เนชั่นทีวี

ข่าว

โรม-ทวี นำ กมธ. ลุยทับลาน ชาวบ้านร้องไห้จี้นิรโทษกรรมที่ดินทับซ้อน

04 ก.ค. 2569 | titayu_pur

โรม-ทวี  นำ กมธ. ลุยทับลาน ชาวบ้านร้องไห้จี้นิรโทษกรรมที่ดินทับซ้อน

"โรม" นำทีม กมธ.กฎหมาย ลุยตรวจที่ดินทับซ้อนอุทยานแห่งชาติทับลาน วังน้ำเขียว ชาวบ้านน้ำตาคลอยื่น 9 ข้อเสนอ ด้าน "ทวี" ชงเยียวยาด่วนออกกฎหมายนิรโทษกรรม

"โรม" นำทีม กมธ.กฎหมาย ลุยตรวจที่ดินทับซ้อนอุทยานแห่งชาติทับลาน วังน้ำเขียว ชาวบ้านน้ำตาคลอยื่น 9 ข้อเสนอ ด้าน "ทวี" ชงเยียวยาด่วนออกกฎหมายนิรโทษกรรม

KEY

POINTS

  • กมธ.กฎหมายฯ ลงพื้นที่ทับลาน: "รังสิมันต์ โรม" นำคณะสำรวจปัญหาที่ดินทับซ้อน อ.วังน้ำเขียว หลังพบชาวบ้านดั้งเดิมถูกศาลสั่งจำคุก 2 ปี ปมบุกรุกป่า เตรียมดึงเรื่องเข้าสภาฯ บรรจุวาระด่วนภายในเดือนนี้
     
  • ข้อเสนอ 9 ข้อ และแนวคิดนิรโทษกรรม: ภาคประชาชนยื่น 9 ข้อเรียกร้องให้ยึดแนวเขตปี 2543 ด้าน "ทวี สอดส่อง" เสนอทางออกให้ใช้วิธี "นิรโทษกรรม" แก่ชาวบ้านที่บริสุทธิ์ แต่ต้องคัดกรองไม่ให้นายทุนได้รับประโยชน์
     
  • จี้หยุดขบวนการไอโอแย่งที่ดิน: ชาวบ้านแสดงความกังวลต่อกระแสโซเชียล #เซฟทับลาน และการปั่นกระแสของเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมวอนรัฐบาลชุดปัจจุบันเร่งทบทวนมติจำแนกที่ดินทำกิน 5 กลุ่มใหม่อย่างรอบคอบ

4 กรกฎาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ.กฎหมายฯ พร้อมด้วย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง นำคณะลงพื้นที่อำเภอ วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงและปัญหาทางกฎหมายกรณี ที่ดินทำกินทับซ้อน ในเขต อุทยานแห่งชาติทับลาน หลังชาวบ้านกลุ่มเปราะบางถูกฟ้องดำเนินคดี บุกรุกป่าทับลาน ทั้งที่อยู่อาศัยมานานก่อนการประกาศเขตอุทยานฯ ปี 2524 โดยภาคประชาชนได้ยื่นข้อเสนอ 9 ข้อ เรียกร้องให้รัฐบาลยึดแนวเขต One Map ปี 2543 เพื่อแยกชุมชนออกจากป่าอย่างเป็นธรรม และยุติกระบวนการนิติสงครามที่ซ้ำเติมประชาชน


ที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการฯ อาทิ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ, นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน, พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ อดีตประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงพื้นที่รับฟังความเห็นภาคประชาชนและการแก้ไขปัญหาทางกฎหมาย เกี่ยวกับที่ดินทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

พ.ต.อ.ทวี กับ นายรังสิมันต์

 

 

โดยนายประกอบ สิริวงศ์เทาสะอาด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคี ได้พาคณะกรรมาธิการฯ ลงไปดูพื้นที่ที่มีปัญหา บริเวณวัดไผ่ ห่างจากถนน 304 ประมาณ 200-300 เมตร ซึ่งพื้นที่นับจากวัดลงมา จะถูกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประกาศเขตพื้นที่อุทยานฯ ไปทับซ้อนกับพื้นที่ชาวบ้าน เมื่อปี 2524


