เนชั่นทีวี

ข่าว

"รมว.ยธ." เผยเส้นเงินถึง “ภาวุธ” ไม่ใช่บริษัทที่อ้างเทรดทอง

25 มิ.ย. 2569 | katchatapong_lee

"รมว.ยธ." เผยเส้นเงินถึง “ภาวุธ” ไม่ใช่บริษัทที่อ้างเทรดทอง

"รมว.ยธ." เผยเส้นเงินถึง “ภาวุธ” ไม่ใช่บริษัทที่อ้างเทรดทอง – รอผลสอบเงินบริจาคถึง ปชน.หรือไม่ – ระบุศาลชี้ชัดคลิปวีดิโอเป็นนักเทรด ชวนลงทุน หรือชวนเชื่อ

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ตั้งกระทู้ถามสดถึงพลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ถึงขบวนการ Forex ที่มีผู้เสียหายจำนวนมาก ซึ่งในขบวนการมีการใช้วิธีจูงใจได้ผลประโยชน์ตอบแทนสูง นำบุคคลที่มีชื่อเสียงมาโฆษณา ทั้งการค้าทองคำ หรือการค้าเงินต่างประเทศ และเมื่อ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ได้สนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดโปงขบวนการ พร้อมทรัพย์สินจากการกระทำความผิดในครั้งนี้ และเชื่อมโยงดารา นักร้อง รวมถึงนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนด้วย ดังนั้น คดีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน กระทรวงยุติธรรม ได้รวบรวมพยานหลักฐานถึงขั้นใดแล้ว และมั่นใจว่า จะสามารถนำคนผิดมาลงโทษได้หรือไม่ รวมถึงประชาชนที่ได้รับความเสียหาย จะได้รับการเยียวยาอย่างไร 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา DSI และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รวบรวมหลักฐานกว่า 6 เดือนจากการที่มีประชาชนมาร้องเรียน และ DSI ได้สอบสวน หาพยานหลักฐานต่อเนื่องจนมีความชัดเจน พร้อมยอมรับว่า คดีมีความซับซ้อน เพราะมีนอมินี และการแบ่งหน้าที่กันทำ มีการใช้ทรัพย์สินดิจิทัล มีบริษัทหลายชั้นหลายช่วงในการถ่ายโอนทรัพย์สินเป็นทอด ๆ รวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัล และถ่ายโอนไปต่างประเทศ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เฝ้าติดตาม และใช้ความพยายามในการปฏิบัติการ 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยังอธิบายว่า รูปคดีที่มีการแบ่งหน้าที่กันทำนั้น แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ผู้ชักชวน, โบรกเกอร์ และเพย์เมนท์ โดยในช่วงแรก ผู้ชักชวนการลงทุน ที่ประกอบด้วย อาจารย์พี โค้ชเจมส์ เจพี โกลบอร์ และแอคมี่ ชักชวนลงทุน และมีบริษัทโบรกเกอร์ 4 บริษัทใหญ่ ๆ เกี่ยวข้อง

ส่วนประชาชนจะได้รับการเยียวยามากน้อยเพียงใดนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า DSI ได้รับเป็นคดีพิเศษ และได้ออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องแล้ว ในวันที่ 2 กรกฎาคม ซึ่งหากมีความพร้อม ขอให้ติดต่อพนักงานสอบสวน และ 2-3 วันก่อน บริษัทโบรกเกอร์ ได้ติดต่อเข้าให้ข้อมูลแล้ว ทำให้ DSI ทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีบุคคลเกี่ยวข้องบ้าง แต่เบื้องต้น ยังไม่มีการแจ้งข้อหา และต้องการผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจง แสดงหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ และ DSI ได้ประสาน ป.ป.ง.ให้ตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 

