“ผมก็เฮ้ย เกิดอะไรขึ้นกับเรา พอเริ่มเห็นว่า DSI มีการตั้งข้อสงสัยผม ก็เริ่มกลับไปตรวจสอบข้อมูล ไปดูข้อมูลในธนาคารทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้น แต่อย่างที่ทราบกันดีว่าข้อมูลในธนาคารกดดูย้อนหลังผ่านแอปพลิเคชันได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น และตนมีบัญชีหลายธนาคาร บางธนาคารต้องเดินทางไปที่สาขาเพื่อขอข้อมูลย้อนหลังเกือบ 5 ปี ซึ่งทางธนาคารแจ้งว่าต้องส่งเรื่องเข้าสำนักงานใหญ่และใช้เวลาประมาณ 4-5 วัน ฉะนั้นเมื่อข้อมูลยังไม่ครบ ตนจึงยังไม่กล้าออกมาพูด อยากให้ข้อมูลครบถ้วนก่อนเพื่อจะได้เตรียมไปชี้แจงกับ DSI นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงใช้เวลาหายไปสักพัก” นายภาวุธ กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้ข้อมูลครบถ้วนแล้วใช่หรือไม่
นายภาวุธ กล่าวว่า ตอนนี้จริง ๆ ข้อมูลก็ยังไม่ครบ เพราะบางธนาคารใช้เวลานานมาก ตนจึงขอรออีกนิดหนึ่ง เมื่อใดก็ตามที่ข้อมูลครบ ตนจะเข้าไปพบกับ DSI อย่างเร็วที่สุดเพื่อชี้แจง ซึ่งมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด ข้อมูลที่เห็นก็เป็นการเทรดปกติ ต้องยอมรับว่าตนเป็นคนหนึ่งที่เทรดทองคำ ซื้อ-ขายทองคำล่วงหน้าผ่านแพลตฟอร์ม พร้อมย้ำว่าไม่เกี่ยวข้องกับคดี Forex และสแกมเมอร์
ส่วนปมคำถามเรื่องจำนวนเงินโอนเข้าบัญชี 28 ล้านบาท จำนวน 14 ครั้ง ได้ตรวจสอบแล้วหรือยังว่ามาจากไหน
นายภาวุธ ระบุว่า ตัวเลขยังมาไม่ครบทุกธนาคาร เดี๋ยวพอมีตัวเลขครบแล้ว ตนจะทำเรื่องเข้าไปชี้แจงกับ DSI อีกครั้งหนึ่ง
เป็นไปได้หรือไม่ที่ตัวเลขออกมาเป็นจุดทศนิยมจากการเทรดทำให้ไม่ตรงกับยอดจริง
นายภาวุธ กล่าวว่า ตนก็สงสัยในจุดนี้และคิดว่าต้องเอาข้อมูลมาดูและนำมาชนกันกับทาง DSI พอเรายังไม่เห็นข้อมูลครบ กลายเป็นว่าเรายังไม่กล้าเข้าไปคุย แต่ถ้าดูคร่าว ๆ ก็คือตัวเลขการเทรดปกติ ซึ่งตอนนี้ตนก็ไม่ได้เทรดมานานแล้ว เพราะเจ๊งเหมือนกัน
เมื่อถามว่าได้ตั้งสมมุติฐานไว้หรือไม่ว่าที่มาของเงินมาจากไหน
นายภาวุธ ตอบว่า ขอให้รอดีกว่า ข้อมูลยังไม่ครบจึงยังไม่กล้าพูดอะไร แต่อยากให้มั่นใจว่าตนเป็นแค่คนเทรดคนหนึ่ง ซึ่งในประเทศไทยก็มีคนเทรดเต็มไปหมด
ถ้าไปดูตามออนไลน์จะเห็นว่าการเทรดเป็นเรื่องปกติมาก เพียงแต่วันนี้อาจจะมีช่องว่างทางกฎหมายที่ทำให้ผู้ให้บริการที่เป็น ”โบรกเกอร์“ ยังไม่มีใบอนุญาตในไทย
ส่วนเรื่องที่มีการเปิดคลิปโปรโมต QRS Global 1 ใน 4 โบรกเกอร์ Forex แถมโชว์รางวัลสะสมแต้มแลกทริปฝรั่งเศสนั้น
นายภาวุธ แจงว่า เวลาเราเทรดเราก็ต้องหาความรู้ ตนจึงไปเรียนคลาสต่างๆ ซึ่งพอเรียนแล้วเขาก็มาสัมภาษณ์ว่ามีประสบการณ์อย่างไรบ้าง ลักษณะของคลิปจะเป็นการเล่าประสบการณ์ของตนเอง ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการเชิญชวน
"ผมไม่ได้พูดว่า เฮ้ย ทุกคน มาเทรดกันดีกว่า ไม่มีเลย ผมเล่าว่าผมเทรดเป็นอย่างไร ได้ความรู้อะไร ผมเล่าแค่นี้ ฉะนั้นหลายคนจะตีความว่าผมไปเชิญชวน ย้ำว่าไม่ได้เชิญชวน ขณะเดียวกันที่มีการบอกว่าแลกของได้ ก็เหมือนกับเราไปซื้อของตามร้านค้าต่างๆ ที่สะสมแต้มได้
ซึ่งการเทรดก็มีระบบแต้มสะสม ผมก็แลกของมาได้ด้วยเช่นเดียวกัน ไม่ใช่ผมคนเดียว วันนั้นมีคนเป็นสิบๆ คนที่ถูกสัมภาษณ์ ผมก็ตกใจว่าทำไมมีผมอยู่คนเดียวที่ออกมากลายเป็นเรื่องเป็นราวได้ขนาดนี้ ย้ำว่าผมอยู่ในสถานะผู้เทรด" นายภาวุธ กล่าว
เมื่อถามถึงแนวทางการต่อสู้คดีหาก DSI ตั้งข้อกล่าวหา และจะลาออกจาก สส. หรือไม่
นายภาวุธ ยืนยันว่า วันนี้ตนยังเป็นเพียงผู้ต้องสงสัย หน้าที่ของตนคือต้องเข้าไปชี้แจง ซึ่งตนเน้นความโปร่งใสอยู่แล้วตามนโยบายพรรคประชาชน ส่วนที่มีข่าวลือว่าตนจะลาออกจากพรรค ยืนยันว่ายังไม่ออก ยังไม่หนีไปไหน มั่นใจได้เลยว่าพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
เมื่อถามย้ำว่าจะไม่ลาออกใช่หรือไม่หากมีการตั้งข้อกล่าวหา
นายภาวุธ ย้ำคำเดิมว่า ต้องดูสถานการณ์ แต่วันนี้ตนยังเป็นแค่ผู้ต้องสงสัย และมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิดเพราะเป็นแค่ผู้เทรด
สำหรับกรณีที่มีการขุดประวัติบริษัทแล้วพบว่ามีความเชื่อมโยงกับบริษัทพี่สาวของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้านั้น
นายภาวุธ ได้ปฏิเสธทันทีพร้อมระบุว่า เรื่องบริษัทเป็นรายละเอียดที่ตนต้องนำไปชี้แจงกับ DSI ดังนั้นอาจจะไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่ที่จะมาชี้แจงผ่านสื่อตรงนี้ พร้อมยืนยันปิดท้ายว่าปัจจุบันยังคงทำหน้าที่ สส. อย่างเต็มที่