รวมถึงพาไปดูบ้านของนางปิ่นแก้ว ที่ถูกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยื่นฟ้องร้องในปี พ.ศ. 2555 ในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่า หลังมีการเปิดร้านค้าขายอาหาร และปัจจุบันอยู่ระหว่างการต่อสู้ทางกฎหมายขั้นฎีกา หลังถูกศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ พิพากษาให้จำคุก 2 ปี 


โดยนางปิ่นแก้ว ได้พยายามยื่นเอกสารหลักฐาน เช่น ที่ดิน ภ.บ.ท.5 (ภาษีบำรุงท้องที่) ต่อนายรังสิมันต์ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ว่า ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่รุ่นพ่อ-รุ่นแม่ ถึงขั้นมีบ้านเลขที่ แต่กลับถูกฟ้องร้อง และถูกสั่งปิดร้านอาหาร ทำให้ขาดรายได้ในการดำรงชีพ อีกทั้งต้องเสียเงินทั้งค่าทนายความ และจ่ายค่าปรับให้ศาลฯ ทั้งหมด 200,000 บาท แต่ต้องขอผ่อนจ่ายเดือนละ 3,000 บาท ทุกวันนี้หาเงินยากลำบากมาก เพราะร้านถูกสั่งปิด ต้องอาศัยขอเงินจากลูก ๆ คนละ 1,000 บาท เพื่อมาจ่ายให้ศาลฯ ในทุกเดือน
 

 

นางปิ่นแก้ว ถึงกับร้องไห้ต่อหน้านายรังสิมันต์ ก่อนระบุว่า “หลานมาถามว่า ถ้าโดนไล่ที่แล้วพวกเราจะไปอยู่ที่ไหน พวกเราอยู่มากันตั้งแต่เกิด” พร้อมขอให้คณะกรรมาธิการฯ คืนความเป็นธรรมให้ด้วย พร้อมยอมรับว่า พื้นที่ของตนอยู่ในกลุ่มที่ 4 นอกเขตพื้นที่ ส.ป.ก. เพราะว่า อยู่กันมาตั้งแต่เกิด ก่อนที่จะประกาศเป็นเขตพื้นที่อุทยานฯ เมื่อปี 2524 ซึ่งชาวบ้านต้องการให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาด้วยการยึดหลักเขตที่ 43 ที่ ครม.มีมติให้ปรับปรุงเส้นแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานปี พ.ศ. 2543

 

 

นางปิ่นแก้ว ที่ถูกกรมอุทยานยื่นฟ้องรุกป่า  

จากนั้น นายเลาฟั้ง ได้อธิบายว่า ชาวบ้านที่ถูกฟ้องร้อง ซึ่งจากการฟังคำให้สัมภาษณ์ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า หากผู้ใดถูกฟ้องร้อง จะถูกแยกออกจากการพิสูจน์สิทธิ และต้องถูกดำเนินคดีต่อไป จะไม่สามารถมาพิสูจน์สิทธิกับคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิรายแปลง เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินป่าทับลาน ที่นายสุชาติ แต่งตั้งขึ้นมาได้

 

“ทวี” เสนอ “นิรโทษกรรม” และตั้งศาลสิ่งแวดล้อมฯ มาตัดสิน

 

ด้าน พันตำรวจเอก ทวี เสนอว่า เรื่องนี้ต้องเสนอให้มีการนิรโทษกรรมแก่ชาวบ้าน ทั้งคดีแพ่ง และคดีอาญา ในกรณีที่รัฐประกาศทับพื้นที่ประชาชน ใครที่ถูกดำเนินคดีต้องปล่อยออกมา ใครที่อยู่ในเรือนจำต้องปล่อยออกมา ใครที่ถูกบังคับคดีต้องยกเลิก แต่มีเงื่อนไขว่า ต้องไม่ใช่ทุนเทา ไม่เป็นนายทุน หรือเป็นนอมินีเด็ดขาด เพราะเห็นใจชาวบ้านที่ไปต่อสู้ในชั้นศาลฯ แล้วแพ้ทุกศาลฯ