นายบุญจง ยังถามถึงกรณีที่มี สส.เข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งแม้จะยังไม่ใช่ผู้ต้องหา และจะไปพบ DSI ในสัปดาห์หน้า แต่มีผู้ร้องเรียนต่อ กกต.ให้สอบสวนว่า เงินจากการกระทำผิด ได้ถูกโอนไปสนับสนุนพรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคต้นสังกัดหรือไม่ และประชาชนต้องการทราบความเชื่อมโยงของ สส.ว่า DSI ได้ตรวจค้นว่า สส.คนดังกล่าว มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด Forex หรือไม่ และข้อมูล ข้อเท็จจริงดังกล่าวว่า สส.มีส่วนเข้าไปกระทำผิดหรือไม่ และปัจจุบันข้อมูลได้โยงถึงบุคคลดังกล่าวเพียงใด และมีเส้นเงินจากการกระทำผิดของบริษัทต่าง ๆ ได้ส่งไปยังพรรคการเมืองดังกล่าวหรือไม่ และหากพบเงินกระทำความผิด จะติดตามนำเงินคืนให้กับประชาชนอย่างไร 

โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชี้แจงว่า ความเชื่อมโยงถึง นายภาวุธ และพรรคประชาชนนั้นในเรื่องดังกล่าว ขบวนการการมีส่วนรู้เห็น การแบ่งหน้าที่กันทำ มี 3 ส่วนตามที่กล่าว และมีเส้นเงินบางเส้นเงิน โอนมาถึงนายภาวุธ จำนวน 14 ครั้ง ครั้งละ 2,000,000 บาท โดยไม่ใช่บริษัทที่นายภาวุธ อ้างว่า มีการเทรดทอง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า บริษัทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทราบว่า นายภาวุธ เคยเป็นกรรมการบริหารบริษัทที่เกี่ยวข้อง ทั้ง 2 บริษัท ทำให้ตั้งข้อสงสัย แต่เรื่องเส้นเงินนั้น DSI และ ป.ป.ง.จะได้เร่งดำเนินการสอบสวนอย่างเต็มที่ แต่ธุรกรรมทางการเงินค่อนข้างมากถึง 80,000 ธุรกรรม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังสังเคราะห์ แต่เชื่อว่า จะใช้เวลาไม่นาน และตนได้ให้หน่วยงานรายงานให้กระทรวงฯ ทราบทุก 15 วัน 

ส่วนมีเส้นเงินถึงพรรคประชาชนหรือไม่นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขอใช้เวลาในการตรวจสอบก่อน และประชาชนจะได้รับการเยียวยาอย่างไรนั้น ทรัพย์ต่าง ๆ หากศาลสั่งยึด ผู้เสียหายมีสิทธิได้รับทรัพย์คืนผ่านการเฉลี่ยทรัพย์ ซึ่งขั้นตอนนี้ ศาลจะเป็นผู้ดำเนินการหลังคดีอาญาเสร็จสิ้น 

นายบุญจง ยังได้ถามต่ออีกว่า กระทรวงยุติธรรม และ DSI มีมาตรการป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อจากการถูกหลอกลวงซ้ำ หรือรู้ตัวก่อนถูกหลอกอย่างไรนั้น หรือสามารถร้องเรียนความเสียหายได้อย่างไรได้บ้างนั้น 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชี้แจงว่า วิธีการการหลอกลวงกลุ่มผู้ชักชวน และโบรกเกอร์ มักนำพอร์ตกำไรมาจูงใจ หรือนำบุคคลที่มีชื่อเสียงมาโฆษกชวนเชื่อ เช่น กรณีที่มีคลิปวีดิโอที่หลุดมาตามโซเชียลมีเดีย ซึ่งศาล จะเป็นผู้ชี้ชัดว่า จะเป็นนักเทรด การชวนลงทุน หรือโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งจะต้องพิสูจน์ในชั้นศาล และการป้องกันนั้น นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งตั้งคณะทำงานในการป้องกัน ปราบปราม และตรวจสอบเส้นเงิน ซึ่งทั้ง 3 ส่วนได้ประสานการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์ป้องกันความเสียหาย ซึ่งผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นอายุไม่มาก และกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้นิ่งนอนใจ และพยายามป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้อีก

ข่าวล่าสุด