนวนของเงินที่เข้ามาในบัญชี ซึ่งชี้แจงได้อย่างครบถ้วนแล้วว่า เงินที่เข้ามาไม่ได้มาจากสิ่งผิดกฎหมาย ยืนยันมีที่มาที่ไปทั้งหมด
ขณะเดียวกันมีการชี้แจงอีกหลากหลายประเด็น แต่ต้องยอมรับว่า การเข้ามาพบกันครั้งนี้เป็นครั้งแรก อาจจะมีคำถามอื่นที่ทางดีเอสไอถามเพิ่มเติม ซึ่งวันนี้อาจจะไม่ได้เตรียมข้อมูลตรงนั้นมา เดี๋ยวจะต้องกลับไปเตรียมข้อมูลแล้วกลับมาตอบเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง
ส่วนประเด็นไหนที่ดีเอสไอถามและยังไม่สามารถตอบได้นั้น นายภาวุธบอกว่า วันนี้จะเป็นกรอบที่กว้างมากขึ้น และตนเองเตรียมมาเฉพาะประเด็นตัวเอง ส่วนคำถามอาจจะเกี่ยวข้องกับคนอื่น ซึ่งบางอย่างตนเองก็ไม่ทราบจึงต้องกลับไปเตรียมข้อมูลเพิ่มเติม และจะรีบนำเข้ามาชี้แจงเพิ่มเติมกับดีเอสไอภายในเดือน ก.ค. นี้
ส่วนเงิน 28 ล้านบาท มาจากการเทรดทั้งหมดเลยหรือไม่นั้น นายภาวุธบอกว่า ตัวเลขเงินไม่ได้มาจากการกระทำที่ผิดกฎหมาย ส่วนเงินมาจากรูปแบบไหนยังไม่ขอเปิดเผยเพราะเป็นรายละเอียดในสำนวนที่ชี้แจงไว้แล้ว
“ผมเทรดมา 1–2 ปี มีบางช่วงเทรดน้อย แล้วแต่ช่วงเวลา เราเทรดแล้วก็จะมีรายได้เข้ามาตามช่วง ซึ่งผมเทรดมาช่วงหนึ่งสุดท้ายก็เจ๊ง ไม่ได้มีผลกำไรจากการเทรดเอาซะเลย”
ส่วนประเด็นเรื่องของชื่อกรรมการผู้ถือหุ้นนั้น นายภาวุธระบุว่า เนื่องจากเกี่ยวข้องกับบริษัทต่างๆ ที่ตนเองไม่ได้เป็นผู้บริหารแล้ว อาจจะพูดอะไรมากไม่ได้เพราะอาจไปกระทบกับบริษัทเหล่านั้น แต่ยอมรับว่า “ข้อมูลบางอันที่ชี้มาที่ตัวของผม ผมยังไม่รู้จักบริษัทเหล่านั้นเลย ดังนั้นต้องกลับไปดูข้อมูลภาพกว้างว่าเป็นอย่างไร” ส่วนการโอนหุ้นบริษัทสปาร์คดิจิตอลนั้น เป็นรายละเอียดในสำนวน ทุกอย่างมีหลักฐานหมด
ส่วนเรื่องของการไปเที่ยวฝรั่งเศส นายภาวุธชี้แจงว่า เหมือนเราไปซื้อของตามร้านค้า แล้วเราได้สะสมแต้ม เราก็เอาแต้มไปแลกของ ตนเองก็เลยเอาแต้มไปแลกเพื่อไปต่างประเทศ และมีทีมงานของโบรกเกอร์ที่ตนเองเทรดไปด้วย ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว ตนเองเป็นคนหนึ่งที่ไปเทรดแล้วเอาของรางวัลไปแลก มีหลายคน ตนเองก็เป็นส่วนหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องปกติ