เนื่องจากว่า ศาลฯ จะพิจารณาตามหลักกฎหมาย คือ เส้นเขตอุทยานฯ ที่ประกาศเมื่อปี 2524 โดยไม่ได้นำมติคณะรัฐมนตรี ที่ให้ยึดแนวเขตปี 2543 มาประกอบคำวินิจฉัย จึงทำให้ชาวบ้านที่อยู่ก่อนป่ามีความผิด ซึ่งปี 2543 มีการพิสูจน์สิทธิมาก่อนแล้ว ดังนั้นต้องแยกออกมาก่อน ซึ่งตนดูข้อกฎหมายแล้ว สามารถแก้ไขได้ด้วยการนิรโทษกรรม

 

หากศาลฯ ยังเป็นแบบนี้ เห็นควรว่า ควรใช้กระบวนการนิติสงคราม ตนคิดว่า ต้องไปตั้งศาลสิ่งแวดล้อมและที่ดิน เพื่อสร้างความเข้าใจใหม่ 



พ.ต.อ.ทวี กับ นายรังสิมันต์

 

 

ชาวบ้านทับลานยื่นข้อเสนอ 9 ข้อ คืนความเป็นธรรม

 

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้ไปรับฟังความคิดเห็นชาวบ้านที่ศาลาประชาคม หมู่บ้านไทยสามัคคี ซึ่งนายรังสิมันต์ ย้ำว่า จะต้องแยกป่าออกจากชุมชน และพี่น้องประชาชนที่มาก่อนประกาศเขตอุทยาน สมควรที่จะได้รับสิ่งที่พึงจะได้รับ อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวมีการทำให้เป็นวาระระดับชาติ และเกิดการถกเถียงกันผ่าน “เซฟทับลาน” ซึ่งเราจะต้องไม่เหมารวม กมธ.การกฎหมายฯ จึงขอเป็นกำลังส่วนหนึ่งในการแก้ไขเรื่องนี้ ซึ่งตนเห็นด้วยว่า ไม่ต้องพิสูจน์สิทธิกันอีกแล้ว เพราะเราพิสูจน์สิทธิกันมาเยอะแล้ว


นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า วันนี้เราต้องไม่ทำให้บางปัญหาถูกเหมารวมทุกคน ซึ่งทุกหน่วยงานต้องทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และพร้อมจะเป็นกลไกที่จะแก้ไขปัญหากับชาวบ้าน และตนจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการฯ ภายในเดือนนี้ จะสามารถบรรจุวาระได้ และก็จะเชิญหน่วยงานที่มีอำนาจการตัดสินใจในหลายหน่วย เพื่อมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ และนำไปสู่การแก้ไขปัญหา

 

ปัญหานี้ควรจะจบได้แล้ว ซึ่งจากการลงพื้นที่วันนี้ก็จะรวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมด เข้าไปรายงานต่อ กมธ.ฯ พร้อมยืนยันว่า ไม่ว่าใครจะว่าให้ตนเสียหายอย่างไร ขอยืนยันว่า ตนไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย แม้แต่นิ้วก้อยเดียว 

 

 

 นายรังสิมันต์ โรม

 

 

ขณะที่ตัวแทนชาวบ้านระบุว่า ที่ผ่านมามีการจับกุมดำเนินคดีประชาชนไปแล้ว 552 คดี ทั้งนี้ ในวันที่ 14 มีนาคม 2566 ครม. ในสมัยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เห็นชอบให้มีการแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อน กับเขตปฏิรูปที่ดินรัฐ โดยยึดแนวเขตตามโครงการ One Map


ขณะที่นายสมบูรณ์ ตัวแทนภาคประชาชน ระบุ จากการกำหนดแนวทางจัดการปัญหาที่ดินทับซ้อน ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน กลุ่มที่มีปัญหาคือกลุ่มที่ 4 หนึ่งในนั้นคือ พื้นที่บ้านไทยสามัคคี ซึ่งนายสมบูรณ์ ได้โชว์หลักฐาน การจัดตั้งหมู่บ้านเพื่อความมั่นคงในปี 2520 ที่มีการอพยพชาวบ้านจากมูลหลง มูลสามง่าม และคลองตาดดำ มาตั้งหมู่บ้านไทยสามัคคี ตามนโยบายของ พลโท เปรม ติณสูลานนท์ แม่ทัพภาคที่ 2 ในขณะนั้น

 

สิ่งที่กังวลคือ ขบวนการไอโอ (IO) ของกรมอุทยานฯ โดยการสร้างกระแสอนุรักษ์ “เซฟทับลาน” โดยเฉพาะบัญชีของนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร และเพจต่าง ๆ ของกรมอุทยานฯ ข้าราชการกินเงินเดือนภาษีประชาชน ขออย่ามาซ้ำเติมเรา ทั้งนี้ มีข้อเสนอแนะต่อ กมธ.การกฎหมายฯ จำนวน 9 ข้อ ได้แก่

 

1. ขอให้ตรวจสอบมติคณะกรรมการอุทยานเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2567 ว่าเป็นไปตามระเบียบกฎหมาย อำนาจหน้าที่ และขัดต่อมติ ครม. หรือไม่

 

2. ขอให้ตรวจสอบคำสั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อน กำกับ ติดตาม และตรวจสอบพื้นที่ที่มีการใช้ประโยชน์จากชุมชนที่ 2/2567 เป็นไปตามระเบียบกฎหมายหรือไม่

 

3. ขอให้มีการตรวจสอบงบประมาณการปรับปรุงแนวอุทยานในการยกเลิกรีเซตของแนวเขตผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในปี 2554 ว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่

 

4. การใช้แนวเขตปี 2524 เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ รวมถึงการจับกุมดำเนินคดีเป็นการละเมิดสิทธิบุคคลหรือชุมชนหรือไม่

 

5. ให้คณะกรรมาธิการฯ เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริง

 

6. ขอให้คณะกรรมาธิการเร่งดำเนินผลักดันให้มีกระบวนการออกหมายนิรโทษกรรม เพื่อเป็นการเยียวยาผู้ที่ถูกดำเนินคดีโดยไม่เป็นธรรม

 

7. กระบวนการไอโอ (IO) ของอุทยานฯ โดยการสร้างกระแสอนุรักษ์ “เซฟทับลาน” เป็นการคุกคาม ด้อยค่า ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลให้ถูกใส่ร้ายจากสังคม

 

8. มีมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการที่ผิดพลาดตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

 

9. ให้กรรมาธิการตรวจสอบ สคทช. ว่าได้ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมาย อำนาจหน้าที่ และมติ ครม.

 

จากนั้นคณะกรรมาธิการฯ ได้ไปดูพื้นที่รีสอร์ต (อิมภูฮิลล์ รีสอร์ต) ซึ่งหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน ได้ติดป้ายประกาศไว้บริเวณด้านหน้ารีสอร์ต ให้ทำลายรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง พืชผลอาสิน หรือสิ่งอื่นใดที่ผิดไปจากสภาพเดิม ออกไปให้พ้นจากอุทยานฯ หรือทำสิ่งนั้น ๆ กลับคืนสู่สภาพเดิมแล้วแต่กรณี ให้เสร็จภายใน 30 วัน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างรื้อถอน

 

ก่อนที่ กมธ.จะได้ไปสำรวจหลักเขต 43 ที่ชาวบ้านต้องการให้ภาครัฐยึดแนวเขตนี้ เป็นแนวเขตแบ่งแยกจากเขตอุทยานฯ และเขตชุมชน ซึ่งต้องให้ ครม. มีมติรับรองแนวเขตนี้อีกครั้ง หลังมีมติยกเลิกใช้เมื่อ 15 มิ.ย. 2567 ที่ผ่านมา และแบ่งประเภทพื้นที่เป็น 5 กลุ่มแทน 



พื้นที่บุกรุกป่าทับลานที่ถูกให้รื้อถอน

ข่าวล่าสุด