"หมอสรณ" สู้กลับ! ยื่นเบรกสรรหา กสทช. ชี้หมดอำนาจสอบคุณสมบัติ
01 ก.ค. 2569 | titayu_pur

เดือดวุฒิสภา! "หมอสรณ" ประธาน กสทช. ร่อนหนังสือด่วนที่สุดถึงประธานวุฒิสภา สั่งเบรกคณะกรรมการสรรหาฯ ชี้ไร้อำนาจตรวจสอบ ยันลาออกมหิดลถูกต้องตามกฎหมาย
ข่าว
01 ก.ค. 2569 | titayu_pur

เดือดวุฒิสภา! "หมอสรณ" ประธาน กสทช. ร่อนหนังสือด่วนที่สุดถึงประธานวุฒิสภา สั่งเบรกคณะกรรมการสรรหาฯ ชี้ไร้อำนาจตรวจสอบ ยันลาออกมหิดลถูกต้องตามกฎหมาย
KEY
POINTS
1 กรกฎาคม 2569 ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เดินเกมชนยื่นหนังสือด่วนที่สุดถึงประธานวุฒิสภา ณ อาคารรัฐสภา เมื่อเร็ว ๆ นี้ เพื่อขอให้มีคำสั่งเด็ดขาดชี้ขาดให้คณะกรรมการสรรหาฯ ยุติการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามทันที โดยกางข้อกฎหมายและคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญตอกกลับว่า คณะกรรมการสรรหาฯ สิ้นสุดภารกิจและหมดอำนาจ นับตั้งแต่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้ว หวังยุติต้นตอปมขัดแย้ง จากสถานะพนักงานมหาวิทยาลัยมหิดลที่ถูกไล่บี้
มีรายงานว่าเมื่อเร็วๆ นี้ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ได้ทำหนังสือด่วนที่สุด ที่ สทช ๑๐๐๑/๒๕๒๖๒ ถึงประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้พิจารณาและมีคำสั่งชี้ขาดให้ "คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช." และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ยุติการดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของตนเองทันที โดยให้เหตุผลหลัก 2 ประเด็นดังนี้
1.มาตรา 15/1 จำกัดวงอำนาจ: กฎหมายให้อำนาจคณะกรรมการสรรหาฯ วินิจฉัยเฉพาะกลุ่ม “ผู้สมัครเข้ารับการสรรหา” หรือ “ผู้ได้รับการคัดเลือก” ในกระบวนการสรรหาเท่านั้น
2.ไม่มีอำนาจเหนือผู้ดำรงตำแหน่งแล้ว: อำนาจนี้มิได้ครอบคลุมไปถึงบุคคลที่ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว
ในหนังสือระบุชัดเจนว่า คณะกรรมการสรรหาฯ กำลังใช้อำนาจขัดต่อกฎหมายและมีอคติ โดยได้หยิบยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 25-27/2555 มาเป็นบรรทัดฐานสำคัญ
• ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่า คณะกรรมการสรรหาฯ มีหน้าที่เฉพาะเมื่อมีเหตุต้องเลือกและแต่งตั้งเท่านั้น
• เมื่อการดำเนินการสรรหาเสร็จสิ้นลง "ภารกิจของคณะกรรมการสรรหาในครั้งนั้นก็สิ้นสุดลง"
• คำวินิจฉัยดังกล่าวมีผลเด็ดขาด ผูกพันทุกองค์กรรวมถึงหน่วยงานรัฐตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคสี่
"หมอสรณ" ระบุว่า ตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ กำหนดให้ผู้ที่ได้รับความเห็นชอบต้องแสดงหลักฐาน การลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพต้องห้ามต่อ "ประธานวุฒิสภา" เท่านั้น ซึ่งตนได้ยื่นเอกสารหลักฐานแสดงการลาออกอย่างครบถ้วน ไปตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2565 ก่อนจะมีการนำความกราบบังคมทูลเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ดังนั้น ตนจึงมีสถานะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งโดยชอบตามกฎหมาย ไม่ใช่ผู้สมัครในชั้นสรรหาที่จะถูกตรวจสอบซ้ำได้อีก
สำหรับข้อครหาและรายงานของคณะกรรมาธิการวุฒิสภา ที่นำมาใช้อ้างอิงในการตรวจสอบ ประธาน กสทช. ยืนยันความบริสุทธิ์ใจและเรียกร้องความเป็นธรรม โดยขอให้ประธานวุฒิสภามีหนังสือถึงมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อขอรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งจะพิสูจน์ให้เห็นว่า
• นับตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2565 จนถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 ตนเอง "มิได้มีสถานะเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย" แต่อย่างใด
• สอดคล้องกับข้อมูลความจริงที่ปรากฏต่อสื่อมวลชนไปก่อนหน้านี้
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของประธาน กสทช. ถือเป็นการดำเนินกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อปกป้องอำนาจหน้าที่ของประธานวุฒิสภา และสกัดกั้นการทำหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาฯ ที่ถูกมองว่า เดินหน้าตรวจสอบโดยปราศจากฐานอำนาจทางกฎหมาย