พร้อมยืนยันย้ำว่า ที่ผ่านมาอาจจะเห็นว่ามีคลิปออกไปในลักษณะที่ตนเองออกไปชักชวนคน ซึ่งหากไปดูเนื้อหาจะเห็นว่าเป็นเนื้อหาที่ตนเองเล่าประสบการณ์ว่าเทรดแล้วเป็นอย่างไร ซึ่งเนื้อหาในคลิปไม่ได้มีการเชิญชวนหรือชักจูง และตนเองไม่ได้มีผลประโยชน์กับบริษัทคิวอาร์เอสเลย เป็นแค่คนเทรดคนหนึ่ง และเป็นคนที่ไปเรียนในหลักสูตรวันนั้น ดังนั้นยืนยันด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นแค่คนเทรดคนหนึ่งที่มาแชร์ประสบการณ์ และวันนั้นก็มีหลายคนที่ถูกสัมภาษณ์ไม่ใช่แค่ตนเองคนเดียว และหลังจากนี้ตนเองจะกลับไปเตรียมข้อมูลเพราะมีข้อมูลที่เยอะมากขึ้น
เมื่อถามว่า ได้เข้าชี้แจงแล้วสบายใจมากขึ้นหรือไม่นั้น นายภาวุธบอกว่า ตนเองรู้สึกสบายใจมากขึ้น เพราะอยากมาชี้แจงตั้งแต่แรก ไม่ได้มีอะไรปิดบัง แต่ช่วงเวลาที่ดีเอสไอเชิญมาสัปดาห์ที่แล้วติดประชุมสภา และมีกฎหมายสำคัญหลายฉบับ คงปฏิเสธไม่ได้จริงๆ และวันนี้เป็นวันจันทร์ไม่มีกิจกรรมสภา เลยขอเข้ามาพบในวันนี้ เพื่อจะชี้แจงให้สังคมรู้ว่า
“เม็ดเงินที่เข้ามา ไม่ได้มาจากการทำอะไรที่ผิดกฎหมาย และส่วนตัวผมไม่ได้เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ แชร์ลูกโซ่ และเป็นคนเทรดที่เกี่ยวข้องกับโบรกเกอร์ และการเทรดโบรกเกอร์เป็น CFD (Contract for Difference) ดังนั้นต้องไปดูการตีความว่าเป็นอย่างไร”
เมื่อถามอีกว่า เรื่องที่เกิดขึ้นกระทบกับการทำงานหรือไม่นั้น นายภาวุธบอกว่า ก็ทำให้มีเวลาทำงานน้อยลงเพราะต้องใช้เวลาในการเตรียมข้อมูลเยอะ ส่วนมองว่าเป็นเกมการเมืองหรือไม่นั้น นายภาวุธบอก ก็แล้วแต่คนมอง ส่วนตัวเราบริสุทธิ์ใจ และวันนี้ “ผมไม่ใช่ผู้ต้องหา วันนี้มาเป็นพยาน ดังนั้นก็ทำหน้าที่ของเราเต็มที่เพื่อให้ข้อมูลกับภาครัฐในการแสดงความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้มีอะไรปิดบังหรือซ่อนเร้นใดๆ”
เมื่อถามย้ำว่าที่โดนแบบนี้ มาจากการตรวจสอบเข้มโครงการ TH-AI Passport หรือไม่ นายภาวุธบอกว่า “ผมว่าแล้วแต่คนมองจริงๆ อันนี้ส่วนตัวผมว่าทุกอย่างมันเป็นจังหวะของมันเอง เพราะอย่างวันนี้ก็มีคดีหลายๆ คดีเกิดขึ้นมา ทำไมมันมาช่วงนี้ อย่างที่บอกคือผมก็ทำหน้าที่ของผมในฐานะ สส. ให้ดีที่สุด”
นายภาวุธ ยังบอกว่า วันนี้เรามีหน้าที่อีกอันหนึ่งคือการให้ข้อมูลกับทางดีเอสไอ ก็ให้ข้อมูลเต็มที่ เจ้าหน้าที่ก็ดูแลเราอย่างดี ไม่ได้มีการบีบคั้นอะไรเลย ทุกอย่างทำไปอย่างตรงไปตรงมาทั้งหมด ซึ่งการเข้าให้ข้อมูลครั้งต่อไป ต้องเข้ามาให้ข้อมูลภายในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน